LAW3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1 S/2556

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. เอกเป็นโจทก์ฟ้องบริษัท ไทยรุ่งเรือง จํากัด เป็นจําเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญากู้และเดชเป็นจําเลยที่ 2 ให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน จําเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคําให้การ ส่วนจําเลยที่ 2 ให้การว่า หนี้ตามสัญญากู้ระงับแล้ว จําเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันขอให้ยกฟ้อง ระหว่าง พิจารณาของศาลชั้นต้น

Advertisement

(1) เดชจําเลยที่ 2 ยื่นคําร้องว่าจําเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคําให้การไม่เข้ามาต่อสู้คดีทั้งที่หนี้ตามสัญญากู้ ระงับแล้วทําให้จําเลยที่ 2 ซึ่งถือหุ้นในบริษัทจําเลยที่ 1 ได้รับความเสียหายเพราะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินและหนี้สินของจําเลยที่ 1 ขอเข้ามาต่อสู้คดีแทนจําเลยที่ 1

(2) เอื้อ ยื่นคําร้องว่า ผู้ร้องมีส่วนได้เสียในคดีเนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นของจําเลยที่ 1 มีความจําเป็น เพื่อยังให้รับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิที่ผู้ร้องมีอยู่ในบริษัทจําเลยที่ 1 จึงร้องสอดเข้ามา เป็นคู่ความในคดีด้วย

ดังนี้ ศาลชั้นต้นจะมีคําสั่งอนุญาตตามคําร้องของเดชจําเลยที่ 2 และเอื้อหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 57 “บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด

(1) ด้วยความสมัครใจเองเพราะเห็นว่าเป็นการจําเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ โดยยื่นคําร้องขอต่อศาลที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา หรือเมื่อตนมีสิทธิเรียกร้อง เกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง โดยยื่นคําร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้น”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ ศาลชั้นต้นจะมีคําสั่งอนุญาตตามคําร้องของเดชจําเลยที่ 2 และเอื้อหรือไม่นั้นเห็นว่า

1 กรณีคําร้องของเดช

ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 57 วรรคแรก บัญญัติว่า “บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความ อาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอดตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นที่ชัดเจนว่า การร้องสอดเข้ามาในคดีนั้นไม่ว่า จะด้วยความสมัครใจหรือด้วยถูกหมายเรียกเข้ามาในคดี ผู้ร้องสอดจะต้องเป็นบุคคลภายนอกคดีเท่านั้น

ตามข้อเท็จจริง คดีนี้เอกเป็นโจทก์ฟ้องบริษัท ไทยรุ่งเรือง จํากัด เป็นจําเลยที่ 1 และ ฟ้องเดชเป็นจําเลยที่ 2 ให้รับผิดตามสัญญากู้และสัญญาค้ําประกันตามลําดับ เดชจึงอยู่ในฐานะคู่ความในคดีอยู่แล้ว ดังนั้นเดชจึงไม่ใช่บุคคลภายนอกคดี ไม่อาจร้องสอดเข้ามาต่อสู้คดีแทนจําเลยที่ 1 ได้ ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 57 วรรคแรก ดังนั้น ศาลชั้นต้นจะมีคําสั่งอนุญาตตามคําร้องของเดชจําเลยที่ 2 ไม่ได้

2 กรณีคําร้องของเอื้อ

ตามข้อเท็จจริง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจําเลยที่ 1 รับผิดตามสัญญากู้อันเป็นกรณีที่ โจทก์ขอให้บังคับเอาแก่จําเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากเอื้อผู้ร้อง สิทธิของเอื้อผู้ร้องมีอยู่ในบริษัทจําเลยที่ 1 เพียงใดก็คงมีอยู่อย่างนั้น เอื้อจึงไม่มีเหตุจําเป็นที่จะต้องสอดเข้ามาเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือ บังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ เอื้อจึงร้องสอดเข้าเป็นคู่ความในคดีตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 57 (1) ไม่ได้ ดังนั้น ศาลชั้นต้นจะมีคําสั่งอนุญาตตามคําร้องของเอื้อไม่ได้

สรุป

ศาลชั้นต้นจะมีคําสั่งอนุญาตตามคําร้องของเดชและเอื้อไม่ได้

Advertisement