Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3008 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายดีเป็นโจทก์ฟ้องว่าถูกนายเลวทําร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคําสั่งประทับฟ้อง ไว้พิจารณา จําเลยให้การปฏิเสธอ้างเหตุป้องกัน ระหว่างสืบพยานโจทก์นายดียื่นคําร้องขอเพิ่มเติม ฟ้องว่านายดีเพิ่งทราบจากแพทย์ว่า ผลของการที่ถูกจําเลยทําร้ายเป็นเหตุให้นายดีเสียความสามารถ สืบพันธุ์จึงขอเพิ่มเติมฟ้องเป็นขอให้ลงโทษจําเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (2) จําเลย รับสําเนาคําร้องขอเพิ่มเติมฟ้องแล้วยื่นคําคัดค้านว่ากรณีไม่มีเหตุอันควรที่โจทก์จะขอเพิ่มเติมฟ้อง และคําร้องขอเพิ่มเติมฟ้องเช่นนี้ทําให้จําเลยเสียเปรียบ อีกทั้งศาลควรจะไต่สวนมูลฟ้องก่อนด้วย ศาลพิจารณาแล้วมีคําสั่งอนุญาตให้นายดีเพิ่มเติมฟ้องได้ โดยมิได้สั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องก่อน

ให้วินิจฉัยว่า คําสั่งอนุญาตให้นายดีโจทก์เพิ่มเติมฟ้องของศาลชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 162 “ถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ศาลจัดการสั่งต่อไปนี้

(1) ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ให้ไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าคดีนั้นพนักงานอัยการได้ฟ้องจําเลย โดยข้อหาอย่างเดียวกันด้วยแล้ว ให้จัดการตามอนุมาตรา (2)

มาตรา 163 วรรคหนึ่ง “เมื่อมีเหตุอันควร โจทก์มีอํานาจยื่นคําร้องต่อศาลขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้อง ก่อนมีคําพิพากษาศาลชั้นต้น ถ้าศาลเห็นสมควรจะอนุญาตหรือจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องเสียก่อนก็ได้ เมื่ออนุญาตแล้ว ให้ส่งสําเนาแก้ฟ้องหรือฟ้องเพิ่มเติมแก่จําเลยเพื่อแก้ และศาลจะสั่งแยกสํานวนพิจารณาฟ้องเพิ่มเติมนั้นก็ได้”

มาตรา 164 “คําร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องนั้น ถ้าจะทําให้จําเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ห้ามมิให้ศาลอนุญาต แต่การแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องก็ดี การเพิ่มเติมฐานความผิด หรือรายละเอียดซึ่งมิได้กล่าวไว้ก็ดีไม่ว่าจะทําเช่นนี้ในระยะใดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น มิให้ถือว่าทําให้จําเลย เสียเปรียบ เว้นแต่จําเลยได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่มิได้กล่าวไว้นั้น”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายดีเป็นโจทก์ฟ้องว่าถูกนายเลวทําร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับ อันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อาญา มาตรา 295 ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลจึงมีคําสั่งประทับ ฟ้องไว้พิจารณานั้น ถือเป็นการดําเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 162 (1)

การที่ระหว่างสืบพยานโจทก์ นายดีโจทก์ยื่นคําร้องขอเพิ่มเติมฟ้องว่า นายดีเพิ่งทราบจากแพทย์ ว่าผลของการถูกทําร้ายเป็นเหตุให้นายดีเสียความสามารถสืบพันธุ์ จึงขอเพิ่มเติมฟ้องจากฐานทําร้ายร่างกายเป็นเหตุ ให้โจทก์ได้รับอันตรายแก่กายตาม ป.อาญา มาตรา 295 เป็นฐานทําร้ายร่างกายเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัส ตาม ป.อาญา มาตรา 297 (2) นั้น ถือได้ว่ามีเหตุอันควรอีกทั้งการเพิ่มเติมฐานความผิดเช่นนี้ก็ไม่ถือว่าทําให้จําเลย เสียเปรียบ เว้นแต่จําเลยจะหลงต่อสู้ แต่เมื่อปรากฏว่า จําเลยให้การปฏิเสธอ้างเหตุป้องกันจึงไม่ถือว่าจําเลยหลงต่อสู้ กรณีจึงต้องด้วยหลักเกณฑ์ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 163 วรรคหนึ่ง และมาตรา 164 ครบถ้วน ดังนั้น เมื่อศาล เห็นสมควรจะมีคําสั่งอนุญาต หรือจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องก่อนก็ได้ ซึ่งจะแตกต่างกับคําฟ้องเริ่มคดีตามที่บัญญัติไว้

ใน ปวิ.อาญา มาตรา 162 (1) ถ้าคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ศาลต้องสั่งไต่สวนมูลฟ้องก่อน จะสังประทับฟ้องไว้พิจารณา โดยไม่ไต่สวนมูลฟ้องก่อนไม่ได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้อง แม้เป็นการเพิ่มเติมฐานความผิด ศาลก็มี อํานาจที่จะสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องโดยไม่จําต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อนก็ได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 163 วรรคหนึ่ง ดังนั้น คําสั่งอนุญาตให้นายดีโจทก์เพิ่มเติมฟ้องของศาลจึงชอบด้วยกฎหมาย

สรุป คําสั่งอนุญาตให้นายดีโจทก์เพิ่มเติมฟ้องของศาลเป็นคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

error: Content is protected !!

Log in with your credentials

Forgot your details?