LAW3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2 2/2559

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 3 ร่วมกันยื่นฟ้องจําเลยว่า โจทก์ทั้งสามเป็นทายาทของนายทุเรียนร่วมกับจําเลยแต่เมื่อนายทุเรียนถึงแก่ความตายจําเลยได้ที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกไปแปลงหนึ่งมีมูลค่า 100,000 บาท แต่ไม่ยอมแบ่งให้โจทก์ทั้งสามขอให้จําเลยแบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสาม จําเลยยื่นคําให้การว่า ที่ดินดังกล่าวนายทุเรียนได้ให้ตนไว้ตั้งแต่ก่อนนายทุเรียนตายไม่ใช่ทรัพย์มรดกเป็นทรัพย์สินของ จําเลย จําเลยจึงไม่ต้องแบ่งให้โจทก์ทั้งสามขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม ในระหว่างพิจารณาโจทก์ทั้งสาม ขอสืบพยานบุคคล 10 ปาก แต่เมื่อได้สืบพยานไปแล้ว 8 ปาก ศาลใช้ดุลพินิจเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ฟังมา เพียงพอแล้วจึงมีคําสั่งระหว่างพิจารณาให้สืบพยานโจทก์สองปาก แล้วพิพากษาว่า ที่ดินดังกล่าวนายทุเรียนยกให้จําเลยกอนตายไม่ใช่ทรัพย์มรดก ยกฟ้องโจทก์ โดยโจทก์ทั้งสามได้โต้แย้งคําสั่ง งดสืบพยานไว้แล้ว โจทก์ทั้งสามจึงต้องการอุทธรณ์ดังนี้

Advertisement

(1) อุทธรณ์ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของนายทุเรียนขอให้จําเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์ทั้งสาม

(2) อุทธรณ์คําสั่งที่ศาลชั้นต้นมีคําสั่งงดสืบพยานโจทก์

ให้ท่านวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามจะสามารถอุทธรณ์ในเรื่องดังกล่าวนี้ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 224 วรรคหนึ่ง “ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจํานวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ ไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือไม่เกินจํานวนที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เว้นแต่ ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลชั้นต้นได้ทําความเห็นแย้งไว้หรือได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ หรือ ถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคํารับรองเช่นว่านี้ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษา ศาลชั้นต้น หรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอํานาจ แล้วแต่กรณี”

มาตรา 226 “ก่อนศาลชั้นต้นได้มีคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ถ้าศาลนั้นได้มีคําสั่ง อย่างใดอย่างหนึ่งนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และ 228 หลัง

(1) ห้ามมิให้อุทธรณ์คําสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา

(2) ถ้าคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งคําสั่งใด ให้ศาลจดข้อโต้แย้งนั้นลงไว้ในรายงาน คู่ความที่โต้แย้ง ชอบที่จะอุทธรณ์คําสั่งนั้นได้ภายในกําหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ศาลได้มีคําพิพากษา หรือคําสั่งชี้ขาดตัดสินคดีนั้น เป็นต้นไป…”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 3 ร่วมกันยื่นฟ้องจําเลยว่า โจทก์ทั้งสามเป็น ทายาทของนายทุเรียนร่วมกับจําเลย เมื่อนายทุเรียนถึงแก่ความตายจําเลยได้ที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกไปแปลงหนึ่ง มีมูลค่า 100,000 บาท แต่ไม่แบ่งให้โจทก์ทั้งสามขอให้จําเลยแบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสาม จําเลยยื่นคําให้การ ว่าที่ดินดังกล่าวนายทุเรียนได้ให้ตนไว้ตั้งแต่ก่อนนายทุเรียนตายไม่ใช่ทรัพย์มรดกเป็นทรัพย์สินของจําเลย จําเลยจึง ไม่ต้องแบ่งให้โจทก์ทั้งสามขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสามนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในระหว่างพิจารณาโจทก์ทั้งสาม

ขอสืบพยานบุคคล 10 ปาก แต่เมื่อสืบพยานไปแล้ว 8 ปาก ศาลใช้ดุลพินิจเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ฟังมาเพียงพอแล้ว จึงมีคําสั่งระหว่างพิจารณาให้งดสืบพยานโจทก์ 2 ปาก แล้วพิพากษาว่าที่ดินดังกล่าว นายทุเรียนยกให้จําเลย ก่อนตายไม่ใช่ทรัพย์มรดกให้ยกฟ้องโจทก์ และโจทก์ทั้งสามได้โต้แย้งคําสั่งงดสืบพยานไว้แล้วนั้น โจทก์ทั้งสามจะ อุทธรณ์ได้หรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

(1) การที่โจทก์ทั้งสามจะอุทธรณ์ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของนายทุเรียนให้จําเลย แบ่งที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสามนั้น เป็นการอุทธรณ์ดุลพินิจของศาลซึ่งเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อโจทก์ แต่ละคนมีส่วนร่วมในทรัพย์ที่พิพาทคนละ 1 ใน 4 ส่วน จึงถือว่ามีทุนทรัพย์คนละเพียง 25,000 บาท ดังนั้น เมื่อเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งมีทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ดังนั้น โจทก์ทั้งสามจึงไม่สามารถอุทธรณ์ในเรื่องดังกล่าวนี้ได้

(2) การที่โจทก์ทั้งสามจะอุทธรณ์คําสั่งที่ศาลชั้นต้นมีคําสั่งงดสืบพยานโจทก์นั้น โจทก์ทั้งสาม ไม่สามารถอุทธรณ์คําสั่งดังกล่าวนี้ได้ เพราะแม้คําสั่งดังกล่าวจะเป็นคําสั่งระหว่างพิจารณา และโจทก์ทั้งสามได้ โต้แย้งไว้แล้วตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 226 ก็ตาม แต่เมื่อคดีนี้ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์แล้ว คําสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งเกี่ยวกับคดีดังกล่าว จึงต้องห้ามอุทธรณ์ด้วย

สรุป

(1) โจทก์ทั้งสามจะอุทธรณ์ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของนายทุเรียนไม่ได้

(2) โจทก์ทั้งสามจะอุทธรณ์คําสั่งงดสืบพยานโจทก์ของศาลชั้นต้นไม่ได้

 

Advertisement