LAW2011 (LA 211),(LW 303) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน นายหน้า 1/2550

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2550

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2011 (LA 211),(LW 303)

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน นายหน้า

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  ดำตั้งแดงเป็นตัวแทนไปกู้เงิน  โดยตั้งกันปากเปล่า  แดงไปกู้เงินขาว  10,000  บาท  โดยระบุในสัญญากู้ว่า  กู้แทนดำ  ต่อมาดำไม่ชำระหนี้  และขาวเห็นว่าการที่แดงอ้างว่ากู้แทนดำ  แต่การมอบอำนาจนั้น  มิได้ทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ  จึงฟ้องแดงให้รับผิด  แดงจึงปฏิเสธความรับผิด  โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของดำ  ให้ท่านวินิจฉัยว่า  กรณีดังกล่าวข้ออ้างของแดงฟังขึ้นหรือไม่อย่างไร

ธงคำตอบ

มาตรา  798  กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ  การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย

กิจการอันใดท่านบังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ  การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย

มาตรา  820  ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน

มาตรา  823  ถ้าตัวแทนกระทำการอันใดอันหนึ่งโดยปราศจากอำนาจก็ดี  หรือทำนอกทำเหนือขอบอำนาจก็ดี  ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันตัวการเว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันแก่การนั้น

ถ้าตัวการไม่ให้สัตยาบัน  ท่านว่าตัวแทนย่อมต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลำพังตนเอง  เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกนั้นได้รู้อยู่ว่าตนทำการโดยปราศจากอำนาจ  หรือทำนอกเหนือขอบอำนาจ

วินิจฉัย

เป็นเรื่องการตั้งตัวแทนไปกู้ยืมเงิน  ซึ่งการกู้ยืมเงินนั้นเป็นนิติกรรมที่กฎหมายให้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง  หากเป็นการกู้ยืมเงินเกินกว่า  2,000  บาทขึ้นไป  (มาตรา  653  วรรคแรก)  เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าดำตั้งแดงไปกู้เงินขาว  10,000  บาท  ด้วยปากเปล่า  ถือว่าการตั้งตัวแทนมิได้ทำตามบทบัญญัติของกฎหมายและฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา  798  วรรคสอง

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีว่า  แดงตัวแทนจะต้องรับผิดหรือไม่  เห็นว่า  เมื่อการตั้งตัวแทนฝ่าฝืนข้อห้าม  ตามมาตรา  798  วรรคสอง  กล่าวคือ  มิได้ทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ  จึงเท่ากับว่าไม่มีการตั้งตัวแทนเกิดขึ้น  การที่แดงกู้เงินขาว  แม้จะระบุในสัญญากู้ว่า  กู้แทนดำ  จึงต้องถือว่าแดงกระทำไปโดยปราศจากอำนาจ  ผลทางกฎหมายคือ

1       ตัวการไม่ต้องผูกพันรับผิดต่อขาวบุคคลภายนอกในการกู้ยืมเงินอันแดงได้ทำไปโดยปราศจากอำนาจ  ตามมาตรา  820  แม้สัญญากู้จะระบุว่า  กู้แทนดำ  ก็ตาม

2       เมื่อแดงทำไปโดยปราศจากอำนาจ  และมาปรากฏว่าดำให้สัตยาบัน  แดงจึงต้องรับผิดต่อขาวบุคคลภายนอกโดยลำพังตนเอง  ตามมาตรา  823  วรรคสอง

สรุป  ข้ออ้างของแดงฟังไม่ขึ้น

ข้อ  2  นายหนึ่งเป็นเจ้าของร้านรับซื้อขายแลกเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ที่ใช้แล้ว  นายสองได้นำคอมพิวเตอร์ของตนมาฝากนายหนึ่งขาย  1  เครื่อง  ราคา  30,000  บาท  โดนนายหนึ่งคิดค่าดำเนินการ  2,000  บาท  ต่อมาวันที่  1  กันยายน  2550  นายเอกได้ทำสัญญาซื้อเชื่อคอมพิวเตอร์เครื่องดังกล่าวไปโดยตกลงจะนำเงินมาชำระให้ในวันที่  30  กันยายน  2550  เมื่อหนี้ถึงกำหนดนายเอกไม่นำเงินมาชำระให้แก่นายหนึ่ง  นายสองจึงมาทวงเงินค่าขายคอมพิวเตอร์จากนายหนึ่ง  นายหนึ่งได้ขอผัดผ่อนไปก่อนโดยอ้างว่ายังเก็บเงินจากนายเอกไม่ได้และได้ทำสัญญากับนายสองว่า  ถ้านายเอกไม่ชำระเงิน  30,000  บาท  ตนจะรับผิดชอบเอง  หลังจากนั้นนายสองก็มาทวงเงินจากนายหนึ่งอีก  แต่นายหนึ่งก็ไม่ยอมชำระเงินให้แก่นายสองโดยอ้างว่านายเอกยังไม่นำเงินมาชำระให้แก่ตนและตนเป็นเพียงตัวแทนค้าจึงไม่ต้องรับผิดต่อนายสองตัวการ  ดังนี้  อยากทราบว่า  ข้ออ้างของนายหนึ่งฟังขึ้นหรือไม่  และนายหนึ่งจะต้องชำระเงินค่าคอมพิวเตอร์ให้แก่นายสองหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

 มาตรา  838  วรรคแรก  ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ไซร้  ท่านว่าตัวแทนค้าต่างหาต้องรับผิดต่อตัวการเพื่อชำระหนี้นั้นเองไม่  เว้นแต่จะได้มีข้อกำหนดในสัญญา  หรือมีปริยายแต่ทางการที่ตัวการกับตัวแทนประพฤติต่อกันหรือมีธรรมเนียมในท้องถิ่นว่าจะต้องรับผิดถึงเพียงนั้น

วินิจฉัย

เมื่อหนี้ถึงกำหนดในวันที่  30  กันยายน  2550  นายเอกไม่นำเงินมาชำระตามหลักแล้วนายหนึ่งตัวแทนค้าต่างไม่ต้องรับผิดต่อนายสองตัวการ  ตามมาตรา  838  ตอนแรก  แต่เนื่องจากนายหนึ่งได้ทำสัญญากับนายสองว่า  ถ้านายเอกไม่ชำระเงิน  30,000  บาท  ตนจะรับผิดชอบเอง  ข้อกำหนดในสัญญาของนายหนึ่งนี้  จึงผูกพันนายหนึ่งให้ต้องรับผิดต่อนายสอง  เมื่อนายสองมาทวงเงินค่าขายคอมพิวเตอร์จากนายหนึ่ง  นายหนึ่งจะอ้างว่านายเอกไม่ชำระเงินให้แก่ตนไม่ได้  และจะอ้างว่าตนเป็นเพียงตัวแทนค้าต่างก็ไม่ได้เช่นกัน  นายหนึ่งจึงต้องชำระเงินค่าคอมพิวเตอร์ให้แก่นายสองเพราะข้อกำหนดในสัญญาของนายหนึ่งเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา  838  วรรคแรกตอนท้าย

สรุป  ข้ออ้างของนายหนึ่งจึงฟังไม่ขึ้น และนายหนึ่งจะต้องชำระเงินค่าคอมพิวเตอร์ให้แก่นายสอง

ข้อ  3  นพดลต้องการขายที่ดิน  50-0-0  ไร่  ราคาไร่ละสี่ล้านบาทโดยให้ค่านายหน้าร้อยละสาม  สอนชัยจะหาผู้มาซื้อ  การเจรจาเกี่ยวกับการซื้อขายหลายครั้ง  จะใช้บ้านไพโรจน์เพื่อนของนภดลเป็นสถานที่นัดพบเจรจา  นพดลอยู่ร่วมเจรจาบางครั้ง  แต่ไพโรจน์ร่วมเจรจาด้วยทุกครั้งและจัดการแทนนภดลจนมีการทำสัญญาจะซื้อขายในที่สุด  เมื่อสอนชัยมาขอค่านายหน้าหกล้านบาท  นพดลไม่ยอมให้อ้างว่าไม่เคยมอบหมายให้ไพโรจน์เป็นตัวแทนในการเจรจาทำสัญญา  เพราะไม่มีการตั้งตัวแทนเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือข้ออ้างฟังขึ้นหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  798  กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ  การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย

กิจการอันใดท่านบังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ  การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย

มาตรา  821  บุคคลผู้ใดเชิดชูบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี  รู้แล้วย่อมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี  ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน

มาตรา 845  วรรคแรก  บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้า  เพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี  จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี  ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จ  เนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น  ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้  ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว

วินิจฉัย

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการแรกมีว่า  ไพโรจน์เป็นตัวแทนของนพดลในการเจรจาเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน  หรือไม่  เห็นว่า  การที่สอนชัยติดต่อกับผู้ซื้อเพื่อมาซื้อที่ดินของนพดล  ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เจรจาติดต่อกันนั้นได้ใช้บ้านไพโรจน์เพื่อนของนภดลเป็นสถานที่นัดพบเสมอ  ทั้งไพโรจน์ก็ร่วมเจรจาด้วยทุกครั้ง  แม้บางครั้งนพดลไม่มา  แต่ไพโรจน์ก็เป็นผู้จัดการแทนนภดลจนมีการทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินในที่สุด  ย่อมเห็นเป็นปริยายว่า  นพดลได้เชิดไพโรจน์เป็นตัวแทนในการเจรจาตกลงกับสอนชัยแทนนพดล  ทำให้ผู้ซื้อยินยอมทำสัญญาซื้อขาย  ดังนั้นพฤติการณ์ย่อมแสดงว่าไพโรจน์เป็นตัวแทนเชิด  ตามมาตรา  821  ซึ่งการเป็นตัวแทนเชิดนั้นไม่อยู่ในบังคับของมาตรา  798  การตั้งตัวแทนเชิดจึงไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ  หรือต้องทำเป็นหนังสือแต่อย่างใด  ข้ออ้างของนพดลที่ว่าไม่เคยมอบหมายให้ไพโรจน์เป็นตัวแทนในการเจรจาทำสัญญา  เพราะไม่มีการตั้งตัวแทนเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ  จึงฟังไม่ขึ้น

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการต่อมามีว่า  สอนชัยมีสิทธิได้รับค่านายหน้าหรือไม่  เห็นว่า  เมื่อสอนชัยเป็นคนกลางในการจัดให้ไพโรจน์ตัวแทนผู้ขายและผู้ซื้อได้พบปะ  สอนชัยมีความมุ่งหมายที่จะได้ค่านายหน้าเป็นสำคัญ  หากไม่ได้ค่านายหน้าตอบแทนเป็นผลประโยชน์แล้ว  การดำเนินการใดๆที่ผ่านมา  ตลอดทั้งการทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินอาจจะไม่เกิดขึ้น  เมื่อนายหน้าได้มีการชี้ช่องจัดการให้คู่สัญญาทำสัญญากันสำเร็จ  แม้สอนชัยจะตกลงค่านายหน้าเฉพาะแต่นภดลเท่านั้น  แต่เมื่อไพโรจน์เป็นตัวแทนของนพดล  ข้อตกลงเรื่องค่านายหน้าจึงมีผลถึงไพโรจน์ด้วย  ดังนั้นสอนชัยผู้เป็นนายหน้าจึงมีสิทธิได้รับค่านายหน้าในอัตราร้อยละ  3  ตามมาตรา  845  วรรคแรก  นพดลจะปฏิเสธไม่ได้ 

สรุป  ข้ออ้างฟังไม่ขึ้น  นพดลต้องจ่ายค่านายหน้าแก่สอนชัย