LAW2013 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด 2/2559

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2013 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นางสาวน้ำสั่งจ่ายเช็คชําระหนี้ให้แก่นายพิชญ์ 2 ฉบับ

Advertisement

ฉบับแรกเป็นเช็คชนิดผู้ถือ ฉบับที่สองระบุชื่อนายพิชญ์ เป็นผู้รับเงินและขีดฆ่า “หรือผู้ถือ” นายพิชญ์ทําเช็คทั้งสองฉบับตกหาย นายกุ้งเก็บเช็คได้ จึงได้นําเช็คฉบับแรกไปชําระหนี้กู้ยืมโดยส่งมอบให้นางสาวทราย

ฉบับที่สอง นายกุ้งได้ทําการ ปลอมลายมือชื่อ นายพิชญ์ สลักหลังและส่งมอบชําระค่างวดผ่อนคอนโดฯ ที่ซื้อมาจากนางสาวเดียร์ โดยนางสาวทรายและนางสาวเดียร์ต่างรับเช็คไว้โดยสุจริตและมิได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ต่อมานายพิชญ์ทราบว่าเช็คที่ตนทําตกหายอยู่ที่นางสาวทรายและนางสาวเดียร์ จึงทวงถามบุคคล ทั้งสองให้คืนเช็คให้

จงวินิจฉัยว่า

(ก) นางสาวทราย ต้องคืนเช็คฉบับแรกซึ่งเป็นเช็คชนิดผู้ถือ หรือไม่ เพราะเหตุใด

(ข) นางสาวเดียร์ ต้องคืนเช็คฉบับที่สองซึ่งเป็นชนิดระบุชื่อ หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 904 “อันผู้ทรงนั้น หมายความว่า บุคคลผู้มีตั๋วเงินไว้ในครอบครองโดยฐานเป็นผู้รับเงิน หรือเป็นผู้รับสลักหลัง ถ้าและเป็นตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ ๆ ก็นับว่าเป็นผู้ทรงเหมือนกัน”

มาตรา 905 “ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 1008 บุคคลผู้ได้ตั๋วเงินไว้ในครอบครอง ถ้าแสดงให้ปรากฏสิทธิด้วยการสลักหลังไม่ขาดสาย แม้ถึงว่าการสลักหลังรายที่สุดจะเป็นสลักลอยก็ตาม ให้ถือว่า เป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อใดรายการสลักหลังลอยมีสลักหลังรายอื่นตามหลังไปอีก ท่านให้ถือว่าบุคคล ผู้มีลงลายมือชื่อในการสลักหลังรายที่สุดนั้น เป็นผู้ได้ไปซึ่งตั๋วเงินตัวยการสลักหลังลอย อนึ่งคําสลักหลังเมื่อขีดฆ่าเสีย และห้ามให้ถือเสมือนว่ามิได้มีเลย

ถ้าบุคคลผู้หนึ่งผู้ใดต้องปราศจากตั๋วเงินไปจากครอบครอง ท่านว่าผู้ทรงซึ่งแสดงให้ปรากฏสิทธิ ของตนในตั๋วตามวิธีการดังกล่าวมาในวรรคก่อนนั้น หาจําต้องสละตั๋วเงินไม่ เว้นแต่จะได้มาโดยทุจริตหรือได้มา ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

อนึ่งข้อความในวรรคก่อนนี้ให้ใช้บังคับตลอดถึงผู้ทรงตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือด้วย”

มาตรา 1008 “ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติทั้งหลายในประมวลกฎหมายนี้ เมื่อใดลายมือชื่อ ในตั๋วเงินเป็นลายมือปลอมก็ดี เป็นลายมือชื่อลงไว้โดยที่บุคคลซึ่งอ้างเอาเป็นเจ้าของลายมือชื่อนั้นมิได้มอบอํานาจ ให้ลงก็ดี ท่านว่าลายมือชื่อปลอมหรือลงปราศจากอํานาจเช่นนั้นเป็นอันใช้ไม่ได้เลย ใครจะอ้างอิงอาศัยแสวงสิทธิ อย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อยึดหน่วงตั๋วเงินไว้ก็ดี เพื่อทําให้ตั๋วนั้นหลุดพ้นก็ดี หรือเพื่อบังคับการใช้เงินเอาแก่คู่สัญญา แห่งตั๋วนั้นคนใดคนหนึ่งก็ดี ท่านว่าไม่อาจจะทําได้เป็นอันขาด…”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

(ก) เช็คฉบับแรกที่นางสาวน้ำสั่งจ่ายให้แก่นายพิชญ์นั้น เมื่อเป็นเช็คชนิดผู้ถือ การที่นายพิชญ์ได้ ทําเช็คฉบับนี้ตกหายและนายกุ้งเก็บได้ การที่นายกุ้งได้นําเช็คฉบับนี้ไปชําระหนี้โดยส่งมอบให้แก่นางสาวทราย โดยนางสาวทรายได้รับเช็คไว้โดยสุจริตและมิได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง นางสาวทรายย่อมเป็นผู้ทรงและเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 904 ประกอบมาตรา 905 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม ดังนั้น เมื่อนายพิชญ์ซึ่งเป็นบุคคลที่ต้องปราศจากตั๋วเงินไปจากครอบครองเนื่องจากการทำเช็คตกหายได้ทวงถามเช็คคืน จากนางสาวทราย นางสาวทรายซึ่งเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายและสามารถแสดงให้ปรากฏสิทธิของตนที่ ได้รับเช็คฉบับดังกล่าวมาโดยสุจริตและมิได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จึงไม่ต้องคืนเช็คให้แก่นายพิชญ์ตาม มาตรา 905 วรรคสอง ประกอบวรรคสาม

(ข) เช็คฉบับที่ 2 นั้น เมื่อนางสาวน้ำสั่งจ่ายให้แก่นายพิชญ์ โดยระบุชื่อนายพิชญ์เป็นผู้รับเงิน และได้ขีดฆ่าคําว่า “ หรือผู้ถือ” ในเช็คออก ย่อมถือว่าเป็นเช็คชนิดระบุชื่อ เมื่อนายพิชญ์ทําเช็คฉบับนี้ตกหาย และนายกุ้งเป็นผู้เก็บได้ ได้ทําการปลอมลายมือชื่อของนายพิชญ์แล้วสลักหลังและส่งมอบให้แก่นางสาวเดียร์ไปนั้น แม้นางสาวเดียร์จะได้รับเช็คไว้โดยสุจริตและมิได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงก็ตาม แต่เมื่อตามมาตรา 1008 ให้ถือว่าลายมือชื่อปลอมนั้นเป็นอันใช้ไม่ได้เลย คือให้ถือเสมือนหนึ่งว่านายพิชญ่ไม่เคยสลักหลังเช็คนั้นเลย ดังนั้น จึงถือว่านางสาวเดียร์ได้รับเช็คชนิดระบุชื่อนี้มาจากการสลักหลังที่ขาดสาย นางสาวเดียร์จึงมิใช่ผู้ทรง โดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 905 วรรคหนึ่ง และเมื่อนายพิชญ์ได้ทวงถามเรียกเช็คคืนจากนางสาวเดียร์ นางสาวเดียร์จะต้องคืนเช็คฉบับนี้ให้แก่นายพิชญ์ตามมาตรา 905 วรรคสอง นางสาวเดียร์จะอ้างอิงอาศัยแสวงสิทธิ อย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อยึดหน่วงเช็คไว้ไม่ได้ แม้นางสาวเดียร์จะได้รับเช็คมาโดยสุจริตและมิได้ประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรงก็ตาม ทั้งนี้เพราะมาตรา 905 ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 1008

สรุป

(ก) นางสาวทรายไม่ต้องคืนเช็คให้แก่นายพิชญ์

(ข) นางสาวเดียร์ต้องคืนเช็คให้แก่นายพิชญ์

 

Advertisement