LAW3008 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2 1/2558

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3008 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจําเลยฐานรับของโจร โดยบรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2557 เวลากลางคืน มีคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ คันหมายเลขทะเบียน ระยอง 123 ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต และจําเลยได้รับซื้อรถจักรยานยนต์ดังกล่าวไว้จากคนร้ายโดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการ กระทําผิด เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2557 ขอให้ลงโทษจําเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จําเลยให้การรับสารภาพผิดตามฟ้อง ให้วินิจฉัยว่า ศาลจะพิพากษาลงโทษจําเลยตามคํารับสารภาพได้หรือไม่

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 158 “ฟ้องต้องทําเป็นหนังสือ และมี

(5) การกระทําทั้งหลายที่อ้างว่าจําเลยได้กระทําผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับ เวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทํานั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จําเลยเข้าใจ ข้อหาได้ดี”

วินิจฉัย

ในการฟ้องคดีอาญา นอกจากคําฟ้องต้องทําเป็นหนังสือแล้ว โจทก์จะต้องบรรยายฟ้องถึง การกระทําทั้งหลายที่โจทก์กล่าวหาว่าจําเลยกระทําผิดด้วย กล่าวคือ จะต้องบรรยายถึงการกระทําผิดไว้ให้ชัดเจน ครบถ้วนขององค์ประกอบแห่งความผิดนั้น มิฉะนั้นแล้ว คําฟ้องของโจทก์จะกลายเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ชอบด้วย กฎหมาย ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 158 (5)

กรณีตามอุทาหรณ์ ศาลจะพิพากษาลงโทษจําเลยตามคํารับสารภาพได้หรือไม่ เห็นว่า ความผิด ฐานรับของโจรเป็นความผิดที่เกิดจากการกระทําอันเป็นการอุปการะความผิดฐานลักทรัพย์หรือความผิดอื่น ดังที่ บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 357 เช่น ช่วยซื้อ จําหน่าย หรือรับไว้โดยประการใด ดังนั้นความผิดฐานรับของโจรโดยสภาพ จึงต้องเกิดขึ้นหลังจากมีการกระทําความผิดฐานลักทรัพย์แล้ว แต่ตามคําฟ้องโจทก์บรรยายว่าเหตุลักทรัพย์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2557 แต่จําเลยกระทําผิดฐานรับของโจรในวันที่ 10 มกราคม 2557 คําฟ้องของโจทก์ จึงเป็นการบรรยายฟ้องว่า จําเลยกระทําผิดฐานรับของโจรก่อนที่จะมีการกระทําความผิดฐานลักทรัพย์ย่อมเป็น คําฟ้องที่ขัดต่อสภาพและลักษณะของการกระทําความผิดอย่างชัดเจน จึงเป็นคําฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 158 (5) แม้จําเลยจะให้การรับสารภาพ ก็เป็นการรับสารภาพตามฟ้องซึ่งไม่เป็นความผิด ดังนั้น ศาลย่อมไม่อาจพิพากษาลงโทษจําเลยตามคํารับสารภาพได้ (เทียบคําพิพากษาฎีกาที่ 330/2549)

สรุป ศาลจะพิพากษาลงโทษจําเลยตามคํารับสารภาพไม่ได้

Advertisement