LAW 2010 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2555

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2555

ข้อสอบกระบวนวิขา LAW 2010 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน ฯลฯ

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. แดงเป็นหนี้ดำหนึ่งล้านบาท เหลืองได้นำที่ดินของตนมาจำนองประกันหนึ่งแปลง ต่อมาน้ำเงินเข้าเป็นผู้ค้ำประกัน และหลังจากนั้นแดงได้จำนองที่ดินของตนหนึ่งแปลงเป็นประกันหนี้รายนี้ ก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระ ดำปลดจำนองให้เหลืองและแดง โดยทั้งสองคนได้จดทะเบียนการปลดจำนองแล้ว

ครั้นหนี้ถึงกำหนดชำระ แดงผิดนัด ดำจึงเรียกให้น้ำเงินชำระหนี้ ในขณะนั้นที่ดินของเหลืองและแดงราคาแปลงละห้าแลนบาท น้ำเงินได้ทราบเรื่องดังกล่าว จึงปฎิเสธไม่ชำระหนี้ให้ โดยอ้างว่า ตนหลุดพ้นจากความรับผิดเพราะการกระทำของดำ

ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า ข้ออ้างของน้ำเงินฟังขึ้นหรือไม่ และยังต้องรับผิดชำระหนี้หรือไม่ เพียงใด เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 693 “ผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้แล้ว ย่อมมีสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ เพื่อต้นเงินกับดอกเบี้ยและเพื่อการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายไปอย่างใด ๆ เพราะการค้ำประกันนั้น

อนึ่งผู้ค้ำประกันย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกหนี้ด้วย

มาตรา 697 “ถ้าเพราะการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหนี้เองเป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิก็ดี จำนองก็ดี จำนำก็ดี และบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้แต่ก่อน หรือในขณะทำสัญญาค้ำประกันเพื่อชำระหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเพียงเท่าที่ตนต้องสียหายเพราะการนั้น

วินิจฉัย

ผู้ค้ำประกันนั้นเมื่อได้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้แล้ว ย่อมมีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกหนี้ได้ (มาตรา 693) และถ้าเจ้าหนี้ได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิจำนอง หรือจำนำ หรือบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้ก่อน หรือในขณะทำสัญญาค้ำประกันเพื่อชำระหนี้นั้น ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเพียงเท่าที่ตนต้องเสียหาย เพราะการกระทำของเจ้าหนี้นั้น (มาตรา 697)

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่แดงเป็นหนี้ดำ 1,000,000 บาท เหลืองและแดงได้นำที่ดินของตน ซึ่งมีราคาแปลงละ 500,000 บาท มาจำนองประกันหนี้รายนี้โดยมีน้ำเงินเป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาก่อนหนี้ถึง กำหนดชำระ ดำได้ปลดจำนองที่ดินทั้ง 2 แปลงให้แก่เหลืองและแดงโดยทั้งสองคนได้จดทะเบียนปลดจำนองแล้ว

ดังนี้การกระทำของดำเจ้าหนี้เป็นเหตุให้น้ำเงินผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ในการบังคับจำนองเอากับที่ดินของเหลืองและแดงลูกหนี้ และจะทำให้น้ำเงินผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในการชำระหนี้หรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

ที่ดินแปลงที่ 1 เป็นที่ดินของเหลืองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้จำนองไว้แก่เจ้าหนี้ เมื่อดำ เจ้าหนี้ปลดจำนองให้แก่เหลือง น้ำเงินผู้ค้ำประกันย่อมไม่สามารถที่จะอ้างได้ว่าการกระทำของดำเป็นเหตุให้ตน ไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ในการบังคับจำนองเอากับที่ดินแปลงนี้ เพราะกรณีที่น้ำเงินจะต่อสู้กับเจ้าหนี้ ตามมาตรา 697 ได้นั้นที่ดินที่นำมาจำนองไว้ต้องเป็นที่ดินของลูกหนี้เท่านั้น มิใช่ที่ดินของบุคคลอื่น

เพราะการที่ผู้ค้ำประกันจะรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ตามมาตรา 693 วรรคสองนั้นต้องเป็นสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกหนี้ หรือเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ ดังนั้น น้ำเงินยังคงต้องรับผิดในการขำระหนี้ให้แก่ดำ จะอ้างว่าตนหลุดพ้นจาก ความรับผิดกรณีนี้ไม่ได้

ส่วนที่ดินแปลงที่ 2 เป็นที่ดินที่แดงลูกหนี้ได้จำนองไว้แก่เจ้าหนี้ภายหลังการทำสัญญา ค้ำประกันแล้ว ดังนั้นการที่ดำเจ้าหนี้ได้ปลดจำนองที่ดินแปลงนี้ให้แดง น้ำเงินผู้ค้ำประกันย่อมไม่สามารถที่จะอ้างได้ว่าการกระทำของดำเป็นเหตุให้ตนไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ไนการบังคับจำนองเอากับที่ดินแปลงนี้ เพราะไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 697 ดังนั้น น้ำเงินผู้ค้ำประกันจึงยังคงต้องรับผิดในการชำระหนี้ไห้แก่ดำ

สรุป ข้ออ้างของน้ำเงินฟังไม่ขึ้นทั้งสองกรณี น้ำเงินยังคงต้องรับผิดในการชำระหนี้ให้แก่ดำ เป็นจำนวนเงิน 1,000,000บาท