LAW3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว 1/2559

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายสมยศอายุ 25 ปี ตกลกทําสัญญาหมั้นนางสาวประไพอายุ 24 ปี ด้วยเงิน 200,000 บาท เมื่อถึงวันที่ตกลงทําสัญญาหมั้นนายสมยศทําเงินหายแต่เพื่อไม่ให้เสียฤกษ์การหมั้น นายสมยศจึงตกลง ทําสัญญากู้เงิน 200,000 บาท ให้นางสาวประไพยึดถือไว้ ต่อมานายสมยศได้รู้จักและชอบพอกับ นางสาวอรสาอายุ 19 ปี จึงตกลงทําสัญญาหมั้นนางสาวอรสาด้วยทอง 1 บาท โดยบิดามารดาของ นางสาวอรสาไม่ทราบ เมื่อนางสาวประไพทราบก็อ้างว่าการหมั้นของนางสาวอรสาทําไม่ถูกต้องไม่มีผล และต้องการฟ้องให้นายสมยศทําการสมรสกับตนตามสัญญาและต้องการฟ้องเรียกเงินของหมั้นด้วยเช่นนี้ท่านเห็นว่าอย่างไร เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1436 “ผู้เยาว์จะทําการหมั้นได้ต้องได้รับความยินยอมของบุคคลดังต่อไปนี้ (1) บิดาและมารดา ในกรณีที่มีทั้งบิดามารดา การหมั้นที่ผู้เยาว์ทําโดยปราศจากความยินยอมดังกล่าวเป็นโมฆียะ”

มาตรา 1437 วรรคหนึ่ง “การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็น ของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น”

มาตรา 1438 “การหมั้นไม่เป็นเหตุที่จะร้องขอให้ศาลบังคับให้สมรสได้ ถ้าได้มีข้อตกลงกันไว้ว่า จะให้เบี้ยปรับในเมื่อผิดสัญญาหมั้น ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายสมยศอายุ 25 ปี ตกลงทําสัญญาหมั้นนางสาวประไพอายุ 24 ปี ด้วยเงิน 200,000 บาท แต่เมื่อถึงวันที่ตกลงทําสัญญาหมั้นนายสมยศได้ทําเงินหาย แต่เพื่อไม่ให้เสียฤกษ์การหมั้น นายสมยศจึงตกลงทําสัญญากู้เงิน 200,000 บาท ให้นางสาวประไพยึดถือไว้นั้น ถือว่าเป็นกรณีที่นายสมยศยังมิได้ ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิง ดังนั้นการหมั้นระหว่างนายสมยศกับนางสาวประไพจึง ไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 1437 วรรคหนึ่ง และการทําสัญญากู้ดังกล่าวนั้นก็เป็นเพียงสัญญาจะให้ทรัพย์สินอัน เป็นของหมั้นในวันข้างหน้า เมื่อยังไม่มีการส่งมอบทรัพย์สินให้แก่กัน จึงยังถือไม่ได้ว่ามีการให้ของหมั้นกันตาม กฎหมาย (มาตรา 1437 วรรคหนึ่ง)

ดังนั้น นางสาวประไพจึงไม่อาจฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ในฐานะของหมั้นได้ (ฎีกาที่ 1852/2506) และนางสาวประไพจะฟ้องให้นายสมยศทําการสมรสกับตนตามสัญญาก็ไม่ได้เช่นกันตาม มาตรา 1438 ที่กําหนดไว้ว่า “การหมั้นไม่เป็นเหตุที่จะร้องขอให้ศาลบังคับให้สมรสได้”

ส่วนการที่นายสมยศได้รู้จักและชอบพอกับนางสาวอรสาอายุ 19 ปี จึงตกลงหมั้นกับนางสาวอรสา ด้วยทอง 1 บาท โดยบิดามารดาของนางสาวอรสาไม่ทราบนั้น ถือว่าเป็นกรณีที่นางสาวอรสาซึ่งเป็นผู้เยาว์ได้ ทําการหมั้นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบิดาและมารดา ดังนั้น การหมั้นระหว่างนายสมยศกับนางสาวอรสา จึงมีผลเป็นโมฆียะตามมาตรา 1436

สรุป การหมั้นระหว่างนายสมยศกับนางสาวประไพมีผลไม่สมบูรณ์ นางสาวประไพจะฟ้อง ให้นายสมยศทําการสมรสกับตนตามสัญญา และจะฟ้องเรียกเงินของหมั้นไม่ได้ ส่วนการหมั้นระหว่างนายสมยศ กับนางสาวอรสามีผลเป็นโมฆียะ

Advertisement