LAW2011 (LA 211),(LW 303) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน นายหน้า S/2549

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2549

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2011 (LA 211),(LW 303)

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน นายหน้า


คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  1.1  นายไก่มอบนายไข่ให้ไปซื้อที่ดินโดยมอบหมายเป็นหนังสือ  นายไข่ไปซื้อที่ดินนายครัวโดยตกลงทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายกันเรียบร้อย  ต่อมานายครัวโอนที่ดินขายให้นายเงิน  โดยนายเงินให้ราคามากกว่าเป็นสองเท่า  ให้ท่านวินิจฉัยพร้อมทั้งยกหลักกฎหมายประกอบด้วยว่า  นายไก่จะฟ้องเพิกถอนการโอนระหว่างนายครัวกับนายเงินได้หรือไม่

1.2            นายไก่มอบนายไข่ให้ไปซื้อที่ดินโดยฝ่าฝืนข้อห้ามของกฎหมาย  ในการมอบหมายนั้น  นายไข่ไปซื้อที่ดินของนายครัวและนายไข่กับนายครัวทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายกันเรียบร้อย  ต่อมา  นายไก่ผิดสัญญาซื้อขายต่อนายครัวก่อน  โดยไม่เป็นไปตามข้อตกลงตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย  นายครัวจึงโอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับนายเงินซึ่งให้ราคาเท่ากันกับนายไข่  ให้ท่านวินิจฉัยพร้อมทั้งยกหลักกฎหมายประกอบด้วยว่า  นายไก่จะฟ้องเพิกถอนการโอนระหว่างนายครัวกับนายเงินได้หรือไม่  อย่างไร

1.3            หากการซื้อขายที่ดินรายนี้  นายไก่มอบหมายนายไข่ด้วยปากเปล่า  แต่ได้มอบเงินให้ไปวางประจำและการมอบหมายมิได้ทำเป็นหนังสือ  และนายไข่กับนายครัวทำหนังสือจะซื้อจะขายกันแล้วต่อมานายครัวได้โอนขายที่ดินแปลงดังกล่าวไปให้นายเงิน  นายไก่จะฟ้องเพิกถอนการโอนระหว่างนายครัวกับนายเงินได้หรือไม่

ธงคำตอบ

มาตรา  798  กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ  การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย

กิจการอันใดท่านบังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ  การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย

วินิจฉัย

1.1            ตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  798  แล้ว  การตั้งตัวแทนของนายไก่ถูกต้องตามหลักมาตรา  798  ทุกประการ  เพราะการตั้งตัวแทนไปซื้ออสังหาริมทรัพย์  กฎหมาย  (มาตรา  456  วรรคแรก)  บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ  เมื่อสัญญาตั้งตัวแทนสมบูรณ์  นายไก่จึงสามารถฟ้องเพิกถอนการโอนระหว่างนายครัวกับนายเงินได้

1.2   ตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  798  การตั้งตัวแทนของนายไก่ฝ่าฝืนข้อห้ามของกฎหมาย  นายไก่ตั้งนายไข่ไม่ได้มอบหมายเป็นหนังสือ  หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญากันแล้วไม่สามารถฟ้องร้องกันได้  นายไก่ตั้งนายไข่ไม่ได้มอบหมายเป็นหนังสือ  หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญากันแล้วก็ไม่สามารถฟ้องร้องกันได้  เพราะไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน  ด้วยเหตุนี้นายไก่จึงไม่สามารุฟ้องเพิกถอนการโอนระหว่างนายครัวกับนายเงินได้

นอกจากกรณีดังกล่าว  แม้นายไก่จะไม่ได้ผิดสัญญาก่อนก็ฟ้องไม่ได้อยู่ดี  เพราะการตั้งตัวแทนฝ่าฝืนข้อห้ามกฎหมายตามมาตรา  798  ซึ่งกฎหมายบังคับว่าการตั้งตัวแทนต้องทำเป็นหนังสือ

1.3 เป็นกรณีที่ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา  798  ดังนั้นการตั้งตัวแทนแม้ไม่ได้ทำเป็นหนังสือแต่ใช้วิธีวางประจำไว้ก็ถือว่าเป็นการตกลงกันสำเร็จแล้ว  (มาตรา  456  วรรคสอง)

สรุป 

1.1            นายไก่สามารถฟ้องเพิกถอนการโอนระหว่างนายครัวกับนายเงินได้

1.2            นายไก่ไม่สามารถฟ้องเพิกถอนการโอนระหว่างนายครัวกับนายเงินได้

1.3            นายไก่ฟ้องเพิกถอนการโอนระหว่างนายครัวกับนายเงินได้

ข้อ  2  ให้ท่านอธิบายหลักเกณฑ์ตามมาตรา  825  โดยละเอียดครบถ้วน  หากตัวแทนที่ได้รับมอบหมายโดยถูกต้องมีบำเหน็จ  แต่ได้ปฏิบัติมิชอบตามมาตรา  825  อยากทราบว่าตัวแทนที่ว่านี้จะมีความรับผิดตามกฎหมายหรือไม่  อย่างไรบ้าง

ธงคำตอบ

มาตรา  825  เป็นเรื่องตัวแทนเห็นแก่อามิสสินจ้าง  ซึ่งมีหลักกฎหมายว่า

ถ้าตัวแทนเข้าทำสัญญากับบุคคลภายนอกโดยเห็นแก่อามิสสินจ้างเป็นทรัพย์สินใดๆ  หรือประโยชน์อย่างอื่นออันบุคคลภายนอกได้ให้เป็นลาภส่วนตัวก็ดีหรือให้คำมั่นว่าจะให้ก็ดี  ท่านว่าตัวการหาต้องผูกพันในสัญญาซึ่งตัวแทนของตนได้ทำนั้นไม่  เว้นแต่ตัวการจะได้ยินยอมด้วย

ทั้งนี้โดยปกติแล้ว  ตัวแทนจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตและรักษาผลประโยชน์ของตัวการ  แต่ถ้าตัวแทนทำกิจการแทนตัวการโดยเห็นแก่อามิสสินจ้างจากบุคคลภายนอกที่ให้ประโยชน์แก่ตน  ย่อมทำให้ตัวการได้รับความเสียหายได้  เช่น  แดงเป็นตัวแทนขายที่ดินให้ดำ  แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับผลประโยชน์จากผู้ซื้อเพื่อให้แดงขายที่ดินให้แก่ตนในราคาถูกเป็นการตอบแทน  กรณีนี้ย่อมทำให้ดำตัวการได้รับความเสียหายได้  เพราะได้เงินค่าขายที่ดินลดลง  กฎหมายมาตรานี้จึงบัญญัติไว้เพื่อป้องกันมิให้ตัวการได้รับความเสียหาย  กล่าวคือ  ไม่ให้การนั้นผูกพันตัวการ  เว้นแต่ตัวการจะได้ยินยอมด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม  กรณีตามมาตรา  825  จะต้องปรากฏว่า

1       เป็นเรื่องที่ตัวแทนเข้าทำสัญญากับบุคคลภายนอกเท่านั้น

2       ต้องปรากฏว่าการทำสัญญาของตัวแทนเป็นผลมาจากการรับสินบนหรืออามิสสินจ้างจากบุคคลภายนอก  ถ้าตัวแทนทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว  บุคคลภายนอกเห็นความดีของตัวแทนทำให้สัญญาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  จึงได้มอบทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้ตัวแทน  และตัวแทนรับไว้  กรณีนี้ไม่ถือว่าตัวแทนรับอามิสสินจ้างจากบุคคลภายนอก  สัญญาที่ทำย่อมผูกพันตัวการ

สำหรับผลทางกฎหมาย  ในกรณีที่ตัวแทนกระทำการฝ่าฝืนมาตรา  825  คือ

 1       สัญญาที่ตัวแทนทำนั้น  ไม่ผูกพันตัวการ  ตัวแทนต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่เป็นคู่สัญญาโดยลำพัง  แต่ตัวการมีสิทธิที่จะยอมรับหรือไม่ยอมรับเอาสัญญาดังกล่าวนั้นก็ได้ 

2       ตัวการมีสิทธิบอกเลิกการเป็นตัวแทนได้  ตามมาตรา  827  วรรคแรก

3       ถือว่าตัวแทนทำไม่ชอบด้วยหน้าที่ของการเป็นตัวแทน  ตัวการมีสิทธิที่จะไม่ให้บำเหน็จแก่ตัวแทน  ตามมาตรา  818  แม้ตัวแทนจะได้รับมอบหมายโดยถูกต้องมีบำเหน็จ  ตามมาตรา  803  ก็ตาม

4       ถ้าการกระทำดังกล่าวทำให้ตัวการได้รับความเสียหาย  ตัวแทนจะต้องรับผิดต่อตัวการตามมาตรา  812

ข้อ  3  การเป็นนายหน้ามีการมอบหมายได้กี่ประการ  หากการมอบหมายให้เป็นนายหน้ามิได้ตกลงกันเป็นพิเศษว่าจะให้บำเหน็จนายหน้าเท่าใด  กี่เปอร์เซ็นต์  จะถือเกณฑ์การให้บำเหน็จอย่างไร  ให้ท่านตอบพร้อมทั้งยกหลักกฎหมายและคำพิพากษาฎีกาประกอบให้ครบถ้วน

ธงคำตอบ 

มาตรา 845  วรรคแรก  บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้า  เพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี  จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี  ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จ  เนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น  ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้  ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว

มาตรา  846  วรรคแรก  ถ้ากิจการอันได้มอบหมายแก่นายหน้านั้น  โดยพฤติการณ์เป็นที่คาดหมายได้ว่าย่อมทำให้แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จไซร้  ท่านให้ถือว่าได้ตกลงกันโดยปริยายว่ามีค่าบำเหน็จนายหน้า

ค่าบำเหน็จนั้นถ้ามิได้กำหนดจำนวนกันไว้  ท่านให้ถือว่าได้ตกลงกันเป็นจำนวนตามธรรมเนียม

การเป็นนายหน้าเกิดขึ้นได้  2  ประการ  คือ

 1       การมอบหมายโดยตรง  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา  85

2       การมอบหมายโดยปริยาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา  846

ตามปัญหา  หากค่าบำเหน็จนายหน้าตกลงกันไม่ได้ว่าจะต้องให้เท่าใด  ก็ให้ตกลงกันเป็นธรรมเนียมตามมาตรา  846  วรรคสอง  คือร้อยละ  5  ของราคาที่ซื้อขายกันแท้จริงตามคำพิพากษาฎีกาที่  3581/2526