LAW3005 กฎหมายวิพิจารณาความแพ่ง1 การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2553

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1 ปีการศึกษา 2553

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3005 กฎหมายวีพิจารณาความแพ่ง

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1.  โตมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำปาง ใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โตเป็นลูกจ้างใหญ่ได้ขับรถยนต์บรรทุกสินค้าของใหญ่ในทางการที่จ้างด้วยความประมาทเลินเล่อ ชนท้ายรถยนต์น้อยได้รับความเสียหาย และนิดนั่งมาในรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุละเมิดรถชนกันที่จังหวัดเชียงรายน้อยและนิดร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องโตและใหญ่เป็นจำเลยที่ศาลจังหวัดลำปาง โตจำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์ทั้งสองต่างเรียกร้องค่าเสียหายเป็นคนละส่วนแยกต่างหากจากกัน จึงไม่มีอำนาจฟ้องรวมกันมาในคดีเดียวกัน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2มิได้มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำปาง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ต่อศาลที่จังหวัดลำปาง ศาลที่จังหวัดลำปางรับฟ้องของโจทก์ทั้งสองไว้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้ ข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นหรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคำตอบ

          หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

          มาตรา 4 “เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น

(1)    คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่

มาตรา 5 “คำฟ้องหรือคำร้องขอซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคลก็ดี เพราะที่ตั้งของทรัพย์สินก็ดี เพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดีก็ดี หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อก็ดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์หรือผู้ร้องจะเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดศาลหนึ่งเช่นว่านั้นก็ได้

มาตรา 59 “บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป อาจเป็นคู่ความในคดีเดียวกันได้ โดยเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วม ถ้าหากปรากฏว่าบุคคลเหล่านั้นมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี แต่ห้ามมิให้ถือว่าบุคคลเหล่านั้นแทนซึ่งกันและกัน เว้นแต่มูลความแห่งคดีเป็นการชำระหนี้ ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ หรือได้มีกฎหมายบัญญัติไว้ ดังนั้นโดยชัดแจ้ง ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าบุคคลเหล่านั้นแทนซึ่งกันและกันเพียงเท่าที่จะกล่าวต่อไปนี้…

วินิจฉัย

          กรณีตามอุทาหรณ์ การที่น้อยและนิดได้รับความเสียหายจากการทำละเมิดของโต ถือว่าน้อยและนิดมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี ดังนั้นน้อยและนิดจึงเป็นโจทก์ร่วมกันฟ้องโตและใหญ่เป็นจำเลยร่วมกันได้ เพราะโตและใหญ่มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีเช่นเดียวกันตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 59

          โดยปกติการฟ้องคดีนั้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 4(1) โจทก์จะต้องฟ้องจำเลยต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลนั้น แต่ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 5 ได้บัญญัติไว้ว่าคำฟ้องซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคล หรือเพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกันโจทก์จะเสนอคำฟ้องต่อศาลใดศาลหนึ่งก็ได้

          ดังนั้น ตามอุทาหรณ์ การที่โตมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำปาง แต่ใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อโตและใหญ่มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี คือมีมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน น้อยและนิดในฐานะโจทก์ร่วมจึงสามารถเสนอคำฟ้องต่อศาลใดศาลหนึ่งก็ได้ กล่าวคือน้อยและนิดโจทก์ร่วมสามารถฟ้องโตและใหญ่ต่อศาลที่จังหวัดลำปางหรือที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ได้ ดังนั้นการที่น้อยและนิดร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องโตและใหญ่เป็นจำเลยที่ศาลจังหวัดลำปาง และการที่ศาลจังหวัดลำปางได้รับฟ้องของโจทก์ทั้งสองไว้จึงชอบด้วยกฎหมาย ข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองจึงฟังไม่ขึ้น

สรุป ข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

Advertisement