LAW 2011 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน นายหน้า 2/2554

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2554

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2011 (LA 211),(LW 303)

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน นายหน้า

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1    มอบ    ให้ไปซื้อบ้านไม้สัก  1  หลัง  ที่จังหวัดลำปาง    ให้เงิน    ไปไม่พอ    จึงทดรองจ่ายให้ไปก่อน  500,000  บาท    รื้อบ้านออกมาเป็นไม้ชิ้นๆ  เพื่อสะดวกในการขนย้าย  ขนไม้มาถึงบ้าน    เรียก    ให้มารับไม้ไปและบอกให้    นำเงินมาชำระ  500,000  บาทด้วย    มาถึงจะรับแต่ไม้ไป แต่ไม่ยอมชำระหนี้    จึงยึดไม้นั้นไว้จนล่วงเวลา  จนขาดอายุความ  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า    จะฟ้องศาลเพื่อให้ศาลบังคับขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไว้นั้นได้หรือไม่  และถ้าขายทอดตลาดแล้ว  เงินไม่พอชำระหนี้    จะทำประการใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  193/27  ผู้รับจำนอง  ผู้รับจำนำ  ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วง  หรือผู้ทรงบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้อันตนได้ยึดถือไว้  ยังคงมีสิทธิบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนอง  จำนำ  หรือที่ได้ยึดไว้  แม้ว่าสิทธิเรียกร้องส่วนที่เป็นประธานจะขาดอายุความแล้วก็ตาม  แต่จะใช้สิทธินั้นบังคับให้ชำระดอกเบี้ยที่ค้างย้อนหลังเกินห้าปีขึ้นไปไม่ได้

มาตรา  248  ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา  193/27  การใช้สิทธิยึดหน่วงหาทำให้อายุความแห่งหนี้สะดุดหยุดลงไม่

มาตรา  816  ถ้าในการจัดทำกิจการอันเขามอบหมายแก่ตนนั้น  ตัวแทนได้ออกเงินทดรองหรือออกเงินค่าใช้จ่ายไป  ซึ่งพิเคราะห์ตามเหตุควรนับว่าเป็นการจำเป็นได้ไซร้  ท่านว่าตัวแทนจะเรียกเอาเงินชดใช้จากตัวการรวมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันที่ได้ออกเงินไปนั้นด้วยก็ได้

มาตรา  819  ตัวแทนชอบที่จะยึดหน่วงทรัพย์สินใดๆ  ของตัวการอันตกอยู่ในความครอบครองของตน  เพราะเป็นตัวแทนนั้นเอาไว้จนกว่าจะได้รับเงินบรรดาค้างชำระแก่ตนเพราะการเป็นตัวแทน

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่    มอบ    ให้ไปซื้อบ้านที่จังหวัดลำปาง  โดย    ให้เงิน    ไปไม่พอ  จึงทดรองจ่ายให้ไปก่อนนั้น  ถือเป็นกรณีที่ตัวแทนออกเงินทดรองจ่ายแทนตัวการไปในการทำกิจการที่ตัวการมอบหมาย  ตามมาตรา  816  วรรคแรก  ซึ่งตัวแทนสามารถเรียกเอาเงินชดใช้จากตัวการรวมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันที่ได้ออกเงินไปนั้นด้วยได้  และหากตัวการไม่ยอมชำระหนี้  ตัวแทนก็มีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินของตัวการไว้  จนกว่าจะได้รับเงินที่ตัวการค้างชำระแก่ตนได้ตามมาตรา  819

เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า    ไม่ยอมชำระเงินจำนวนดังกล่าวที่ค้างชำระแก่      จึงมีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินของ    ตัวการ  คือไม้สัก  ซึ่งอยู่ในความครอบครองของตนไว้ได้  จนกว่าจะได้รับเงินที่    ตัวการค้างชำระแก่ตนตามมาตรา  819  ซึ่งการที่    ใช้สิทธิยึดหน่วงไม้สักไว้นั้น  ย่อมไม่ทำให้อายุความแห่งหนี้ที่    ค้างชำระแก่    สะดุดหยุดลงตามมาตรา  248

อย่างไรก็ตาม  แม้    จะยึดหน่วงไม้นั้นไว้จนหนี้ขาดอายุความแล้ว    ก็ยังสามารถฟ้องศาล  เพื่อให้ศาลบังคับขายทอดตาดทรัพย์ที่ยึดไว้นั้นได้  แต่เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดหน่วงแล้วเงินไม่พอชำระหนี้    ก็จะไม่มีสิทธิที่จะเรียกเอาส่วนที่ยังขาดได้อีกตามมาตรา  193/27  ที่มีหลักว่า  ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ตนได้ยึดถือไว้  ยังคงมีสิทธิบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่ได้ยึดถือไว้  แม้ว่าสิทธิเรียกร้องส่วนเป็นประธานจะขาดอายุความแล้วก็ตาม

สรุป    สามารถฟ้องศาลเพื่อให้ศาลบังคับขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไว้นั้นได้  แต่เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดหน่วงแล้วเงินไม่พอชำระหนี้    ก็จะไม่มีสิทธิที่จะเรียกเอาส่วนที่ยังขาดได้อีก

ข้อ  2  นายเกษมเป็นเจ้าของร้านขายทองรูปพรรณซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนรามคำแหง  นางมุกดาต้องการขายทองคำแท่งหนัก  50  บาท  จึงได้มอบให้นายเกษมเป็นตัวแทนค้าต่างขายทองคำของตน  โดยตกลงว่าถ้าขายได้จะจ่ายบำเหน็จให้นายเกษม  จำนวน  20,000  บาท  ปรากฏว่าก่อนนำทองคำแท่งมาฝากขายราคาทองคำแท่งบาทละ  25,000  บาท  นางมุกดาได้บอกกับนายเกษมว่า  ถ้าราคาทองคำสูงกว่านี้ให้นายเกษมขายทองคำแท่งให้ด้วย  ต่อมาวันที่  5  กุมภาพันธ์  2555  ปรากฏว่า  ราคาทองคำแท่งตามราคาตลาดโลกลดลงเหลือบาทละ  24,000  บาท  นายเกษมต้องการซื้อทองคำดังกล่าวไว้เอง  เพื่อหวังผลกำไรในภายหน้า  จึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งให้นางมุกดาทราบว่าตนจะซื้อทองคำแท่งดังกล่าวไว้เอง  นางมุกดาไม่ได้บอกปัดในทันที  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า  สัญญาซื้อขายทองคำแท่งเกิดขึ้นหรือไม่  และนายเกษมจะได้รับเงินบำเหน็จจากนางมุกดาหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 843  ตัวแทนค้าต่างคนใดได้รับคำสั่งให้ขายหรือซื้อทรัพย์สินอันมีรายการขานราคาของสถานแลกเปลี่ยน  ท่านว่าตัวแทนคนนั้นจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายเองก็ได้  เว้นแต่จะมีข้อห้ามไว้ชัดแจ้งโดยสัญญาในกรณีเช่นนั้น  ราคาอันจะพึงใช้เงินแก่กันก็พึงกำหนดตามรายการขานราคาทรัพย์สินนั้น    สถานแลกเปลี่ยนในเวลาเมื่อตัวแทนค้าต่างให้คำบอกกล่าวว่าตนจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย

เมื่อตัวการรับคำบอกกล่าวเช่นนั้น  ถ้าไม่บอกปัดเสียในที  ท่านให้ถือว่าตัวการเป็นอันได้สนองรับการนั้นแล้ว

อนึ่งแม้ในกรณีเช่นนั้น  ตัวแทนค้าต่างจะคิดเอาบำเหน็จก็ย่อมคิดได้

วินิจฉัย  

ตามมาตรา  843  ได้บัญญัติไว้ว่า  ถ้าตัวการมอบหมายให้ตัวแทนค้าต่างขายทรัพย์สินแทนตน  และทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินที่มีรายการขานราคาของสถานแลกเปลี่ยน  และไม่มีข้อห้ามโดยชัดแจ้งในสัญญาตัวแทนค้าต่างจะเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินนั้นไว้เสียเองก็ได้

แต่อย่างไรก็ตาม  ตัวแทนค้าต่างจะต้องบอกกล่าวให้ตัวการรู้ด้วยว่าตนเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินนั้น  ซึ่งถ้าตัวการไม่ต้องการขายให้ตัวแทนค้าต่างก็ต้องบอกปัดในทันที  ไม่เช่นนั้นจะถือว่าตัวการได้สนองรับคำบอกกล่าวนั้นแล้ว  และนอกจากนี้ตัวแทนค้าต่างก็ยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จตามสัญญาอีกด้วย

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่นางมุกดาได้มอบให้นายเกษมเป็นตัวแทนค้าต่างขายทองคำแท่งของตนและตกลงจะจ่ายบำเหน็จให้จำนวน  20,000  บาท  ต่อมาราคาทองคำแท่งลดลงตามราคาตลาดโลกซึ่งถือเป็นรายการขานราคาของสถานแลกเปลี่ยน  นายเกษมจึงต้องการซื้อทองคำดังกล่าวไว้เองเพื่อเก็งกำไรในภายหน้านั้น  ดังนี้นายเกษมก็ย่อมสามารถทำได้  เพราะในสัญญาไม่มีข้อห้ามไว้  ตามมาตรา  843  วรรคแรก

และเมื่อนายเกษมโทรศัพท์ไปแจ้งให้นางมุกดาทราบว่าตนจะซื้อทองคำแท่งดังกล่าวไว้เอง  แต่ปรากฏว่านางมุกดาไม่บอกปัดในทันทีที่ได้รับแจ้ง  กรณีนี้จึงถือว่านางมุกดาตัวการเป็นอันได้สนองรับคำแจ้งนั้นแล้ว  สัญญาซื้อขายทองคำแท่งระหว่างนางมุกดากับนายเกษมจึงเกิดขึ้นตามมาตรา  843  วรรคสอง  และนอกจากนี้  นายเกษมก็ยังสามารถคิดเอาบำเหน็จจำนวน  20,000  บาท  จากนางมุกดา  เนื่องจากการซื้อขายของตนได้อีกด้วย  แม้นายเกษมจะเป็นผู้ซื้อทองคำแท่งเหล่านั้นไว้เองตามมาตรา  843  วรรคท้าย

สรุป  สัญญาซื้อขายทองคำแท่งเกิดขึ้นแล้ว  และนายเกษมมีสิทธิจะได้รับเงินบำเหน็จจากนางมุกดา

ข้อ  3  วันหนึ่ง  ริมถนนสายที่พนิตจะต้องขับรถจากบ้านไปทำงานทุกวันนั้น  มีแผ่นป้ายข้อความว่า

 

 

ที่ดินแปลงนี้ขาย

20 – 3 – 98

ราคาไร่ละ  3  ล้าน

081-8011111

 

 

พนิตอยากได้ค่านายหน้า  จึงไปนำชลิตเพื่อนรักมาซื้อ  ตกลงซื้อขายกันกับจำลองเจ้าของที่ดินในราคาไร่ละสองล้านแปดแสนบาท  พนิตเรียกค่าบำเหน็จนายหน้าจากจำลองเจ้าของที่ดินได้หรือไม่  จำนวนเท่าใด  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 845  วรรคแรก  บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้า  เพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี  จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี  ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จ  เนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น  ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้  ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว

มาตรา  846  วรรคแรก  ถ้ากิจการอันได้มอบหมายแก่นายหน้านั้น  โดยพฤติการณ์เป็นที่คาดหมายได้ว่าย่อมทำให้แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จไซร้  ท่านให้ถือว่าได้ตกลงกันโดยปริยายว่ามีค่าบำเหน็จนายหน้า

วินิจฉัย

ในเรื่องสัญญานายหน้านั้น  บุคคลจะต้องรับผิดให้ค่าบำเหน็จนายหน้าแก่ผู้ใดก็ต่อเมื่อได้ตกลงกันไว้กับผู้นั้นโดยชัดแจ้งประการหนึ่ง  หรือถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งก็จะต้องรับผิดต่อเมื่อกิจการอันได้มอบหมายแก่ผู้นั้นเป็นที่คาดหมายได้ว่า  ผู้นั้นย่อมทำให้ก็แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จเท่านั้น  ถ้าไม่มีการตกลงกันหรือไม่มีการมอบหมายกิจการแก่กัน  ก็ไม่จำต้องให้ค่าบำเหน็จนายหน้า  กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ  นายหน้าที่จะได้รับบำเหน็จหรือค่านายหน้านั้นในเบื้องต้นจะต้องมีสัญญานายหน้าต่อกันโดยชัดแจ้งตามมาตรา  845  หรือมีสัญญาต่อกันโดยปริยายตามมาตรา  846  ผู้ใดจะอ้างตนเป็นนายหน้าฝ่ายเดียว  เรียกร้องเอาค่าบำเหน็จโดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีสัญญาด้วยแต่อย่างหนึ่งอย่างใดเลยนั้น  หามีกฎหมายสนับสนุนให้เรียกร้องได้ไม่ 

กรณีตามอุทาหรณ์  พนิตจะเรียกค่าบำเหน็จนายหน้าจากจำลองเจ้าของที่ดินได้หรือไม่  เห็นว่า  การที่จำลองได้ติดแผ่นป้ายประกาศขายที่ดินพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ไว้ริมถนนนั้น  แสดงว่าจำลองต้องการขายที่ดินด้วยตนเอง  เมื่อพนิตเห็นป้ายอยากได้ค่านายหน้า  จึงได้ไปนำชลิตมาซื้อที่ดิน  กรณีนี้แม้การซื้อขายที่ดินระหว่างจำลองกับชลิตจะเกิดจากการชี้ช่องและจัดการของพนิตจนทำให้สัญญาซื้อขายสำเร็จก็ตาม  แต่เมื่อจำลองไม่ได้ตกลงให้พนิตเป็นนายหน้าขายที่ดิน  และไม่ได้ตกลงว่าจะจ่ายค่าบำเหน็จให้ตามมาตรา  845  วรรคแรก  รวมทั้งไม่ได้มอบหมายให้พนิตกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเลย  ดังนั้น  พนิตจะเรียกเอาค่าบำเหน็จนายหน้าจากจำลองไม่ได้

สรุป  พนิตจะเรียกเอาค่าบำเหน็จนายหน้าจากจำลองเจ้าของที่ดินไม่ได้