LAW3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง1 การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2554

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2554

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. โจทก์ฟ้องสุขใจเป็นจำเลยให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีที่โจลูกจ้างของสุขใจกระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้างโดยโจทก์มิได้ฟ้องโจเป็นจำเลย ต่อมาโจทก์ทราบว่าโจเป็นลูกจ้างของสดใส จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกสดใสเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้เรียกสดใสเข้ามาเป็นจำเลยร่วม แล้วโจทก์ก็ได้ขอถอนฟ้องสุขใจ สดใสให้การต่อสู้ว่า กรณีที่โจกท์ขอให้ศาลเรียกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยร่วมกับจำเลยไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่าข้อต่อสู้ของสดใสรับฟังได้หรือไม่

ธงคำตอบ

Advertisement

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

          มาตรา 57 “บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด

(3) ด้วยการถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดี

(ก) ตามคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำเป็นคำร้องแสดงเหตุว่าตนอาจฟ้องหรือถูกคู่ความเช่นว่านั้นฟ้องตนได้ เพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ย หรือเพื่อใช้ค่าทดแทน ถ้าหากศาลพิจารณาให้คู่ความเช่นว่านั้นแพ้คดี หรือ

(ข) โดยคำสั่งของศาล เมื่อศาลนั้นเห็นสมควร หรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอในกรณีที่กฎหมายบังคับให้บุคคลภายนอกเข้ามาในคดี หรือศาลเห็นจำเป็นที่จะเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม…

มาตรา 59 “บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป อาจเป็นคู่ความในคดีเดียวกันได้ โดยเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วม ถ้าหากปรากฏว่าบุคคลเหล่านั้นมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี แต่ห้ามมิให้ถือว่าบุคคลเหล่านั้นแทนซึ่งกันและกัน เว้นแต่มูลความแห่งคดีเป็นการชำระหนี้ ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ หรือได้มีกฎหมายบัญญัติไว้ดังนั้นโดยชัดแจ้ง ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าบุคคลเหล่านั้นแทนซึ่งกันและกันเพียงเท่าที่จะกล่าวต่อไปนี้…

วินิจฉัย

          การร้องสอดตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 57(3) กฎหมายให้สิทธิแก่คู่ความที่จะขอต่อศาลให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีได้ แต่ในกรณีที่โจทก์ฟ้องผิดตัว โจทก์จะขอให้ศาลหมายเรียกผู้ต้องรับผิดที่แท้จริงเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามมาตรานี้ไม่ได้ ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ เพราะบุคคลดังกล่าวไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีที่จะเป็นจำเลยร่วมกันได้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 59

          กรณีตามอุทาหรณ์ ข้อต่อสู้ของสดใสรับฟังได้หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องสุขใจเป็นจำเลยให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีที่โจกระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยเข้าใจว่าสุขใจเป็นนายจ้างของโจนั้น ถือเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยผิดตัว เมื่อตามโจทก์ทราบว่าโจเป็นลูกจ้างของสดใสโจทก์ก็ชอบที่จะขอถอนฟ้องสุขใจ และฟ้องสดใสเป็นคดีใหม่ ดังนั้น การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกสดใสเข้ามาเป็นจำเลยร่วมจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะสุขใจกับสดใสไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีที่จะเป็นจำเลยร่วมกันได้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 59 กรณีจึงไม่มีเหตุที่โจทก์จะขอให้ศาลหมายเรียกสดใสเข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 57(3) (คำพิพากษาฎีกาที่ 1702/2525) ดังนั้น ข้อต่อสู้ของสดใสดังกล่าวจึงรับฟังได้

          สรุป ข้อต่อสู้ของสดใสรับฟังได้

Advertisement