LAW3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1 2/2556

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. บริษัท ยานยนต์ จํากัด ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้ประกอบการขนส่งด้วยรถยนต์โดยสารในเส้นทางจากจังหวัดอ่างทองถึงจังหวัดสุพรรณบุรีแต่ผู้เดียว นายโชติกับพวกได้นํา รถยนต์โดยสารมารับส่งคนโดยสารทับเส้นทางดังกล่าว เจ้าพนักงานตํารวจท้องที่ได้จับกุมนายโชติ กับพวกมาเปรียบเทียบปรับแล้วปล่อยตัวไป นายโชติกับพวกรวมทั้งลูกจ้างจํานวนหลายสิบคนจึงมา ประท้วงที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานตํารวจแห่งชาติเห็นว่าจะมีปัญหาในเรื่องมวลชนจึง มีคําสั่งให้เจ้าพนักงานตํารวจท้องที่ผ่อนผันการจับกุม นายโชติกับพวกจึงกลับไปและนํารถยนต์โดยสาร รับส่งคนโดยสารเช่นเดิมอีก บริษัท ยานยนต์ จํากัด จึงร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตํารวจท้องที่ขอให้ จับกุมแต่เจ้าพนักงานตํารวจท้องที่ไม่จับกุมอ้างว่ามีคําสั่งของสํานักงานตํารวจแห่งชาติให้ผ่อนผัน การจับกุม บริษัท ยานยนต์ จํากัด จึงฟ้องสํานักงานตํารวจแห่งชาติต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรีว่าคําสั่ง ดังกล่าวผิดต่อกฎหมาย ทําให้โจทก์เสียหายขาดรายได้จากการนี้ ขอให้ศาลเพิกถอนคําสั่งดังกล่าว จําเลยให้การต่อสู้ว่า จําเลยมีภูมิลําเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ศาลจังหวัดสุพรรณบุรีไม่มีอํานาจพิจารณา คดีนี้ และการที่จําเลยมีคําสั่งดังกล่าวเป็นดุลพินิจของจําเลยที่สั่งแก่เจ้าพนักงานตํารวจไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอํานาจฟ้อง ดังนี้ท่านเห็นว่าข้อต่อสู้ของจําเลยฟังได้หรือไม่

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 4 “เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น

(1) คําฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จําเลยมีภูมิลําเนาอยู่ในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นใน เขตศาลไม่ว่าจําเลยจะมีภูมิลําเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่”

มาตรา 55 “เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือ บุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคติของตนต่อศาลส่วนแห่งที่มีเขตอํานาจได้ ตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้”

วินิจฉัย

การฟ้องเรียกหนี้เหนือบุคคล ต้องฟ้องต่อศาลที่จําเลยมีภูมิลําเนาอยู่ในเขตศาล หรือศาลที่ มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลตามมาตรา 4 (1) ซึ่งคําว่า “มูลคดีเกิด” หมายถึง ต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิ อันจะทําให้เกิดอํานาจฟ้อง

ตามอุทาหรณ์ เห็นได้ว่า ความเสียหายที่โจทก์ได้รับจากการกระทําของจําเลยนั้นเกิดขึ้นใน เขตจังหวัดอ่างทองและจังหวัดสุพรรณบุรี จึงถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเขตอํานาจของศาลจังหวัดอ่างทองและศาล จังหวัดสุพรรณบุรี ดังนั้นโจทก์จึงยื่นฟ้องจําเลยต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรีหรือศาลจังหวัดอ่างทองก็ได้ ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 9 (1) ข้อต่อสู้ของจําเลยที่ว่าศาลจังหวัดสุพรรณบุรีไม่มีอํานาจพิจารณาคดีนี้จึงรับฟังไม่ได้

และตามคําฟ้องของโจทก์ที่อ้างว่าคําสั่งของจําเลยมิชอบด้วยกฎหมายทําให้โจทก์เสียหาย เพราะการที่จําเลยมีคําสั่งผ่อนผันการจับกุมนายโชติกับพวกที่นํารถโดยสารมาวิ่งทับเส้นทางของโจทก์อันเป็นการ กระทําที่ผิดกฎหมาย และทําให้โจทก์ผู้ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกแต่ผู้เดียวต้องขาดรายได้ เป็นการสั่ง ที่มีผลให้เจ้าพนักงานตํารวจซึ่งมีหน้าที่จับกุมนายโชติกับพวกละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และก่อให้เกิด ความเสียหายแก่โจทก์นั้น ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ในอันที่จะระงับความเสียหายในการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายของเจ้าพนักงานตํารวจท้องที่ ดังนั้นโจทก์จึงมีอํานาจฟ้องขอให้เพิกถอนคําสั่งของจําเลยได้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55 ข้อต่อสู้ของจําเลยที่ว่า โจทก์ไม่มีอํานาจฟ้อง จึงรับฟังไม่ได้ สรุป ข้อต่อสู้ทั้งหมดของจําเลยรับฟังไม่ได้

Advertisement