LAW3008 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2 S/2559

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3008 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจําเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 โดยบรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทําความผิดของจําเลยว่า จําเลยออกเช็คเพื่อชําระหนี้ ตามสัญญารับสภาพหนี้ให้นายละมุดและได้แนบสําเนาสัญญารับสภาพหนี้มาท้ายฟ้องด้วย เมื่อนายละมุดได้มีการยื่นเช็คเพื่อให้ใช้เงินโดยชอบด้วยกฎหมาย ธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น ดังนี้ การบรรยายฟ้องของโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดกฎหมายหรือไม่ หากคําฟ้องของโจทก์ ไม่ครบองค์ประกอบของความผิดและศาลมีคําพิพากษาให้ยกฟ้องแล้ว โจทก์จะนําคดีเรื่องเดียวกันนี้ มาฟ้องจําเลยเป็นคดีใหม่ โดยบรรยายฟ้องให้ครบองค์ประกอบของความผิดได้หรือไม่ เพราะเหตุใด หมายเหตุ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 “ผู้ใดออกเช็ค เพื่อชําระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรือมีการกระทําอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้”

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 39 “สิทธินําคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้

(4) เมื่อมีคําพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง”

มาตรา 158 “ฟ้อง ต้องทําเป็นหนังสือ และมี

(5) การกระทําทั้งหลายที่อ้างว่าจําเลยได้กระทําผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับ เวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทํานั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จําเลย เข้าใจข้อหาได้ดี”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

1 การกระทําที่จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 นั้น จะต้องเป็นการออกเช็คเพื่อชําระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายซึ่งเป็นองค์ประกอบของ การกระทําความผิดมิใช่เป็นเพียงรายละเอียดที่สามารถนําสืบในชั้นพิจารณา

การที่โจทก์ฟ้องจําเลยโดยบรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จําเลยออกเช็คเพื่อชําระหนี้ตาม สัญญารับสภาพหนี้ และแนบสําเนาสัญญารับสภาพหนี้มาท้ายฟ้อง จึงเป็นการบรรยายฟ้องที่ขาดองค์ประกอบ ของความผิด เพราะการรับสภาพหนี้มีได้ก่อให้เกิดมูลหนี้ขึ้นใหม่ เพียงแต่เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) เท่านั้น ดังนั้น คําฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อาญา มาตรา 158 (5) (คําพิพากษาฎีกาที่ 307/2549)

2 การที่ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ เพราะฟ้องโจทก์บรรยายไม่ครบองค์ประกอบของ ความผิดนั้น ถือว่าศาลได้มีคําพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว สิทธินําคดีอาญามาฟ้องย่อม ระงับไปตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 39 (4) หากโจทก์นําคดีเรื่องเดียวกันนี้มาฟ้องจําเลยเป็นคดีใหม่ย่อมเป็นฟ้องซ้ํา ต้องห้ามตามกฎหมาย ดังนั้น กรณีดังกล่าวนี้โจทก์ย่อมไม่อาจฟ้องจําเลยเป็นคดีใหม่โดยบรรยายฟ้องให้ถูกต้อง ได้อีก (คําพิพากษาฎีกาที่ 770/2546)

สรุป การบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบของความผิด และเมื่อศาลมีคําพิพากษา ให้ยกฟ้องแล้ว โจทก์จะนําคดีเรื่องเดียวกันนี้มาฟ้องจําเลยเป็นคดีใหม่ โดยบรรยายฟ้องให้ครบองค์ประกอบของ ความผิดไม่ได้

Advertisement