LAW3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว S/2558

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายสมยศชอบพอกับ น.ส.ปัทมาจนรักกันในที่สุด แต่นายสมยศไม่ทราบว่า น.ส.ปัทมามีสามีแล้ว ต่อมา น.ส.ปัทมาจึงจดทะเบียนหย่ากับนายกมล (สามี) และ 30 วันต่อมานายสมยศได้ทําสัญญาหมั้น น.ส.ปัทมาด้วยแหวนเพชรและทอง 10 บาท โดยไม่ทราบว่า น.ส.ปัทมาหย่าได้เพียง 30 วันเท่านั้น แต่นายสมยศไม่ทราบว่าก่อนการหย่านั้น น.ส.ปัทมาได้ทําการฉ้อโกงหลอกลวงเอาทรัพย์สินจาก บิดามารดาของนายกมลมาเป็นจํานวนมาก ทําให้มารดาของนายกมลเสียใจจนเสียชีวิต เมื่อนายสมยศ ทราบก็เห็นว่า น.ส.ปัทมาไม่เหมาะสมที่จะเป็นภริยาและการหมั้นทําไม่ถูกต้องเพราะหญิงสิ้นสุด การสมรสเพียง 30 วันเท่านั้น แต่ น.ส.ปัทมาอ้างว่าได้แจ้งแก่ญาติพี่น้องแล้วถึงงานสมรส จึงต้อง ทําการสมรสตามสัญญาหมั้น เช่นนี้ นายสมยศจะไม่ทําการสมรสกับ น.ส.ปัทมาได้หรือไม่ และจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจาก น.ส.ปัทมาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1442 “ในกรณีมีเหตุสําคัญอันเกิดแก่หญิงคู่หมั้น ทําให้ชายไม่สมควรสมรสกับหญิงนั้น ชายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้และให้หญิงคืนของหมั้นแก่ชาย”

มาตรา 1444 “ถ้าเหตุอันทําให้คู่หมั้นบอกเลิกสัญญาหมั้น เป็นเพราะการกระทําชั่วอย่างร้ายแรง ของคู่หมั้นอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งได้กระทําภายหลังการหมั้นคู่หมั้นผู้กระทําชั่วอย่างร้ายแรงนั้นต้องรับผิดใช้ค่าทดแทน แก่คู่หมั้นผู้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นเสมือนเป็นผู้ผิดสัญญาหมั้น”

มาตรา 1453 วรรคหนึ่ง “หญิงที่สามีตายหรือที่การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่นจะทําการ สมรสใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสามร้อยสิบวัน…”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

ประเด็นแรก นายสมยศจะไม่ทําการสมรสกับ น.ส.ปัทมาได้หรือไม่ เห็นว่า การที่ น.ส.ปัทมา ได้ทําการฉ้อโกงหลอกลวงเอาทรัพย์สินจากบิดามารดาของนายกมลมาเป็นจํานวนมาก ทําให้มารดาของนายกมล เสียใจจนเสียชีวิตนั้น ถือเป็นกรณีที่มีเหตุสําคัญอันเกิดแก่หญิงคู่หมั้นทําให้ชายไม่สมควรสมรสกับหญิงนั้น ตามมาตรา 1442 ดังนั้นนายสมยศจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้ และให้ น.ส.ปัทมาคืนของหมั้นแก่นายสมยศ

แต่อย่างไรก็ตาม การที่นายสมยศอ้างว่าการหมั้นทําไม่ถูกต้อง เพราะหญิงสิ้นสุดการสมรสได้ เพียง 30 วันเท่านั้น ไม่สามารถอ้างได้เพราะตามมาตรา 1453 วรรคหนึ่ง นั้น เป็นกรณีที่กฎหมายห้ามหญิงที่ การสมรสสิ้นสุดลงสมรสใหม่ภายในสามร้อยสิบวัน แต่ น.ส.ปัทมาเพียงแต่ทําการหมั้นกับนายสมยศจึงไม่ได้ เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวแต่อย่างใด

ประเด็นที่สอง นายสมยศจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจาก น.ส.ปัทมาได้หรือไม่ เห็นว่า แม้ว่า การที่ น.ส.ปัทมาได้ทําการฉ้อโกงหลอกลวงเอาทรัพย์สินจากบิดามารดาของนายกมลมาเป็นจํานวนมาก จนทําให้มารดาของนายกมลเสียใจจนเสียชีวิตนั้น จะเป็นการกระทําชั่วอย่างร้ายแรงของคู่หมั้นอีกฝ่ายหนึ่งก็ตาม แต่ก็เป็นการกระทําก่อนการหมั้น จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะทําให้มีการเรียกค่าทดแทนกันได้ตามมาตรา 1444 ดังนั้น นายสมยศจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจาก น.ส.ปัทมาไม่ได้

สรุป

นายสมยศจะไม่ทําการสมรสกับ น.ส.ปัทมาได้ แต่จะฟ้องเรียกค่าทดแทนจาก น.ส.ปัทมาไม่ได้

Advertisement