LAW 2010 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน จำนอง จำนำ 1/2551

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2551
 
ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2010 
 
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน จำนอง จำนำ
 
คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ
ข้อ 1.       นายเอกอายุ 19 ปี 8 เดือน  ทำสัญญากู้ยืมเงินนายโทเป็นเงิน 60,000 บาท  โดยในวันทำสัญญากู้
 
นายหนึ่งได้ทำสัญญาค้ำประกันการกู้เงินของนายเอก โดยนายหนึ่งเข้าใจว่านายเอกบรรลุนิติภาวะแล้ว  ต่อมาหนี้เงินกู้ถึงกำหนดเวลาชำระหนี้ นายเอกผิดนัดไม่นำเงินมาชำระคืนให้นายโท  ถ้านายโทได้เรียกร้องให้นายหนึ่งรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน นายหนึ่งจะยกข้อต่อสู้ดังต่อไปนี้ขึ้นเพื่อปฏิเสธความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
1)  หนี้ตามสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ ตน (นายหนึ่ง) จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน เพราะ ตน (นายหนึ่ง)  เข้าทำการค้ำประกันโดยไม่ทราบว่านายเอกเป็นผู้เยาว์
2)  นายหนึ่งได้เรียกร้องให้นายโทไปเรียกให้นายเอกทำการชำระหนี้ตามสัญญากู้  แต่นายโทไม่ได้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของนายหนึ่ง  นายหนึ่งจึงอ้างว่านายโทเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้นายหนึ่งรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน  เพราะนายโทเจ้าหนี้ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
ธงคำตอบ
 
มาตรา 681 อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์
 
 หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข จะประกันไว้เพื่อเหตุการณ์ซึ่งหนี้ นั้นอาจเป็นผลได้จริง ก็ประกันได้
 
 หนี้อันเกิดแต่สัญญาซึ่งไม่ผูกพันลูกหนี้ เพราะทำด้วยความสำคัญผิด หรือเพราะเป็นผู้ไร้ความสามารถนั้น ก็อาจจะมีประกันอย่างสมบูรณ์ได้ ถ้าหากว่าผู้ค้ำประกันรู้เหตุสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถนั้นในขณะที่ เข้าทำสัญญาผูกพันตน
 
มาตรา 686 ลูกหนี้ผิดนัดลงเมื่อใด ท่านว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะเรียก ให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้แต่นั้น
 
มาตรา 688 เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกัน จะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษา ให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดใน พระราชอาณาเขต
 
วินิจฉัย
 
1)   ตามอุทาหรณ์ สัญญากู้เงิน 90,000 บาท ระหว่างนายเอก (ผู้เยาว์) กับนายโท (เจ้าหนี้) เป็นโมฆียะ เพราะนายเอกลูกหนี้เป็นผู้เยาว์  บกพร่องในเรื่องความสามารถในการทำนิติกรรม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 153  แต่แม้หนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ประธานจะเป็นโมฆียะกรรม แต่ก็เป็นหนี้ที่สมบูรณ์อยู่จนกว่าจะมีการบอกล้าง โดยผู้มีสิทธิในการบอกล้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 175
 
      ดังนั้น ถึงแม้ว่าในขณะเข้าทำสัญญาค้ำประกัน นายหนึ่งผู้ค้ำประกันจะไม่ทราบว่านายเอกลูกหนี้เป็นผู้เยาว์ก็ตาม  การค้ำประกันก็มีผลใช้บังคับได้เพราะเมื่อหนี้ประธานตามสัญญากู้เงินเป็นหนี้ที่สมบูรณ์อยู่ก็อาจมีการค้ำประกันได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 681 วรรคแรก  นายหนึ่งจึงต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน  ข้อต่อสู้ของนายหนึ่งฟังไม่ขึ้น (หมายเหตุ  กรณีตามอุทาหรณ์ ไม่เข้ากรณี ป.พ.พ. มาตรา 681 วรรคท้าย เพราะหนี้เงินกู้ยังไม่ได้มีการบอกล้าง จึงยังคงผูกพัน นายเอกลูกหนี้อยู่)
 
2)   ตามอุทาหรณ์  การที่นายหนึ่งผู้ค้ำประกันได้เรียกร้องให้นายโทเจ้าหนี้ไปบังคับชำระหนี้จากนายเอกตามสัญญากู้เงินก่อน เป็นการเกี่ยงตาม ป.พ.พ. มาตรา 688  ซึ่งสิทธิในการเกี่ยงตามมาตรานี้ แม้นายโทเจ้าหนี้จะมิได้ปฏิบัติตาม  นายหนึ่งผู้ค้ำประกันก็จะอ้างว่านายโทเจ้าหนี้ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่ได้  เพราะเมื่อนายเอกลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัด ความรับผิดของนายหนึ่งผู้ค้ำประกันก็เกิดมีขึ้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 แล้ว  ดังนั้นข้อต่อสู้ของนายหนึ่งจึงฟังไม่ขึ้นเช่นกัน
 
สรุป  1) ฟังไม่ขึ้น  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 681 วรรคแรก
2) ฟังไม่ขึ้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 ประกอบมาตรา 688
 

Advertisement