LAW 2013 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2553

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2013

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ

ข้อ  1

Advertisement

(ก)   ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  905  “ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา  1008  บุคคลผู้ได้ตั๋วเงินไว้ในครอบครอง  ถ้าแสดงให้ปรากฏสิทธิด้วยการสลักหลังไม่ขาดสาย  แม้ถึงว่าการสลักหลังรายที่สุดจะเป็นสลักหลังลอยก็ตาม  ท่านให้ถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย”  อยากทราบว่าการสลักหลังไม่ขาดสายนั้นมีลักษณะอย่างไร

(ข)  จันทร์ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายตั๋วแลกเงินสั่งให้บุญมีจ่ายเงินจำนวน  500,000  บาท  ระบุชื่อทองไทยเป็นผู้รับเงินและได้ขีดฆ่าคำว่า  “หรือผู้ถือ”  ออก  เพื่อเป็นการมัดจำในการสั่งซื้อสินค้า  ทองไทยสลักหลังขายลดตั๋วแลกเงินโดยระบุชื่อพุธเป็นผู้รับซื้อลดตั๋วแลกเงินนั้น ต่อมาพุธได้ส่งมอบตั๋วแลกเงินนั้นชำระหนี้เงินกู้ให้แก่พฤหัส  ดังนี้  ให้วินิจฉัยว่าการโอนตั๋วแลกเงินดังกล่าวนั้น  ถูกต้องตามกฎหมาย  หรือไม่อย่างไร

ธงคำตอบ

(ก)    อธิบาย

ตาม  ป.พ.พ. มาตรา  905  คำว่า  “การสลักหลังไม่ขาดสาย”  หมายถึง  การสลักหลังโอนตั๋วเงินชนิดสั่งจ่ายระบุชื่อ  โดยมีการโอนติดต่อกันมาตามลำดับจนถึงมือของผู้ทรงคนปัจจุบันโดยไม่ขาดตอน  กล่าวคือ  เป็นการโอนตั๋วเงินที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้  ตาม ป.พ.พ.  มาตรา  917  วรรคแรก  มาตรา  919  และมาตรา  920  นั่นเอง

ตัวอย่างการสลักหลังที่ไม่ขาดสาย

หนึ่งได้ออกตั๋วแลกเงินสั่งให้สองจ่ายเงินแก่สาม  ต่อมาสามได้สลักหลังและส่งมอบให้สี่  และสี่ได้สลักหลังและส่งมอบให้ห้า  ดังนี้  เมื่อตั๋วเงินได้มาอยู่ในความครอบครองของห้า  ห้าย่อมเป็นผู้ทรงในฐานะผู้รับสลักหลัง  และเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายด้วย  เพราะห้าได้ตั๋วเงินนั้นมาจากการสลักหลังที่ไม่ขาดสาย

และตามตัวอย่างข้างต้น  หากการที่สามสลักหลังโอนให้สี่นั้น  เป็นการสลักหลังลอย  (เป็นการสลักหลังที่ไม่มีการระบุชื่อของผู้รับสลักหลัง)  และสี่ได้ส่งมอบตั๋วเงินต่อให้ห้า  ดังนี้  ก็ถือว่าห้าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน  และให้ถือว่าห้าได้ตั๋วเงินนั้นมาจากการสลักหลังลอยของสาม

หมายเหตุ  บุคคลที่ได้ตั๋วเงินมาจากการสลักหลังลอยนั้น  มีสิทธิโอนตั๋วเงินนั้นต่อไปได้โดยการสลักหลังและส่งมอบ  หรืออาจจะส่งมอบแต่เพียงอย่างเดียวก็ได้  (ตามมาตรา  920)  แต่ถ้าได้ตั๋วมาจากการสลักหลังเฉพาะ  (มีการระบุชื่อของผู้รับสลักหลัง)  หากโอนตั๋วด้วยการส่งมอบ  จะทำให้การสลักหลังขาดสายทันที  เพราะ ป.พ.พ. มาตรา  917  วรรคแรก  นั้น  กำหนดให้โอนกันได้ด้วยการสลักหลังและส่งมอบ

(ข)   หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  917  วรรคแรก  อันตั๋วแลกเงินทุกฉบับ  ถึงแม้ว่าจะมิใช่สั่งจ่ายให้แก่บุคคลเพื่อเขาสั่งก็ตาม  ท่านว่าย่อมโอนให้กันได้ด้วยสลักหลังและส่งมอบ

มาตรา  918  ตั๋วแลกเงินอันสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้น  ท่านว่าย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้กัน

มาตรา  919  คำสลักหลังนั้นต้องเขียนลงในตั๋วแลกเงินหรือใบประจำต่อ  และต้องลงลายมือชื่อผู้สลักหลัง

การสลักหลังย่อมสมบูรณ์  แม้ทั้งมิได้ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ไว้ด้วยหรือแม้ผู้สลักหลังจะมิได้กระทำอะไรยิ่งไปกว่าลงลายมือชื่อของตนที่ด้านหลังตั๋วแลกเงินหรือใบประจำต่อ  ก็ย่อมฟังเป็นสมบูรณ์ดุจกัน  การสลักหลังเช่นนี้ท่านเรียกว่า  สลักหลังลอย

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  การโอนตั๋วแลกเงินดังกล่าวนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่  เห็นว่า  การที่จันทร์ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายตั๋วแลกเงินสั่งให้บุญมีจ่ายเงินโดยระบุชื่อทองไทยเป็นผู้รับเงิน  และได้ขีดฆ่าคำว่า  “หรือผู้ถือ”  ออก  เพื่อเป็นการมัดจำในการสั่งซื้อสินค้า  ตั๋วแลกเงินฉบับนี้ย่อมเป็นตั๋วแลกเงินชนิดสั่งจ่ายระบุชื่อ  ดังนั้น  การโอนต่อไปจึงต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา  917  วรรคแรก  และมาตรา  919  คือ  สลักหลังและส่งมอบ  จะโอนตั๋วแลกเงินโดยการส่งมอบให้แก่กันเพียงอย่างเดียวเท่านั้นตามมาตรา  918  ไม่ได้ เพราะกรณีมิใช่ตั๋วแลกเงินสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ

และสำหรับการที่ทองไทยสลักหลังขายลดตั๋วแลกเงินโดยระบุชื่อพุธเป็นผู้รับซื้อลดตั๋วแลกเงินนั้น  ถือเป็นการโอนตั๋วแลกเงินโดยการสลักหลังเฉพาะตามมาตรา  917  วรรคแรก  ซึ่งการโอนต่อไปจะต้องสลักหลังและส่งมอบเช่นเดียวกันตามมาตรา  917  วรรคแรก  เมื่อปรากฏว่าต่อมาพุธเพียงแต่ส่งมอบตั๋วแลกเงินชำระหนี้ให้แก่พฤหัสเท่านั้น  หาได้มีการสลักหลังเฉพาะหรือสลักหลังลอยไม่  ทั้งกรณีก็ไม่ใช่การโอนตั๋วแลกเงินต่อจากผู้สลักหลังลอยแต่อย่างใด  ดังนั้น  การโอนตั๋วแลกเงินจากพุธไปยังพฤหัสจึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

สรุป  การโอนตั๋วแลกเงินจากทองไทยไปยังพุธเป็นการโอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย  แต่การโอนตั๋วแลกเงินจากพุธไปยังพฤหัสเป็นการโอนที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

Advertisement