LAW2010 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน 1/2561

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2561

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2010 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน จํานอง จํานํา

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1 แดงกู้เงินเขียว 5 ล้านบาท มีหลักฐานถูกต้อง เขียวขอให้แดงหาผู้ค้ำประกัน แดงจึงไปหาม่วงให้มาตกลงกับเขียวค้ำประกันในหนี้เงินกู้ดังกล่าว แต่ตอนทําหนังสือค้ำประกันปรากฏว่ามีเพียงม่วง และเขียวลงลายมือชื่อ ไม่มีแดงลงลายมือชื่อ เมื่อหนี้ถึงกําหนดชําระ แดงชําระหนี้ไม่ได้ เขียวจึงมี จดหมายไปขอให้ม่วงชําระหนี้แทนในฐานะผู้ค้ำประกันทันที ม่วงต่อสู้ว่าหลักฐานการคําประกัน ไม่ถูกต้อง เพราะแดงไม่ได้ลงลายมือชื่อ ตนจึงไม่ต้องรับผิด อยากทราบว่า ข้ออ้างของม่วงรับฟังได้หรือไม่ และการจะบังคับม่วงให้ชําระหนี้ต้องทําประการใด

จงอธิบายพร้อมยกหลักกฎหมาย

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 680 “อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชําระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชําระหนี้นั้น

อนึ่งสัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน เป็นสําคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่”

มาตรา 681 วรรคหนึ่ง “อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์”

มาตรา 686 วรรคหนึ่ง “เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายใน หกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชําระหนี้ก่อนที่ หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชําระหนี้เมื่อหนี้ถึงกําหนดชําระ”

วินิจฉัย

ในกรณีที่การกู้เงินและการค้ำประกันนั้นได้กระทําถูกต้องตามกฎหมาย และมีหลักฐานในการ ฟ้องร้องบังคับคดี หากลูกหนี้ผิดนัดชําระหนี้ ย่อมก่อให้เกิดสิทธิแก่เจ้าหนี้ในการบังคับการชําระหนี้เอาจาก ลูกหนี้และผู้ค้ำประกันได้ตามมาตรา 680 และมาตรา 686

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่แดงกู้เงินเขียว 5 ล้านบาท โดยมีหลักฐานถูกต้อง และมีม่วงมาตกลงกับ เขียวค้ำประกันในหนี้เงินกู้ดังกล่าว โดยทําหลักฐานค้ำประกันเป็นหนังสือลงลายมือชื่อม่วงผู้ค้ําประกันและเขียว เจ้าหนี้ แต่แดงผู้กู้ไม่ได้ลงลายมือชื่อนั้น สัญญาค้ำประกันระหว่างม่วงผู้ค้ำประกันและเขียวเจ้าหนี้ย่อมมีผล สมบูรณ์ใช้บังคับคดีกันได้ ตามมาตรา 680 และ 681 วรรคหนึ่ง

เพราะสัญญาค้ำประกันนั้น กฎหมายกําหนดให้ ลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสําคัญ ส่วนเจ้าหนี้และลูกหนี้จะลงลายมือชื่อในสัญญาค้ําประกันหรือไม่ไม่สําคัญ ดังนั้น เมื่อหนี้ถึงกําหนดชําระ แดงชําระหนี้ไม่ได้ เขียวจึงมีจดหมายไปขอให้ม่วงชําระหนี้แทนในฐานะผู้ค้ำประกันทันที และม่วงต่อสู้ว่าหลักฐานการค้ำประกันไม่ถูกต้อง เพราะแดงไม่ได้ลงลายมือชื่อ ตนจึงไม่ต้องรับผิดนั้น ข้อต่อสู้ ของม่วงในกรณีนี้จึงรับฟังไม่ได้

แต่อย่างไรก็ตาม แม้หนี้ถึงกําหนดชําระและแดงลูกหนี้ผิดนัดแล้วก็ตาม แต่เขียวเจ้าหนี้จะบังคับ ให้ม่วงชําระหนี้ทันทีไม่ได้ เขียวจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 686 วรรคหนึ่งก่อน กล่าวคือ เขียวจะต้องมีหนังสือ บอกกล่าวไปให้ม่วงผู้ค้ำประกันทราบภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชําระหนี้ ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันไม่ได้

สรุป

ข้ออ้างของม่วงที่ว่าหลักฐานการค้ำประกันไม่ถูกต้อง เพราะแดงไม่ได้ลงลายมือชื่อนั้น รับฟังไม่ได้ และการที่เขียวจะบังคับม่วงให้ชําระหนี้ได้นั้น เขียวจะต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปให้ม่วงผู้ค้ำประกัน ชําระหนี้ทราบก่อนภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด จะขอให้ผู้ค้ำประกันชําระหนี้ทันทีไม่ได้