LAW3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว 2/2557

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายสุนัยได้ทําสัญญาหมั้น น.ส.ปริศนา ด้วยแหวนเพชร 1 วง และทอง 10 บาท น.ส.ปริศนาก็ได้ให้ทอง 5 บาท แก่นายสุนัยด้วย ต่อมานายสุนัยทราบว่า น.ส.ปริศนายังเที่ยวเตร่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับนายอํานาจแฟนเก่าอยู่ และ น.ส.ปริศนาก็ยอมรับผิด นายสุนัยได้ไปบวชและเมื่อสึก จากสมณเพศจึงได้ไปจดทะเบียนสมรสกับ น.ส.ดวงเดือนและได้มอบทอง 5 บาท (ที่ได้รับจาก น.ส.ปริศนา) ให้แก่ น.ส.ดวงเดือน เมื่อ น.ส.ปริศนาทราบก็ไม่พอใจต้องการฟ้องเรียกทอง 5 บาทคืนและฟ้องเรียกค่าทดแทนจากนายสุนัย เช่นนี้ ท่านเห็นว่าอย่างไร เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 521 “อันว่าให้นั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ให้ โอนทรัพย์สินของตนให้ โดยเสน่หาแก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับ และผู้รับยอมรับเอาทรัพย์สินนั้น”

มาตรา 531 “อันผู้ให้จะเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น ท่านว่าอาจจะ เรียกได้แต่เพียงในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้

(1) ถ้าผู้รับได้ประทุษร้ายต่อผู้ให้เป็นความผิดฐานอาญาอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมาย ลักษณะอาญา หรือ

(2) ถ้าผู้รับได้ทําให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง หรือ

(3) ถ้าผู้รับได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจําเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ ในเวลาที่ผู้ให้ยากไร้และผู้รับ ยังสามารถจะให้ได้”

มาตรา 1437 วรรคแรก “การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอัน เป็นของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น”

มาตรา 1439 “เมื่อมีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิด ใช้ค่าทดแทน ในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นแก่ฝ่ายชายด้วย”

มาตรา 1440 “ค่าทดแทนนั้นอาจเรียกได้ ดังต่อไปนี้

(1) ทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงแห่งชายหรือหญิงนั้น”

มาตรา 1442 “ในกรณีมีเหตุสําคัญอันเกิดแก่หญิงคู่หมั้น ทําให้ชายไม่สมควรสมรสกับหญิงนั้น ชายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั่นได้และให้หญิงคืนของหมั้นแก่ชาย”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายสุนัยได้ทําสัญญาหมั้น น.ส.ปริศนาด้วยแหวนเพชร 1 วง และ ทอง 10 บาทนั้น เมื่อมีการส่งมอบของหมั้นให้แก่หญิงแล้ว การหมั้นย่อมมีผลสมบูรณ์ตามมาตรา 1437 วรรคแรก

ดังนั้น ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาหมั้น อีกฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทนได้ตามมาตรา 1439

การที่ น.ส.ปริศนายังเที่ยวเตร่และมีความสัมพันธ์ทางเพศกับนายอํานาจแฟนเก่าอยู่นั้น ถือว่า มีเหตุสําคัญอันเกิดแก่หญิงคู่หมั้น ทําให้นายสุนัยไม่สมควรสมรสกับ น.ส.ปริศนา ซึ่งโดยหลักแล้วนายสุนัยย่อมมีสิทธิ บอกเลิกสัญญาหมั้น และเรียกให้ น.ส.ปริศนาคืนของหมั้นได้ตามมาตรา 1442 แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อเท็จจริง ปรากฏว่า นายสุนัยทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและตัวของ น.ส.ปริศนาก็ยอมรับผิด แต่นายสุนัยไม่ได้บอกเลิกสัญญาหมั้น แต่อย่างใด เช่นนี้ถือว่าสัญญาหมั้นยังคงมีอยู่ และ น.ส.ปริศนาก็ไม่ต้องคืนของหมั่นให้แก่นายสุนัย

การที่นายสุนัยได้ไปบวชและเมื่อสึกจากสมณเพศก็ได้ไปจดทะเบียนสมรสกับ น.ส.ดวงเดือนนั้น การกระทําของนายสุนัยถือได้ว่าเป็นการผิดสัญญาหมั้น ดังนั้น น.ส.ปริศนาจึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากนายสุนัย ได้ตามมาตรา 1439 ประกอบมาตรา 1440 (1)

ส่วนทอง 5 บาท ที่ น.ส.ปริศนาได้ให้แก่นายสุนัยในวันหมั้นนั้นไม่ถือว่าเป็นของหมั้นตาม มาตรา 1437 วรรคแรก เพราะมิใช่ทรัพย์สินที่ฝ่ายชายได้ส่งมอบให้แก่หญิงคู่หมั้น แต่ถือว่าเป็นการให้โดยเสน่หา ตามมาตรา 521 ดังนั้นทอง 5 บาท จึงตกเป็นสิทธิของนายสุนัย และเมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่านายสุนัยได้กระทําการ อย่างใดอย่างหนึ่งอันถือว่าเป็นการประพฤติเนรคุณตามมาตรา 531 ดังนั้น น.ส.ปริศนาจึงไม่สามารถฟ้องเรียก ทอง 5 บาท คืนจากนายสุนัยได้

สรุป

น.ส.ปริศนามีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากการที่นายสุนัยผิดสัญญาหมั้นได้ แต่จะฟ้อง เรียกทอง 5 บาท คืนไม่ได้

Advertisement