LAW4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้ 1/2561

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2561

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1 นายไข่เป็นนักมวยอาชีพสัญชาติไทย ได้เดินทางไปแข่งขันชกมวยสากลชิงแชมป์โลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้เดินทางไปเก็บตัวและทําการแข่งขันเป็นเวลา 4 เดือน ปรากฏว่า นายไข่ ได้รับชัยชนะและได้รับตําแหน่งแชมป์โลก จึงได้เงินรางวัลจากการแข่งขันจํานวน 5 ล้านบาท นายไข่ได้นําเงินสดจํานวน 2 ล้านบาทฝากไว้กับธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนเงินรางวัล ส่วนที่เหลือนายไข่ได้นําไปซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์มูลค่า 3 ล้านบาท โดยนําติดตัวกลับเข้ามาใน ประเทศไทย และได้พํานักอยู่ในประเทศไทยตลอดปีภาษี ดังนี้ อยากทราบว่าเงินได้ดังกล่าว เป็นเงินได้ประเภทใด และนายไข่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินได้ดังกล่าวนั้น หรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา 39 “ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“เงินได้พึงประเมิน” หมายความว่า เงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้ เงินได้ที่กล่าวนี้ ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งอาจคิดคํานวณได้เป็นเงิน เงินค่าภาษีอากร ที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สําหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ และเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิด้วย”

มาตรา 40 “เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สําหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

(8) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่งหรือการอื่น นอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) แล้ว”

มาตรา 41 “ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งานหรือ กิจการที่ทําในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ใน ประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

ผู้อยู่ในประเทศไทย มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติ ในส่วนนี้ เมื่อนําเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ในปีภาษีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย”

วินิจฉัย

โดยหลักแล้ว ในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับประเทศไทย ต่อเมื่อเงินได้พึงประเมินนั้น เกิดเนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในประเทศไทย หรือกิจการที่ทําใน ประเทศไทยหรือกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคหนึ่ง)

ส่วนในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นนอกประเทศ ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีให้กับประเทศไทยต่อเมื่อ ผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และมีเงินได้พึงประเมิน เนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในต่างประเทศหรือกิจการ ที่ทําในต่างประเทศหรือทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ และได้นําเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกับ ปีที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม)

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายไข่ได้เดินทางไปแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้เงินรางวัลจากการแข่งขันจํานวน 5 ล้านบาทนั้น เงินได้ดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 ตาม มาตรา 40 (8) และจะต้องนําเงินได้พึงประเมินจํานวน 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินได้ที่เกิดจากแหล่งเงินได้ใน ต่างประเทศ เนื่องจากเป็นเงินได้พึงประเมินที่เกิดขึ้นจากหน้าที่งานที่ทําในต่างประเทศมาเสียภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาก็ต่อเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 41 วรรคสองและวรรคสามด้วย กล่าวคือจะต้องได้นําเงินได้นั้นเข้ามา ในประเทศไทยในปีภาษีและเป็นผู้ที่ได้อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษีด้วย

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายไขได้เดินทางไปเก็บตัวและทําการแข่งขันอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 4 เดือน ย่อมถือว่านายไข่ได้อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษี ดังนั้น การที่นายไข่ได้นําเงินรางวัล จํานวน 3 ล้านบาทไปซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินอันเป็นเงินได้พึงประเมินอย่างหนึ่งตามมาตรา 39 และได้นํานาฬิกาดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย นายไข่จึงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 41 วรรคสอง

ส่วนเงินได้ส่วนที่ฝากไว้ที่ธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาจํานวน 2 ล้านบาทนั้น เมื่อนายไข่ไม่ได้ นําเงินได้จํานวนดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย นายไข่จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 41 วรรคสอง

สรุป

เงินได้จากการแข่งขันชกมวยจํานวน 5 ล้านบาท เป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 ตาม มาตรา 40 (8) และนายไขจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินได้ดังกล่าวจํานวน 3 ล้านบาท ส่วนเงินได้ จํานวน 2 ล้านบาทที่ฝากไว้กับธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ต้องนํามาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

 

Advertisement