การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2546

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2010 

Advertisement

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน จำนอง จำนำ

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

Advertisement

ข้อ  1  นายแดงเจ้าของกิจการขับรถรับ  ส่งสินค้า  ได้ว่าจ้างนายเหลืองให้เป็นคนขับรถบรรทุกรับ  ส่งสินค้า  โดยมีนายขาวตกลงค้ำประกันการทำงานของนายเหลือง  หลังจากเซ็นสัญญาค้ำประกันเสร็จนายแดงได้ให้นายเหลืองขับรถบรรทุกน้ำหนักเกินตามที่กฎหมายกำหนด  นอกจากนั้นนายแดงยังขอให้นายเหลืองขับรถเป็นเวลาติดต่อกันถึง  15  ชั่วโมง  นายเหลืองจึงเกิดอาการหลับใน  ขับรถชนกับรถโดยสารประจำทาง  ทำให้รถโดยสารพังเสียหายทั้งคัน  เจ้าของรถประจำทางจึงฟ้องนายแดงขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย  นายแดงจึงฟ้องขอให้นายขาวผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดกับนายเหลืองในกรณีที่ทำให้เกิดความเสียหาย  นายขาวจึงมาปรึกษาท่านว่า  ตนจะต้องรับผิดร่วมกับนายเหลืองในฐานะผู้ค้ำประกันอย่างไร  หรือไม่  ยกหลักกฎหมายประกอบให้ชัดเจน

ธงคำตอบ

Advertisement

มาตรา  680  อันว่าค้ำประกันนั้น  คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง  เรียกว่าผู้ค้ำประกัน  ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น

อนึ่งสัญญาค้ำประกันนั้น  ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ  ท่านว่าจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่

Advertisement

มาตรา  694  นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น  ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย

วินิจฉัย

Advertisement

การที่นายขาวตกลงเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของนายเหลือง  และมีหลักฐานเป็นหนังสือถูกต้องตามกฎหมาย  ทำให้ต้องร่วมรับผิดกับลูกหนี้  หากมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการทำงานของนายเหลือง  แต่กรณีตามปัญหาปรากฏว่าการทำให้เกิดความเสียหาย  ในการขับรถชนรถโดยสารนั้นสาเหตุเนื่องมาจากการที่นายแดง  นายจ้างได้ใช้ให้นายขาวทำงานเกินขีดกำลังความสามารถซึ่งเป็นความบกพร่องของนายจ้าง  จึงถือเป็นข้อต่อสู้ซึ่งลูกจ้างสามารถยกขึ้นอ้างต่อนายจ้างได้  อีกทั้งการบรรทุกน้ำหนักเกินก็เป็นคำสั่งของนายจ้าง  ในกรณีเช่นนี้  ผู้ค้ำประกันจึงสามารถยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้  ตามมาตรา  694  ได้  ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ได้

สรุป  ขาวสามารถยกข้อต่อสู้ดังกล่าวเพื่อปฏิเสธความรับผิดได้

 

ข้อ  2  จำเลยกู้เงินโจทก์  โดยมีนายแดงจำนองที่ดินเป็นประกัน  ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยและนายแดงให้ชำระหนี้พร้อมทั้งได้มีการนำที่ดินจำนองออกขายทอดตลาด  แดงจึงตกลงโอนที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นการชำระหนี้  ซึ่งหักแล้วยังมีหนี้ที่ต้องชำระอีก  500,000  บาท โจทก์จึงขอบังคับให้จำเลยและนายแดงรับผิดในหนี้ที่ยังขาดอยู่อีก  500,000  บาท  อยากทราบว่า  โจทก์สามารถบังคับได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  702  อันว่าจำนองนั้น  คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้จำนอง  เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง  เรียกว่าผู้รับจำนองเป็นประกันการชำระหนี้  โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง

ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญ  มิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือหาไม่

มาตรา  711  การที่จะตกลงกันไว้เสียแต่ก่อนเวลาหนี้ถึงกำหนดชำระเป็นข้อความอย่างใดอย่างหนึ่งว่า  ถ้าไม่ชำระหนี้  ให้ผู้รับจำนองเข้าเป็นเจ้าของทรัพย์สินซึ่งจำนอง  หรือว่าได้จัดการแก่ทรัพย์สินนั้นเป็นประการอื่นอย่างใดนอกจากตามบทบัญญัติทั้งหลายว่าด้วยการบังคับจำนองนั้นไซร้  ข้อตกลงเช่นนั้นท่านว่าไม่สมบูรณ์

มาตรา  728  เมื่อจะบังคับจำนองนั้น  ผู้รับจำนองต้องมีจดหมายบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่า  ให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควร  ซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้น  ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว  ผู้รับจำนองจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้พิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์สินซึ่งจำนองและให้ขายทอดตลาดก็ได้

มาตรา  733  ถ้าเอาทรัพย์จำนองหลุด  และราคาทรัพย์สินนั้นมีประมาณต่ำกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่ก็ดี  หรือถ้าเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้ได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่นั้นก็ดี  เงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใดลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในเงินนั้น

วินิจฉัย

กรณีที่แดงผู้จำนองได้โอนที่ดินที่ตนจำนองไว้ให้แก่โจทก์  หลังจากหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว  เป็นการตกลงโอนใช้หนี้ภายหลัง  หนี้ถึงกำหนดชำระซึ่งเป็นการตกลงที่เกิดภายหลังหนี้ถึงกำหนดชำระ  กรณีจึงไม่อยู่ในบังคับ  มาตรา  711  และไม่ใช่เป็นการบังคับจำนองตามมาตรา  728  ดังนี้  เมื่อปรากฏว่ายังมีหนี้ค้างชำระอยู่อีก  จำเลยลูกหนี้ชั้นต้นย่อมมีหน้าที่ที่จะปฏิบัติการชำระหนี้ให้ครบถ้วน  กรณีย่อมไม่อาจนำมาตรา  733  มาบังคับแก่กรณีได้  ส่วนแดงผู้จำนองมิใช่ลูกหนี้ชั้นต้นจึงไม่ต้องรับผิดตามมูลหนี้เดิม

สรุป  โจทก์บังคับให้จำเลยชำระหนี้ที่ยังขาดอยู่อีก  500,000  บาทได้  ส่วนนายแดงโจทก์ไม่อาจบังคับได้เนื่องจากมิใช่ลูกหนี้ชั้นต้น

 

ข้อ  3  สิงห์มอบให้เสือเป็นตัวแทนนำแหวนทองคำไปจำนำเป็นประกันเงินกู้จำนวน  100,000  บาท  กับม้าหลังจากจำนำเสร็จ  ม้าได้ตกลงกับเสือขอให้แมวเป็นผู้เก็บรักษาแหวนดังกล่าว  ต่อมาแมวเดินทางไปทัศนาจรที่จังหวัดตราด  โดยที่แมวได้นำแหวนใส่ติดตัวระหว่างทาง  ปรากกว่าเกิดพายุทำให้น้ำท่วมทาง  แหวนที่แมวใส่ไปจึงเกิดหลุดหายไปกับน้ำ  ดังนี้  อยากทราบว่า  ผู้รับจำนำจะต้องรับผิดในกรณีนี้หรือไม่  เพราะเหตุใด  จงอธิบายพร้อมทั้งยกหลักกฎหมายประกอบ 

ธงคำตอบ

มาตรา  747  อันว่าจำนำนั้น  คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง  เรียกว่า  ผู้จำนำส่งมอบสังหาริมทรัพย์สิ่งหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง  เรียกว่า ผู้รับจำนำ  เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้

มาตรา  749  คู่สัญญาจำนำจะตกลงกันให้บุคคลภายนอกเป็นผู้เก็บรักษาทรัพย์สินจำนำไว้ก็ได้

มาตรา  759  ผู้รับจำนองต้องรักษาทรัพย์สินจำนำไว้ให้ปลอดภัย  และต้องสงวนทรัพย์สินจำนำนั้นเช่นอย่างวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง

วินิจฉัย

กรณีดังกล่าวถือว่าเสือในฐานะตัวแทนย่อมมีสิทธิจัดการใดๆ  ภายใต้บังคับกฎหมายลักษณะจำนำได้  ดังนั้นการที่ม้ากับเสือตกลงกันขอให้แมวเป็นผู้เก็บรักษาจึงกระทำได้ตามมาตรา  749  อย่างไรก็ตาม  ตามมาตรา  759  กำหนดให้ผู้รับจำนำจะต้องดูแลรักษาทรัพย์และสงวนทรัพย์เหมือนอย่างวิญญูชนควรสงวน  เมื่อปรากฏว่าทรัพย์ที่จำนำเป็นแหวนซึ่งมีราคา  ผู้ดูแลทรัพย์จึงควรสงวนโดยการเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยมิใช่นำไปใส่ติดตัว  ดังนี้  แม้จะมีเหตุพายุทำให้แหวนหลุดหายไปกับสายน้ำซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย  ผู้รับจำนำก็จะต้องรับผิดอยู่ดีนั่นเอง  ตามมาตรา  760

สรุป  ผู้รับจำนำต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดแก่ทรัพย์สินที่จำนำดังกล่าว

Advertisement