LAW3008 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2 1/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3008 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. นางดีเป็นโจทก์ฟ้องว่านายดําจําเลยใช้อาวุธมีดฟันทําร้ายนายขาวบุตรผู้เยาว์ของตน เป็นเหตุให้นายขาวได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ศาลไต่สวน มูลฟ้องแล้วมีคําสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จําเลยให้การปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่ เมื่อสืบพยานโจทก์ เสร็จแล้ว ระหว่างสืบพยานจําเลย โจทก์ยื่นคําร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่าขณะยื่นฟ้องนายขาว เพียงแต่ได้รับอันตรายสาหัส บัดนี้ปรากฎว่าถึงแก่ความตายแล้วเนื่องจากบาดแผลที่ถูกฟันทําร้าย ติดเชื้ออย่างรุนแรง จึงขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นขอให้ลงโทษจําเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 จําเลยรับสําเนาคําร้องแล้ว ยื่นคําร้องคัดค้านว่าคดีนี้ศาลได้สืบพยานโจทก์จนเสร็จแล้ว คงเหลือสืบพยานจําเลยเพียงปากเดียว จึงไม่มีเหตุอันควรอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องและโจทก์ขอเพิ่มเติม ฐานความผิดโดยพนักงานสอบสวนมิได้สอบสวนในฐานความผิดที่ขอแก้มาก่อนด้วย หากศาลจะอนุญาตให้แก้ฟ้องก็ควรจะสั่งไต่สวนมูลฟ้องก่อน ศาสพิจารณาแล้วมีคําสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องได้ โดยมิได้มีคําสั่งไต่สวนมูลฟ้องก่อน ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าคําสั่งศาลที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 120 “ ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาล โดยมิได้มีการสอบสวนใน ความผิดนั้นก่อน”

มาตรา 162 “ถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ศาลจัดการสั่งต่อไปนี้

(1) ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ให้ไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าคดีนั้นพนักงานอัยการได้ฟ้องจําเลย โดยข้อหาอย่างเดียวกันด้วยแล้ว ให้จัดการตามอนุมาตรา (2)”

มาตรา 163 วรรคหนึ่ง “เมื่อมีเหตุอันควร โจทก์มีอํานาจยื่นคําร้องต่อศาลขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้อง ก่อนมีคําพิพากษาศาลชั้นต้น ถ้าศาลเห็นสมควรจะอนุญาตหรือจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องเสียก่อนก็ได้ เมื่ออนุญาตแล้ว ให้ส่งสําเนาแก้ฟ้องหรือฟ้องเพิ่มเติมแก่จําเลยเพื่อแก้ และศาลจะสั่งแยกสํานวนพิจารณาฟ้องเพิ่มเติมนั้นก็ได้”

มาตรา 164 “คําร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องนั้น ถ้าจะทําให้จําเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ห้ามมิให้ศาลอนุญาต แต่การแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องก็ดี การเพิ่มเติมฐานความผิด หรือรายละเอียดซึ่งมิได้กล่าวไว้ก็ดีไม่ว่าจะทําเช่นนี้ในระยะใดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น มิให้ถือว่าทําให้จําเลย เสียเปรียบ เว้นแต่จําเลยได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่มิได้กล่าวไว้นั้น”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นางดีเป็นโจทก์ฟ้องว่านายดําจําเลยใช้อาวุธมีดฟันทําร้ายนายขาว บุตรผู้เยาว์ของตน เป็นเหตุให้นายขาวได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตาม ป.อาญา มาตรา 297 นั้น เมื่อข้อเท็จจริง ปรากฏว่าขณะยื่นฟ้องนายขาวยังไม่ถึงแก่ความตาย แต่ขณะคดีอยู่ในระหว่างพิจารณานายขาวถึงแก่ความตาย

กรณีนี้จึงถือว่ามีเหตุอันควรที่โจทก์มีอํานาจยื่นคําร้องต่อศาลขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นขอให้ลงโทษจําเลยตาม ป.อาญา มาตรา 290 ได้ (ป.วิ.อาญา มาตรา 163 วรรคหนึ่ง) อีกทั้งการแก้ไขฐานความผิดที่โจทก์กล่าวในฟ้องนั้น เมื่อปรากฏว่าจําเลยให้การปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่ แสดงว่าจําเลยมิได้หลงต่อสู้ จึงถือไม่ได้ว่าจะทําให้จําเลยเสียเปรียบ ในการต่อสู้คดีอันจักต้องห้ามมิให้ศาลอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 164

และเมื่อคดีนี้เป็นคดีที่นางดีราษฎรเป็นโจทก์ มิใช่คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องอันจะต้อง อยู่ในบังคับแห่ง ป.วิ.อาญา มาตรา 120 ซึ่งห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดีใดโดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้น มาก่อน ดังนั้น การที่นางดีโจทก์ยื่นคําร้องขอเพิ่มเติมฐานความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 297 เป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 290 แม้จะไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้สอบสวนในฐานความผิดที่ขอแก้มาก่อน โจทก์ก็สามารถ ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องได้

และตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 162 (1) ซึ่งกําหนดให้ศาลต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อนในคดีที่ราษฎร เป็นโจทก์นั้นก็เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับแก่คําฟ้องเริ่มคดีเท่านั้น แต่คําร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฐานความผิดนั้น มิใช่คําฟ้องเริ่มคดีที่จะเข้าเกณฑ์ที่ศาลจะต้องสั่งไต่สวนมูลฟ้องก่อนแต่อย่างใด อีกทั้ง ป.วิ.อาญา มาตรา 163 วรรคหนึ่ง ก็ได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษว่า หากเข้าหลักเกณฑ์ที่โจทก์จะขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องได้แล้ว ถ้าศาลเห็นสมควร จะอนุญาตหรือจะสั่งไต่สวนมูลฟ้องก่อนได้ ซึ่งถือเป็นดุลพินิจของศาล ดังนั้น การที่ศาลมีคําสั่งอนุญาตให้โจทก์ แก้ฟ้องได้โดยมิได้มีคําสั่งไต่สวนมูลฟ้องก่อนจึงชอบด้วยกฎหมาย

สรุป

คําสั่งศาลที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขฟ้องชอบด้วยกฎหมาย

Advertisement