LAW4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้ 1/2558

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1 ปีภาษี 2558 ตั้งแต่เดือนมกราคม บริษัท เทียนเทียน จํากัด เป็นบริษัทจัดจําหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ได้จ้างนายวินคนพม่าเป็นผู้จัดการสาขาที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เงินเดือนของนายวินได้ส่ง เข้าบัญชีธนาคารที่ประเทศพม่า และได้จ้างนางสาววันหนึ่งไปเป็นผู้จัดการสาขาประจําที่ประเทศลาว เงินเดือนของนางสาววันหนึ่ง บริษัทฯ จัดส่งเข้าบัญชีนางสาววันหนึ่งที่ประเทศลาวทุกเดือน และที่ประเทศเวียดนาม บริษัทฯ ได้จ้างนางสาวเมย์คนเวียดนามอาศัยอยู่ที่ประเทศเวียดนามเป็นนายหน้า หาลูกค้าในประเทศเวียดนามให้กับบริษัทฯ โดยหากหาลูกค้าให้บริษัทฯ ได้ นางสาวเมย์จะได้รับ ค่านายหน้าจากบริษัทฯ เป็นครั้ง ๆ ไป อยากทราบว่า เงินเดือนของนายวินและนางสาววันหนึ่ง เงินค่านายหน้าของนางสาวเมย์ ตลอดปีภาษี 2558 นี้ จะต้องนํามาเสียภาษีให้กับประเทศไทยหรือไม่เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา 41 “ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ใน ประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

ผู้อยู่ในประเทศไทย มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เมื่อนําเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ในปีภาษีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย”

วินิจฉัย

โดยหลักแล้ว ในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับ ประเทศไทย ต่อเมื่อเงินได้พึงประเมินนั้น เกิดเนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในประเทศไทย หรือกิจการที่ทําใน ประเทศไทย หรือกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคแรก)

ส่วนในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นนอกประเทศ ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีให้กับประเทศไทย ต่อเมื่อผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และมีเงินได้พึงประเมิน เนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในต่างประเทศหรือ กิจการที่ทําในต่างประเทศหรือทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ และได้นําเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษี เดียวกับปีที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม)

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

1 การที่บริษัทฯ ได้จ้างนายวินคนพม่าเป็นผู้จัดการสาขาที่ อ.แม่สอด จ.ตากนั้น เงินเดือน ที่นายวินได้รับ ถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมินที่เกิดขึ้นเนื่องจากหน้าที่งานที่ทําในประเทศไทย และเป็นเงินได้ที่มีแหล่งเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย แม้เงินได้ดังกล่าวบริษัทจะได้ส่งเข้าบัญชีที่ประเทศพม่าก็ตาม นายวินก็จะต้อง นําเงินได้ดังกล่าวเสียภาษีให้กับประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคแรก

2 การที่บริษัทฯ ได้จ้างนางสาววันหนึ่งไปเป็นผู้จัดการสาขาที่ประเทศลาว และบริษัทจัดส่ง เงินเดือนเข้าบัญชีของนางสาววันหนึ่งที่ประเทศลาวทุกเดือนนั้น เงินเดือนที่นางสาววันหนึ่งได้รับถือเป็นเงินได้ พึงประเมินที่เกิดจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย และเป็นเงินได้ที่มีแหล่งเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย นางสาววันหนึ่งจึงต้องเสียภาษีให้กับประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคแรก

3 การที่บริษัทฯ จ้างนางสาวเมย์คนเวียดนามและได้อาศัยอยู่ในประเทศเวียดนามเป็น นายหน้าหาลูกค้าให้กับบริษัทฯ ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อหาลูกค้าได้ก็จะได้รับค่านายหน้านั้น เงินค่านายหน้าที่ นางสาวเมย์ได้รับ ถือว่าเป็นเงินได้จากแหล่งเงินได้นอกประเทศ เพราะเป็นเงินได้จากหน้าที่การงานที่ทําใน ต่างประเทศ ดังนั้น เมื่อนางสาวเมย์ไม่ได้นําเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกันและมิได้อาศัยอยู่ใน ประเทศไทยถึง 180 วันในปีภาษี นางสาวเมย์จึงไม่ต้องเสียภาษีให้กับประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคสองและสาม

สรุป เงินเดือนของนายวินและของนางสาววันหนึ่ง ต้องนํามาเสียภาษีให้กับประเทศไทย

ส่วนเงินค่านายหน้าของนางสาวเมย์ไม่ต้องนํามาเสียภาษีให้กับประเทศไทย

 

Advertisement