ENG1002 ประโยคภาษาอังกฤษและศัพท์ทั่วไป ภาค 2 ปีการศึกษา2556

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

 ข้อสอบกระบวนวิชา ENG 1002  ประโยคและศัพท์ทั่วไป

Choose the correct answer,

Part I  Structure

1. At present, my dad ______ happy with his life.

Advertisement

(1) seems  (2) seemed        (3) will seem     (4) has seemed

ตอบ 1 หน้า 39 – 40  กริยาต่อไปนี้ไม่สามารถใช้ในรูปของ Present Continuous Tense (s. + is/am/are + v.ing) แต่จะนิยมใช้ในรูปของ Present Simple Tense (s + V.1 ผันตาม s.) ได้แก่

agree concern forget observe realize smell
appreciate consist hear owe recall sound
assume contain hold own recognize taste
believe expect matter perceive see think
belong feel notice possess seem understand

 

หน้า 2 – 3 : การใช้ V.1 ผันตาม s.

–        เมื่อ s. คือ he, she, it, n. เอกพจน์ V.1 ต้องเติม “s/es”

–        เมื่อ s. คือ I, they, you, we, n. พหูพจน์ V.1 ไม่ต้องเติม “s/es”

หมายเหตุ  “dad” เป็นคำนาม (n.) เอกพจน์ V.1 จึงต้องเติม “s”

2.      Tomorrow you______to see me, can you ?

(1) came  (2)    come        (3)    had come         (4) is coming

ตอบ 2 หน้า 9 ใช้ Present Simple Tense (s. + v.1 ผันตาม s.) แสดงเหตุการณ์ในอนาคตอันใกล้ และค่อนข้างแน่นอน หรือตารางเวลาที่วางไว้ล่วงหน้า เช่น ตารางเวลาการเดินทาง โดยมักมีคำ หรือวลีบอกเวลา เช่น in a second/minute, in two days, tonight, tomorrow

3.      Frank_______here  since he was born.

(1) has been     (2)    will be      (3)    is       (4) was

ตอบ 1 หน้า 68  ใช้ Present Perfect Tense (s. + has/have + V.3) กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดติดต่อกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่ด้แสดงเจตนาแน่นอนว่าจะดำเนินต่อไป ในอนาคตหรือไม่ โดยมักมีคำแสดงเวลา เช่น since + วันเวลา/อนุประโยค (ตั้งแต่), for + ระยะเวลา (เป็นเวลา), so far (เรื่อยมาจนถึงบัดนี้), yet (ยัง), How long… (นานแค่ไหน)

4.      My niece is not a singer, but she wishes she_______.

(1) is (2)    were         (3)    had been (4) has been

ตอบ 2 หน้า 147  การใช้ wish แสดงความปรารถนาในประโยคสมมุติ มีโครงสร้างดังนี้

1.      ตั้งความปรารถนาในปัจจุบัน ในสิ่งซึ่งตรงกันข้ามกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน หรือ ตรงกันข้ามกับความเป็นจริงตามปกติวิสัยหรือโดยธรรมซาติ

s. + wish (es) 4 (that) + s, + V.2 (ถ้าเป็น V. to be ให้ใช้ were กับ s. ทุกตัว)

2.      ตั้งความปรารถนาในปัจจุบันในสิงซึ่งตรงกันข้ามหรือแทบเป็นไปไม่ได้ในอนาคต

s. + wish (es) + s. + would/could/should/might + V.1 (ม่ผัน)

3.      ตั้งความปรารถนาในปัจจุบัน ในสิ่งซึ่งตรงกันข้ามกับความเป็นจริงในอดีต

s. + wish (es) + (that) + s. + had + V.3

4.      ตั้งความปรารถนาในอดีต ในสิ่งซึ่งตรงกันข้ามกับความเป็นจริงในอดีต

s. + wished + (that) + s. + had -t V.3 หรือ would/could/should/might + have + V.3

5.      The department head requires that students_____the basic course.

(1) took    (2)    had taken         (3)    take (4)    will take

ตอบ 3 หน้า 148 – 149  ประโยคหลักที่มี V. พิเศษ (advise, ask, beg, demand, desire, insist, ordain, order, prefer, recommend, request, require, suggest, urge) V. ในประโยคย่อย จะต้องอยู่ในรูปของ V1 (ไม่ผัน)” ซึ่งอาจจะมีกริยาช่วย “should / could / might” ด้วยก็ได้

s. + V. พิเศษ + (that) + s. + (should / could / might) + V.1 (ไม่ผัน)

6.      My friend got  ______in the train  accident last    week.

(1) hurts   (2)    hurting     (3)    hurt (4)    to hurt

ตอบ 3 หน้า 163  โครงสร้างต่อไปนี้เป็นรูปแบบหนึ่งที่ถูกจัดอยู่ในประเภท Passive เพราะประธาน ของประโยคเป็นผู้ที่ได้รับผลของการกระทำ

s. + get/got + V.2

หมายเหตุ  hurt (v.1) —» hurt (v.2) —» hurt (v.3)

7.      I think it would be a good idea if you_____back tomorrow.

(1) will come    (2)    come        (3)    have come       (4)    came

ตอบ 4 หน้า 148  การใช้โครงสร้าง Subjunctive ที่เป็นคำ วลี และประโยคต่อไปนี้จะทำให้ V. ในประโยคย่อยเป็น Past Simple (v.2) เสมอ

If only… (ถ้า…ละก็)

It is (high/about) time (that)… (ถึงเวลาแล้วที่ …)

s. + would (’a) rather… (…อยากจะ …)

s. + think it would be a good idea if … (…คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีถ้า …)           

+ )v2 (ถ้าเป็น v. to be ใช้ “were” กับ s. ทุกตัว)

          หมายเหตุ  come (v.1) -» came (v.2) -» come (v.3)        

8. That woman acts as if she _____the manager.

(1) was (2) have been (3) had been         (4) were

ตอบ 4 หน้า 147 – 148  การใช้กริยาในประโยคที่มีโครงสร้าง “as if / as though (ราวกับว่า)

ความหมาย

ประโยคหลัก

 

ประโยคย่อย

ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน ไม่เป็นจริงในอดีต s. + v.1 (ผันตาม s.)

s. + v2 (*)

as if/ as though

+ s. + V2. (*)

+ s. + had_ + v.3

 ถ้า V.2 เป็น V. to be จะใช้ were กับประธานทุกตัว)

9.      _______did you buy that ring ?

(1) Who    (2)    Where      (3)    What        (4)    Whose

ตอบ 2 หน้า 172 – 173  ใช้ Where ขึ้นต้นประโยคคำถามประเภท whquestion ทำหน้าที่ ขยายกริยาของประโยค แปลว่า ที่ไหน

10.    This house______by my father.

(1) owns   (2)    is owning (3)    is owned  (4)    will own

ตอบ 3 หน้า 160  ประโยคนี้ใช้โครงสร้างแบบ Passive Construction ในรูปของ Present Simple Tense (is/am/are + V.3) เพื่อให้ความหมายว่า ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ

หมายเหตุ  own (v. 1)  owned (v.2)   owned (v.3)

Advertisement