LAW 2010 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน จำนอง จำนำ สอบซ่อม 1/2551

Advertisement

การสอบซ่อมภาค  1  ปีการศึกษา  2551
 
ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2010 
 
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน จำนอง จำนำ 
คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ
ข้อ 1.       วันที่ 20 ธันวาคม 2548  นายสมหวังทำสัญญากู้เงินนายสมส่วน เป็นเงิน 3 ล้านบาท โดยในวันที่ 25 ธันวาคม 2548  นายสมทรงเข้าทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของนายสมหวังดังกล่าว ต่อมาในวันที่ 27 ธันวาคม 2548  นายสมหวังจดทะเบียนจำนองที่ดินมูลค่า 1 ล้านบาทของตนเป็นประกันหนี้เงินกู้ของตน 
และวันที่ 28 ธันวาคม 2548  นางสมสมรส่งมอบเครื่องเพชรมูลค่า 1 ล้านบาทของตนเป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ของนายสมหวังด้วย  เมื่อหนี้เงินกู้ถึงกำหนด นายสมหวังผิดนัดไม่ชำระหนี้ ให้นักศึกษาวินิจฉัยว่า
               
1)  ถ้าหากว่านายสมส่วนได้เรียกร้องให้นายสมทรงรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน นายสมทรงจะเกี่ยงให้นายสมส่วนไปบังคับจำนองเอากับที่ดินที่นายสมหวังจำนองไว้ และไปบังคับจำนำเอากับเครื่องเพชรที่นางสมสมรจำนำไว้ก่อนได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
 
2)  ถ้าหากว่านายสมส่วนได้ปลดจำนองให้แก่ที่ดินของนายสมหวังไปแล้ว จึงมาเรียกร้องให้นายสมทรงรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน นายสมทรงจะอ้างเอาเหตุดังกล่าวมาเพื่อขอหลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันได้หรือไม่ และถ้าอ้างได้ นายสมทรงจะหลุดพ้นจากความรับผิดเป็นจำนวนเท่าไหร่
ธงคำตอบ
 
มาตรา 690 ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดไว้เป็นประกันไซร้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องให้ชำระหนี้เอาจาก ทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน
 
มาตรา 697 ถ้าเพราะ การกระทำ อย่างใดอย่างหนึ่ง ของ เจ้าหนี้เอง เป็นเหตุให้ ผู้ค้ำประกัน ไม่อาจ เข้ารับช่วง ได้ทั้งหมด หรือ แต่บางส่วน ในสิทธิ ก็ดี จำนอง ก็ดี จำนำ ก็ดี และ บุริมสิทธิ อันได้ให้ไว้ แก่ เจ้าหนี้ แต่ก่อน หรือ ในขณะทำ สัญญาค้ำประกัน เพื่อชำระหนี้นั้น ท่านว่า ผู้ค้ำประกัน ย่อมหลุดพ้น จากความรับผิด เพียงเท่าที่ตน ต้องเสียหาย เพราะการนั้น
วินิจฉัย 
 
1) ป.พ.พ. มาตรา 690 บัญญัติให้สิทธิแก่ผู้ค้ำประกันในการที่จะเกี่ยงให้เจ้าหนี้ไปบังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้ชั้นต้นที่ได้ให้ไว้เป็นหลักประกันก่อนได้ เห็นว่า เมื่อหนี้เงินกู้ถึงกำหนด นายสมหวัง ลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัดไม่ชำระหนี้ ความรับผิดของผู้ค้ำประกันก็ได้เกิดขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 868 ปรากฏว่า นายสมส่วนได้เรียกร้องให้นายสมทรงรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน นายสมทรงจะเกี่ยงให้นายสมส่วนไปบังคับจำนองเอากับที่ดินที่นายสมหวังลูกหนี้ชั้นต้นจำนองไว้ก่อนย่อมสามารถกระทำได้ เพราะที่ดินจำนองเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ชั้นต้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 690
 
แต่นายสมทรงจะเกี่ยงให้นายสมส่วนเจ้าหนี้ไปบังคับจำนำเอากับเครื่องเพชรที่นางสมสมร ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจำนำไว้ก่อนไม่ได้ เพราะเครื่องเพชรไม่ใช่ทรัพย์ของนายสมหวัง ลูกหนี้ชั้นต้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 690
 
2) ถ้าหากว่านายสมส่วนได้ปลดจำนองให้แก่ที่ดินของนายสมหวังไปแล้วจึงมาเรียกร้องให้นายสมทรงรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน นายสมทรงจะอ้างเอาเหตุดังกล่าวมาเพื่อขอหลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันได้หรือไม่ เห็นว่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 697 บัญญัติให้ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเท่ามูลค่าของหลักประกันที่เจ้าหนี้กระทำให้ตนเองไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิได้ แต่หลักประกันที่ไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิได้ดังกล่าวจะต้องเป็นหลักประกันที่เกิดขึ้นก่อนหรือขณะเข้าทำสัญญาค้ำประกัน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า วันที่ 25 ธันวาคม 2548 นายสมทรงเข้าทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของนายสมหวัง ต่อมาในวันที่ 27 ธันวาคม 2548 นายสมหวังจดทะเบียนจำนองที่ดินมูลค่า 1 ล้านบาทของตนเป็นประกันหนี้เงินกู้ จึงเห็นว่าที่ดินที่จำนองเกิดขึ้นหลังวันทำสัญญาค้ำประกัน ดังนั้น นายสมทรงจะอ้างเอาเหตุที่นายสมส่วนปลดจำนองที่ดินให้นายสมหวังขึ้นเป็นเหตุหลุดพ้นจากความรับผิดมูลค่า              1 ล้านบาท หาได้ไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 697
สรุป
 
1) นายสมทรงเกี่ยงให้ไปบังคับเอากับที่ดินที่นายสมหวังจำนองไว้ก่อนได้ แต่จะเกี่ยงให้ไปบังคับจำนำเอากับเครื่องเพชรที่นางสมสมรจำนำไว้ก่อนไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 690
 
2) สมทรงจะอ้างเอาเหตุที่นายสมส่วนปลดจำนองที่ดินให้นายสมหวังขึ้นเป็นเหตุหลุดพ้นจากความรับผิดมูลค่า 1 ล้านบาทหาได้ไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 697

Advertisement