LAW 2013 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2553

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2013 

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ

ข้อ  1

(ก)   ผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินจะต้องรับผิดอย่างไรหรือไม่ต่อผู้ทรงตั๋วแลกเงิน 

(ข)  บางเขนเป็นผู้รับเงินตามตั๋วแลกเงินที่มีบางบัวทองเป็นผู้จ่าย  บางขวางเป็นผู้สั่งจ่ายและขีดฆ่าคำว่า  “หรือผู้ถือ”  ออกแล้ว  บางเขนจะสลักหลังและส่งมอบตั๋วแลกเงินดังกล่าวเพื่อชำระราคาสินค้าที่ซื้อจากหลักสี่  แต่หลักสี่ให้บางเขนนำตั๋วแลกเงินไปให้บางขวางรับรองก่อน  บางเขนจึงเอาตั๋วแลกเงินไปให้บางขวางเขียนข้อความว่า  “รับรองว่าเป็นผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินฉบับนี้จริง”  และลงลายมือชื่อไว้ด้านหน้าของตั๋วแลกเงิน  หลักสี่จึงยอมรับชำระหนี้ด้วยการสลักหลังและส่งมอบตั๋วแลกเงินฉบับดังกล่าวจากบางเขน  ครั้นตั๋วแลกเงินถึงกำหนดหลักสี่ได้นำตั๋วแลกเงินไปให้บางบัวทองใช้เงิน  แต่บางบังทองปฏิเสธการใช้เงิน  เนื่องจากเห็นว่าตนมิได้เป็นหนี้บางขวางผู้สั่งจ่ายอีกแล้ว  อนึ่งหลักสี่ได้ทำคำคัดค้านไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย  ดังนี้ให้วินิจฉัยว่าหลักสี่ผู้ทรงจะฟ้องไล่เบี้ยบางขวางให้รับผิดตามตั๋วแลกเงินฉบับดังกล่าวได้หรือไม่ในฐานะใด

ธงคำตอบ

(ก)     หลักกฎหมาย   ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา   900  วรรคแรก  บุคคลผู้ลงลายมือชื่อของตนในตั๋วเงินย่อมจะต้องรับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้น

มาตรา  914  บุคคลผู้สั่งจ่ายหรือสลักหลังตั๋วแลกเงินย่อมเป็นอันสัญญาว่า  เมื่อตั๋วนั้นได้นำมายื่นโดยชอบแล้วจะมีผู้รับรองและใช้เงินตามเนื้อความแห่งตั๋ว  ถ้าและตั๋วแลกเงินนั้นเขาไม่เชื่อถือโดยไม่ยอมรับรองก็ดี  หรือไม่ยอมจ่ายเงินก็ดี  ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังก็จะใช้เงินแก่ผู้ทรง  หรือแก่ผู้สลักหลังคนหลังซึ่งต้องถูกบังคับให้ใช้เงินตามตั๋วนั้น  ถ้าหากว่าได้ทำถูกต้องตามวิธีการในข้อไม่รับรองหรือไม่จ่ายเงินนั้นแล้ว

อธิบาย

จากหลักกฎหมายดังกล่าว  จะเห็นได้ว่า  ผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินจะต้องรับผิดต่อผู้ทรงตั๋วแลกเงิน  ก็ต่อเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา  900 วรรคแรก  ประกอบกับมาตรา  914  ดังนี้คือ

1       ผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินได้ลงลายมือชื่อของตนไว้ในตั๋วแลกเงินในฐานะผู้สั่งจ่าย  ซึ่งในการลงลายมือชื่อนั้น  ผู้สั่งจ่ายอาจจะเขียนชื่อของตนโดยเขียนชื่อตัวและชื่อสกุลหรืออาจจะเขียนเฉพาะชื่อตัวก็ได้  หรืออาจจะเป็นการลงลายเซ็นก็ได้  แต่ที่สำคัญจะต้องเป็นการลงลายมือชื่อไว้จริงๆเท่านั้น  จะใช้เครื่องหมายอื่นๆหรือลายพิมพ์นิ้วมือลงไว้แทนการลงลายมือชื่อไม่ได้  และ

2       เมื่อผู้ทรงตั๋วแลกเงินได้นำตั๋วนั้นไปยื่นโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว  แต่ผู้จ่ายไม่ยอมรับรองหรือไม่ยอมจ่ายเงินแล้วแต่กรณี  ดังนี้ผู้สั่งจ่ายจะต้องรับผิดโดยการใช้เงินให้แก่ผู้ทรง  เมื่อผู้ทรงได้ทำถูกต้องตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด  คือได้ทำคำคัดค้านการไม่รับรองหรือการไม่จ่ายเงินนั้นแล้ว

ดังนั้น  ถ้าขาดหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง  เช่น  ผู้สั่งจ่ายไม่ได้ลงลายมือชื่อของตนไว้ในตั๋วแลกเงิน  หรืออาจจะลงลายมือชื่อไว้  แต่เมื่อตั๋วแลกเงินนั้นถึงกำหนดใช้เงินผู้จ่ายได้จ่ายเงินแก่ผู้ทรง  ดังนี้  ผู้สั่งจ่ายก็ไม่ต้องรับผิดต่อผู้ทรงตั๋วแลกเงิน

(ข)    หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา   900  วรรคแรก  บุคคลผู้ลงลายมือชื่อของตนในตั๋วเงินย่อมจะต้องรับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้น

มาตรา  914  บุคคลผู้สั่งจ่ายหรือสลักหลังตั๋วแลกเงินย่อมเป็นอันสัญญาว่า  เมื่อตั๋วนั้นได้นำมายื่นโดยชอบแล้วจะมีผู้รับรองและใช้เงินตามเนื้อความแห่งตั๋ว  ถ้าและตั๋วแลกเงินนั้นเขาไม่เชื่อถือโดยไม่ยอมรับรองก็ดี  หรือไม่ยอมจ่ายเงินก็ดี  ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังก็จะใช้เงินแก่ผู้ทรง  หรือแก่ผู้สลักหลังคนหลังซึ่งต้องถูกบังคับให้ใช้เงินตามตั๋วนั้น  ถ้าหากว่าได้ทำถูกต้องตามวิธีการในข้อไม่รับรองหรือไม่จ่ายเงินนั้นแล้ว

มาตรา  927  อันตั๋วแลกเงินนั้น  จะนำไปยื่นแก่ผู้จ่าย  ณ  ที่อยู่ของผู้จ่าย  เพื่อให้รับรองเมื่อไรๆก็ได้

มาตรา  931  การรับรองนั้นพึงกระทำด้วยเขียนลงไว้ด้านหน้าแห่งตั๋วแลกเงินเป็นถ้อยคำสำนวนว่า  “รับรองแล้ว”  หรือความอย่างอื่นทำนองเช่นเดียวกันนั้น  และลงลายมือชื่อของผู้จ่าย  อนึ่งแต่เพียงลายมือชื่อของผู้จ่ายลงไว้ในด้านหน้าแห่งตั๋วแลกเงิน ท่านก็จัดว่าเป็นคำรับรองแล้ว

วินิจฉัย

ตามมาตรา  927  ประกอบมาตรา  931  จะเห็นได้ว่าตั๋วแลกเงินนั้นถ้าจะนำไปให้เขารับรองว่าเมื่อถึงกำหนดจะมีการจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินนั้น  จะต้องนำไปให้ผู้จ่ายรับรองเท่านั้น  ถ้านำไปให้ผู้อื่นซึ่งมิใช่ผู้จ่ายทำการรับรอง  ผู้ที่ทำการรับรองก็มิได้อยู่ในฐานะเป็นผู้รับรองแต่อย่างใด

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่บางเขนซึ่งเป็นผู้รับเงินได้นำตั๋วแลกเงินไปยื่นให้บางขวางรับรอง  เมื่อบางขวางไม่ได้เป็นผู้จ่าย  แต่เป็นผู้สั่งจ่าย  ได้ทำการรับรองโดยเขียนข้อความว่า  “รับรองว่าเป็นผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินฉบับนี้จริง”  การกระทำของบางขวางไม่ถือว่าเป็นการรับรองตั๋วแลกเงิน  บางขวางจึงไม่อยู่ในฐานะผู้รับรองแต่อย่างใด

ดังนั้น  เมื่อตั๋วแลกเงินถึงกำหนด  บางบัวทองซึ่งเป็นผู้จ่ายปฏิเสธการจ่ายเงิน  ดังนี้  หลักสี่ซึ่งเป็นผู้ทรงย่อมสามารถฟ้องให้บางขวางรับผิดในฐานะผู้สั่งจ่ายได้  ตามมาตรา  900  ประกอบมาตรา  914  แต่จะฟ้องบางขวางให้รับผิดในฐานะผู้รับรองไม่ได้

สรุป  หลักสี่ผู้ทรงสามารถฟ้องไล่เบี้ยบางขวางให้รับผิดตามตั๋วแลกเงินฉบับดังกล่าวได้ในฐานะผู้สั่งจ่าย