LAW2011 (LA211),(LW303) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน นายหน้า 1/2553

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2011 (LA 211),(LW 303)

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน นายหน้า

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1    ตกลงให้    ทำการอย่างหนึ่งแทนตน  โดยให้    ออกหน้าเป็นตัวการ    ได้ทำการนั้นกับ    โดย    เข้าใจโดยสุจริตว่า    คือเจ้าของกิจการที่    เข้ากระทำด้วย  ต่อมา    ได้รับความเสียหายจาก      จึงฟ้อง    ให้รับผิด    ปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่า    เป็นเพียงตัวแทนทำแทน    ตัวการได้หรือไม่  เพราะเหตุใด  ประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง  จากโจทย์ข้างต้นว่า  ภายหลังจาก    ทำสัญญากับ    แล้ว    รู้ว่า    เป็นเพียงตัวแทน  และ    เป็นตัวการ  เมื่อ    ได้รับความเสียหายจาก      จะฟ้อง    ให้รับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นได้หรือไม่  เพราะเหตุใด  และ    จะปฏิเสธความรับผิดว่าตนตั้ง    เป็นตัวแทนมิได้ทำเป็นหนังสือ    ไม่มีอำนาจฟ้อง  ข้ออ้างของ    ฟังขึ้นหรือไม่

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  798  กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ  การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย

กิจการอันใดท่านบังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ  การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย

มาตรา  806  ตัวการซึ่งมิได้เผยชื่อจะกลับแสดงตนให้ปรากฏและ เข้ารับเอาสัญญาใด ๆ ซึ่งตัวแทน

ได้ทำไว้แทนตนก็ได้ แต่ถ้าตัวการ ผู้ใดได้ยอมให้ตัวแทนของตนทำการออกหน้าเป็นตัวการไซร้ ท่านว่า ตัวการผู้นั้นหาอาจจะทำให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของบุคคลภายนอกอันเขามีต่อตัวแทนและเขาขวนขวายได้มาแต่ก่อนที่รู้ว่าเป็นตัวแทนนั้น ได้ไม่

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์  การที่    ตกลงให้    ทำการอย่างหนึ่งแทนตนโดยให้ออกหน้าเป็นตัวการ  และ    ได้ทำการนั้นกับ    โดย    เข้าใจโดยสุจริตว่า    คือเจ้าของกิจการที่    เข้ากระทำด้วยนั้น  ถือว่าเป็นเรื่องตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อตามมาตรา  806  เมื่อ  ค บุคคลภายนอกไม่รู้ว่ามีตัวการ    จึงต้องรับผิดต่อ    เช่นเดียวกับเป็นตัวการเอง  ดังนั้น    จะปฏิเสธความรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้ตามมาตรา  806  (ฎ. 311/2523)

ส่วนอีกประการหนึ่ง  ภายหลังจากทำสัญญา  การที่    รู้ว่า    เป็นเพียงตัวแทนของ    เมื่อเป็นเรื่องตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อตามมาตรา  806  และบุคคลภายนอกรู้แล้วว่าตัวการคือใคร  ดังนั้น    ตัวแทน  จึงหลุดพ้นจากความรับผิด    จึงฟ้อง    ตัวการให้รับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นได้  และ    จะปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่า    ไม่มีอำนาจฟ้องไม่ได้  เพราะแม้ว่าการที่    ตั้ง    เป็นตัวแทนจะมิได้ทำเป็นหนังสือ  แต่บทบัญญัติมาตรา  806  เป็นข้อยกเว้นของมาตรา  798  ข้ออ้างของ    จึงฟังไม่ขึ้น

สรุป  ประการแรก    จะปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่าตนเป็นเพียงตัวแทนทำแทน    ตัวการไม่ได้  และประการที่สอง  ข้ออ้างของ    ที่ว่า    ไม่มีอำนาจฟ้องนั้นฟังไม่ขึ้น

ข้อ  2  นายแดงเปิดร้านขายทองรูปพรรณอยู่ที่ตลาดบางกะปิมาหลายสิบปีแล้ว  เมื่อวันที่  1  กันยายน  2553  นายดำได้นำทองรูปพรรณหนัก  100  บาท  ซึ่งได้รับมรดกจากมารดามาฝากนายแดงขายโดยตกลงจ่ายบำเหน็จให้แก่นายแดงร้อยละ  3  ซึ่งราคาซื้อขายทองคำเป็นไปตามราคาตลาดโลก  ในวันที่นำมาฝากขายราคาทองคำบาทละ  18,300  บาท  ต่อมาวันที่  10  กันยายน  2553  ราคาทองคำตามราคาตลาดโลกบาทละ  18,500  บาท  นายแดงจึงอยากซื้อทองรูปพรรณของนายดำที่นำมาฝากขายเพราะเห็นว่าราคาทองคำจะต้องขึ้นราคาสูงกว่า  18,500  บาท  ถ้าตนซื้อไว้คงจะได้กำไร  จึงได้โทรศัพท์ไปบอกกล่าวแก่นายดำ  นายดำได้รับคำบอกกล่าวแล้วก็ไม่ได้บอกปัดในทันทีที่ได้รับโทรศัพท์เพราะต้องการได้เงินจากการขายทองรูปพรรณ  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า  สัญญาซื้อขายทองรูปพรรณดังกล่าว  เกิดขึ้นหรือไม่  เพราะเหตุใด  และนายแดงจะคิดเอาบำเหน็จจากนายดำได้หรือไม่  จงอธิบาย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  833  อันว่าตัวแทนค้าต่าง  คือบุคคลซึ่งในทางค้าขายของเขาย่อมทำการซื้อ  หรือขายทรัพย์สิน  หรือรับจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นในนามของตนเองต่างตัวการ

มาตรา 843  ตัวแทนค้าต่างคนใดได้รับคำสั่งให้ขายหรือซื้อทรัพย์สินอันมีรายการขานราคาของสถานแลกเปลี่ยน  ท่านว่าตัวแทนคนนั้นจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายเองก็ได้  เว้นแต่จะมีข้อห้ามไว้ชัดแจ้งโดยสัญญาในกรณีเช่นนั้น  ราคาอันจะพึงใช้เงินแก่กันก็พึงกำหนดตามรายการขานราคาทรัพย์สินนั้น    สถานแลกเปลี่ยนในเวลาเมื่อตัวแทนค้าต่างให้คำบอกกล่าวว่าตนจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย

เมื่อตัวการรับคำบอกกล่าวเช่นนั้น  ถ้าไม่บอกปัดเสียในที  ท่านให้ถือว่าตัวการเป็นอันได้สนองรับการนั้นแล้ว

อนึ่งแม้ในกรณีเช่นนั้น  ตัวแทนค้าต่างจะคิดเอาบำเหน็จก็ย่อมคิดได้

วินิจฉัย  

ตามมาตรา  843  ได้บัญญัติไว้ว่า  ถ้าตัวการมอบหมายให้ตัวแทนค้าต่างขายทรัพย์สินแทนตน  และทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินที่มีรายการขานราคาของสถานแลกเปลี่ยน  และไม่มีข้อห้ามโดยชัดแจ้งในสัญญาตัวแทนค้าต่างจะเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินนั้นไว้เสียเองก็ได้

แต่อย่างไรก็ตาม  ตัวแทนค้าต่างจะต้องบอกกล่าวให้ตัวการรู้ด้วยว่าตนเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินนั้น  ซึ่งถ้าตัวการไม่ต้องการขายให้ตัวแทนค้าต่างก็ต้องบอกปัดในทันที  ไม่เช่นนั้นจะถือว่าตัวการได้สนองรับคำบอกกล่าวนั้นแล้ว  และนอกจากนี้ตัวแทนค้าต่างก็ยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จตามสัญญาอีกด้วย

ตามอุทาหรณ์  การที่นายดำนำทองรูปพรรณไปฝากนายแดงขาย  ซึ่งนายแดงได้เปิดร้านขายทองรูปพรรณมาหลายสิบปีแล้วนั้น  ถือว่านายแดงเป็นตัวแทนค้าต่างตามมาตรา  833

เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า  ต่อมาราคาทองคำได้เพิ่มสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกซึ่งถือเป็นรายการขานราคาของสถานแลกเปลี่ยน  เมื่อนายแดงเห็นว่าราคาทองคำจะมีแนวโน้มสูงขึ้นจึงต้องการซื้อทองรูปพรรณของนายดำไว้เพื่อเก็งกำไร  ดังนี้นายแดงก็ย่อมสามารถทำได้  เพราะในสัญญาไม่มีข้อห้ามไว้ตามมาตรา  843  วรรคแรก

และเมื่อนายแดงโทรศัพท์ไปบอกกล่าวแก่นายดำตัวการ  ซึ่งนายดำได้รับคำบอกกล่าวแล้วแต่มิได้บอกปัดในทันที  จึงถือว่านายดำได้สนองรับคำบอกกล่าวนั้นแล้ว  สัญญาซื้อขายทองรูปพรรณระหว่างนายแดงกับนายดำจึงเกิดขึ้นตามมาตรา  843  วรรคสอง  และนอกจากนี้นายแดงก็ยังคิดเอาบำเหน็จร้อยละ  3  จากนายดำเนื่องจากการซื้อขายของตนได้อีกด้วยตามมาตรา  843  วรรคท้าย

สรุป  สัญญาซื้อขายทองรูปพรรณดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว  และนายแดงสามารถคิดเอาบำเหน็จจากนายดำได้

ข้อ  3  หลังจากบิดาตาย  ที่ดินส่วนมรดกของบิดาก็ตกทอดแก่ทายาทคือมารดาและบุตรอีกสองคน  ซึ่งเข้ารับมรดกมีชื่อร่วมกันในโฉนดดังกล่าว  เมื่อต้องการขายที่ดินเพื่อเอาเงินมาแบ่งกัน  มารดาก็จัดการขายที่ดินโดยให้ขาวเป็นนายหน้า  ในขณะที่ขาวมาพูดคุยกับมารดาเรื่องการขายที่ดินโดยมีค่านายหน้าบุตรก็ทราบและการพูดคุยบางครั้งบุตรก็อยู่ด้วย  เมื่อขาวหาคนมาซื้อที่ดินได้แล้ว  บุตรสองคนไม่ยอมจ่ายค่านายหน้า  โดยอ้างว่าไม่เคยตกลงให้ขาวเป็นนายหน้า  ข้ออ้างฟังขึ้นหรือไม่เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  821  บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี  รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี  ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน

มาตรา 845  วรรคแรก บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้า  เพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี  จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี  ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จ  เนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น  ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้  ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว

วินิจฉัย

โดยหลัก  สัญญานายหน้านั้น  ถ้าได้มีการตกลงกันในเรื่องบำเหน็จและนายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลภายนอกได้เข้ามาทำสัญญากับตัวการจนสำเร็จแล้ว  นายหน้าก็ย่อมมีสิทธิได้รับบำเหน็จตามที่ตกลงกันไว้  ตามมาตรา  845  วรรคแรก

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่มารดาจัดการขายที่ดิน  โดยให้ขาวเป็นนายหน้า  ซึ่งในขณะที่ขาวมาพูดคุยกับมารดาเรื่องการขายที่ดินโดยมีค่านายหน้าบุตรก็ทราบ  และการพูดคุยบางครั้งบุตรก็อยู่ด้วยนั้น  ถือได้ว่าบุตรทั้งสองคนได้เชิดมารดาออกเป็นตัวแทนของตนในการทำสัญญานายหน้ากับขาวแล้วตามมาตรา  821

ดังนั้น  เมื่อขาวหาคนมาซื้อที่ดินดังกล่าวได้แล้ว  ถือว่าเป็นกรณีที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลภายนอกได้เข้าทำสัญญากับตัวการจนสำเร็จ  ดังนั้นบุตรทั้งสองซึ่งเป็นตัวการจึงต้องรับผิดร่วมกับมารดาซึ่งเป็นตัวแทนของตน  ในการจ่ายค่านายหน้าให้แก่นายขาวด้วยตามมาตรา  821  ประกอบมาตรา  845  วรรคแรก  ข้ออ้างของบุตรทั้งสองคนที่ว่าไม่เคยตกลงให้ขาวเป็นนายหน้าจึงไม่ต้องจ่ายค่านายหน้านั้นฟังไม่ขึ้น

สรุป  ข้ออ้างของบุตรทั้งสองคนดังกล่าวฟังไม่ขึ้น