Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2561

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2562 นายโตเป็นข้าราชการกระทรวงยุติธรรมได้รับเงินเดือน 40,000 บาทนายโตเห็นนายโชคประกาศขายนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ “วันเดอร์แอนด์อลิส” ที่ร้านค้าในกรุงเทพฯ ราคาเรือนละ 4,000,000 บาท นายโตอยากได้นาฬิกาเรือนดังกล่าวมาก แต่นายโตมีเงินสดเพียงจํานวน 1,000,000 บาท ดังนั้น นายโตจึงทําสัญญากู้ยืมเงินจากนายโครมจํานวน 1,000,000 บาท ได้ส่งงาน ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี กําหนดชําระคืนในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 และนายโตได้ขอให้นายโฟตกลงร่วมลงทุนเป็นเงินจํานวน 2,000,000 บาท เพื่อซื้อนาฬิกาเรือนดังกล่าว เมื่อซื้อแล้ว จะนําไปขายต่อและนํากําไรแบ่งปันกันระหว่างนายโตกับนายโฟ นายโฟตกลงตามที่นายโตเสนอ ต่อมาในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 นายโตและนายโฟร่วมกันขายนาฬิกาเรือนดังกล่าวได้เงิน จํานวน 6,000,000 บาท และนํากําไรแบ่งปันกันตามสัดส่วนการลงทุน ให้ท่านวินิจฉัยว่า เงินได้รายการดังกล่าวต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

Advertisement

หลักกฎหมาย ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา 39 “ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“เงินได้พึงประเมิน” หมายความว่า เงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้ เงินได้ที่กล่าวนี้ ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งอาจคิดคํานวณได้เป็นเงิน เงินค่าภาษีอากร ที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สําหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ และเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิด้วย”

มาตรา 41 “ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ใน ประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ เงินได้ตามรายการดังกล่าวจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประมวล รัษฎากรหรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

1 การที่นายโต เป็นข้าราชการกระทรวงยุติธรรมได้รับเงินเดือน ๆ ละ 40,000 บาทนั้น เงินเดือนที่นายโตได้รับถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 และเป็นเงินได้พึงประเมินเนื่องจากหน้าที่งาน ที่ทําในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง และถือเป็นเงินได้ที่นายโตได้รับแล้วตามเกณฑ์เงินสด ดังนั้น นายโตจึงต้องนําเงินได้ดังกล่าวทั้งหมดจํานวน 480,000 บาท (40,000 x 12) มาคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

2 การที่นายโครมให้นายโตกู้ยืมเงินจํานวน 1,000,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนั้น ดอกเบี้ยที่นายโครมได้รับจํานวน 75,000 บาท (1,000,000 x 7.5) ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 และ เป็นเงินได้พึงประเมินเนื่องจากกิจการที่ทําในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง และถือเป็นเงินได้ที่นายโครม ได้รับแล้วตามเกณฑ์เงินสด ดังนั้น นายโครมจึงต้องนําเงินได้จํานวน 75,000 บาท มาคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา

3 การที่นายโตและนายโฟได้ร่วมกันลงทุนคนละ 2,000,000 บาท เพื่อซื้อนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ “วันเดอร์แอนด์อลิส” ในราคา 4,000,000 บาท แล้วขายนาฬิกาเรือนดังกล่าวได้เงินจํานวน 6,000,000 บาทนั้น เงินได้ดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 และเป็นเงินได้พึงประเมินเนื่องจากกิจการที่ทําในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง และเป็นเงินได้ที่ได้รับแล้วตามเกณฑ์เงินสดซึ่งได้รับจากการประกอบกิจการในรูปแบบ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ดังนั้น นายโตและนายโฟจึงต้องนําเงินได้พึงประเมินจํานวน 6,000,000 บาทดังกล่าวมาคํานวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยถือว่าผู้มีเงินได้นั้นเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ

สรุป

นายโตจะต้องนําเงินได้ซึ่งเป็นเงินเดือนจํานวน 480,000 บาท มาคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคลธรรมดา

นายโครมจะต้องนําดอกเบี้ยที่ได้รับจํานวน 75,000 บาท มาคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา

นายโตและนายโฟต้องนําเงินได้จากการขายนาฬิกาจํานวน 6,000,000 บาท มาคํานวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยถือว่าผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ

 

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

error: Content is protected !!

Log in with your credentials

Forgot your details?