LAW4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้ S/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1 ในปีภาษี 2561 นายโลนันโด้ นักฟุตบอลอาชีพชาวโปรตุเกสได้เดินทางมาโชว์ตัวในประเทศไทยเป็นเวลา 15 วัน โดยได้รับเงินค่าตัวในประเทศไทยจํานวน 100 ล้านบาท ซึ่งช่วงระยะเวลาระหว่างโชว์ตัว นายโลนันโด้ได้นําเงินที่สะสมไว้จากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพในปีก่อน ๆ ติดตัวเข้ามา เพื่อใช้จ่ายจํานวน 10 ล้านบาท ดังนี้

Advertisement

(1) นายโลนันโด้มีเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากรประเภทใด

(2) นายโลนันโด้ต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับประเทศไทยจากเงินค่าตัวดังกล่าว และเงินที่นําติดตัวเข้ามาหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา 40 “เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากร ที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สําหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

(8) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่งหรือการอื่น นอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) แล้ว”

มาตรา 41 “ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ใน ประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

ผู้อยู่ในประเทศไทย มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เมื่อนําเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ในปีภาษีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย”

วินิจฉัย

โดยหลักแล้ว ในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับ ประเทศไทย ต่อเมื่อเงินได้พึงประเมินนั้น เกิดเนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในประเทศไทย หรือกิจการที่ทําใน ประเทศไทย หรือกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคหนึ่ง)

ส่วนในปีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นนอกประเทศ ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีให้กับประเทศไทย ต่อเมื่อผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และมีเงินได้พึงประเมิน เนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในต่างประเทศหรือ กิจการที่ทําในต่างประเทศหรือทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ และได้นําเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษี เดียวกับปีที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม)

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

(1) การที่นายโลนันโด้ นักฟุตบอลอาชีพชาวโปรตุเกสได้เดินทางมาโชว์ตัวในประเทศไทย เป็นเวลา 15 วัน โดยได้รับเงินค่าตัวในประเทศไทยจํานวน 100 ล้านบาทนั้น เงินได้จํานวน 100 ล้านบาทดังกล่าว ถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 40 (8) เนื่องจากเงินจากการเป็นนักกีฬาอาชีพนั้น ถือเป็นเงินได้จากการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7)

(2) เงินได้ที่นายโลนันโด้ได้รับเป็นค่าตัวจํานวน 100 ล้านบาท ถือเป็นเงินได้เนื่องจาก หน้าที่งานที่ทําในประเทศไทย จึงถือว่านายโลนันโด้มีเงินได้จากแหล่งเงินได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ดังนั้น นายโลนันโด้จึงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับประเทศไทยจากเงินได้จํานวน 100 ล้านบาทดังกล่าว ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 41 วรรคหนึ่ง

ส่วนเงินที่นายโลนันโด้นําติดตัวเข้ามาใช้จ่ายในช่วงระยะเวลาระหว่างโชว์ตัวจํานวน 10 ล้านบาทนั้น เป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่งานที่ทําในต่างประเทศและเป็นเงินได้ที่เกิดขึ้นในปีก่อน ๆ มิได้เกิดขึ้นในปีเดียวกันกับที่ นายโลนันโด้เข้ามาในประเทศไทย อีกทั้งนายโลนันโด้ก็ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษี ดังนั้น นายโลนันโด้ จึงไม่ต้องนําเงินได้จํานวน 10 ล้านบาทดังกล่าวมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับประเทศไทย เพราะกรณี ไม่ต้องด้วยเงื่อนไขตามประมวลรัษฎากรมาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม

สรุป

(1) นายโลนันโด้มีเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากรมาตรา 40 (8)

(2) นายโลนันโด้ต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับประเทศไทยจากเงินค่าตัว 100 ล้านบาท

ส่วนเงินที่นําติดตัวเข้ามาจํานวน 10 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับ ประเทศไทย

Advertisement