LAW3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว 1/2558

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายรุ่งเรืองทําสัญญาหมั้น น.ส.อรทัย โดยตกลงจะให้แหวนเพชร 1 วง และทอง 5 บาท ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ได้ทําสัญญาหมั้น นายรุ่งเรืองได้ส่งมอบแหวนเพชร 1 วง แต่ทอง 5 บาท ไม่สามารถส่งมอบได้ทัน จึงทําสัญญากู้เงินจํานวน 100,000 บาท ให้ไว้แทน และได้ตกลงว่าจะจดทะเบียนสมรส กันในเดือนธันวาคม ต่อมาในเดือนมิถุนายน น.ส.อรทัยได้ลาออกจากงานไปอยู่กินฉันสามีภริยา และช่วยทํางานให้แก่นายรุ่งเรืองที่บ้าน ปรากฏว่าในเดือนตุลาคม นายรุ่งเรืองได้ทําสัญญาหมั้น น.ส.สุดาด้วยทอง 5 บาท โดยไม่ทราบว่า น.ส.สุดาได้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ แล้ว เช่นนี้

Advertisement

(ก) น.ส.อรทัย เห็นว่าเป็นการผิดสัญญาหมั้นและต้องการฟ้องเรียกของหมั้นที่เป็นเงิน 100,000 บาท

(ข) นายรุ่งเรืองอ้างว่าสัญญาหมั้น น.ส.สุดาใช้ไม่ได้ เพราะเป็นการทําสัญญาซ้อน และน.ส.สุดาเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ

ท่านเห็นว่าอย่างไร เพราะเหตุใด จงอธิบาย

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1437 วรรคแรก “การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็น ของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น” ”

มาตรา 1438 “การหมั้นไม่เป็นเหตุที่จะร้องขอให้ศาลบังคับให้สมรสได้ ถ้าได้มีข้อตกลงกันไว้ว่า จะให้เบี้ยปรับในเมื่อผิดสัญญาหมั้น ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ”

มาตรา 1439 “เมื่อมีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทน ในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นแก่ฝ่ายชายด้วย”

มาตรา 1443 “ในกรณีมีเหตุสําคัญอันเกิดแก่ชายคู่หมั้น ทําให้หญิงไม่สมควรสมรสกับชายนั้น หญิงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้โดยมิต้องคืนของหมั้นแก่ชาย”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

(ก) การที่นายรุ่งเรืองได้ทําสัญญาหมั้นกับ น.ส.อรทัยด้วยแหวนเพชร 1 วง และได้ตกลงว่าจะจดทะเบียนสมรสกันในเดือนธันวาคมนั้น การหมั้นระหว่างนายรุ่งเรืองกับ น.ส.อรทัยย่อมมีผลสมบูรณ์ตามมาตรา 1437 วรรคแรก ต่อมาการที่นายรุ่งเรืองได้ทําสัญญาหมั้นกับ น.ส.สุดาด้วยทอง 5 บาท ในเดือนตุลาคมนั้น ไม่ถือว่า เป็นกรณีที่นายรุ่งเรืองผิดสัญญาหมั้น เพราะกรณีที่จะถือว่าเป็นการผิดสัญญาหมั้นตามมาตรา 1439 นั้น จะต้อง เป็นกรณีที่นายรุ่งเรืองได้ปฏิเสธไม่ยอมสมรสกับ น.ส.อรทัยแล้ว หรือไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับ น.ส.อรทัย เมื่อถึง เดือนธันวาคมแล้ว แต่ตามข้อเท็จจริงยังไม่ถึงเดือนธันวาคมและไม่ปรากฏว่านายรุ่งเรืองได้ปฏิเสธไม่ยอมสมรสกับ น.ส.อรทัยแต่อย่างใด อีกทั้งแม้ว่านายรุ่งเรืองจะได้หมั้นกับ น.ส.สุดาก็ตาม นายรุ่งเรืองก็สามารถที่จะจดทะเบียนสมรส กับ น.ส.อรทัยได้ เพราะ น.ส.สุดาไม่อาจฟ้องบังคับให้นายรุ่งเรืองสมรสกับตนได้นั่นเอง (มาตรา 1438) ดังนั้น น.ส.อรทัยจะถือว่านายรุ่งเรืองผิดสัญญาหมั้นไม่ได้

แต่อย่างไรก็ตาม การที่นายรุ่งเรืองได้ทําสัญญาหมั้นกับ น.ส.สุดา ในขณะที่ได้มีการหมั้นกับ น.ส.อรทัยอยู่ก่อนแล้วนั้น น.ส.อรทัยสามารถถือเป็นเหตุสําคัญอันเกิดกับชายคู่หมั้น ทําให้หญิงไม่สมควร สมรสกับชายนั้น เพื่อบอกเลิกสัญญาหมั้นโดยไม่ต้องคืนของหมั้นได้ตามมาตรา 1443

ส่วนกรณีที่นายรุ่งเรืองตกลงว่าจะให้ทอง 5 บาท แก่ น.ส.อรทัย แต่ไม่สามารถส่งมอบได้ทัน จึงทําสัญญากู้เงินจํานวน 100,000 บาท ให้ไว้แทนนั้น ไม่ถือว่าเป็นการให้ของหมั้นตามมาตรา 1437 วรรคแรก เพราะมิใช่ทรัพย์สินที่ได้ให้ไว้ในเวลาทําสัญญาหมั้นและซึ่งหญิงได้รับไว้แล้ว ดังนั้น น.ส.อรทัยจะฟ้องเรียกเงิน 100,000 บาท ตามสัญญากู้ในฐานะเป็นของหมั้นไม่ได้ (ฎีกาที่ 1852/2506)

(ข) การที่นายรุ่งเรืองได้ทําสัญญาหมั้นกับ น.ส.สุดาด้วยทอง 5 บาท และในขณะที่หมั้นนั้น นายรุ่งเรืองมีคู่หมั้นอยู่ก่อนแล้วคือ น.ส.อรทัยนั้น สัญญาหมั้นระหว่างนายรุ่งเรืองกับ น.ส.สุดาก็มีผลสมบูรณ์ ตามกฎหมายตามมาตรา 1437 วรรคแรก เพราะนายรุ่งเรืองสามารถที่จะสมรสกับ น.ส.สุดาในภายหลังได้ และ ตามกฎหมาย น.ส.อรทัยก็ไม่สามารถบังคับให้นายรุ่งเรืองสมรสกับตนได้ (มาตรา 1438) อีกทั้งตามกฎหมายก็มิได้ บัญญัติว่าการหมั้นในขณะที่ตนมีคู่หมั้นอยู่แล้วเป็นการทําสัญญาหมั้นซ้อน หรือมีผลเป็นโมฆะหรือโมฆียะแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่ น.ส.สุดาเป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถแล้วนั้น ก็มิได้ มีกฎหมายบัญญัติห้ามมิให้ทําการหมั้นแต่อย่างใด ดังนั้น น.ส.สุดาจึงสามารถทําสัญญาหมั้นกับนายรุ่งเรืองได้

สรุป

(ก) น.ส.อรทัยจะถือว่านายรุ่งเรืองผิดสัญญาหมั้น และจะฟ้องเรียกของหมั้นที่เป็นเงิน

100,000 บาท ไม่ได้

(ข) นายรุ่งเรืองจะอ้างว่าสัญญาหมั้น น.ส.สุดาใช้ไม่ได้ เพราะเป็นการทําสัญญาซ้อนและ น.ส.สุดาเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถไม่ได้

Advertisement