BIO1001 ชีววิทยาเบื้องต้น การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2555

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2555

ข้อสอบกระบวนวิชา BIO 1001 ชีววิทยาเบื้องต้น

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ)

1.         การศึกษาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปัจจุบัน มักเชื่อมโยงความรู้ต่างสาขาเข้ามาเสริมประโยชน์แก่กัน เรียกการศึกษาลักษณะนี้ว่า

(1) Scientific Interdisciplinary

(2) Scientific Interdependency

(3) Scientific Independent

(4) Scientific Dependency

ตอบ 2 หน้า 2, (คำบรรยาย) Scientific Interdependency เป็นลักษณะการศึกษาวิทยาการทาง วิทยาคาสตร์ในยุคปัจจุบัน ที่มีการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ มาผสมผสานเพื่อให้เสริมประโยชน์แก่กันจนเกิดองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นสากลมากยิ่งขึ้น เช่น วิชาชีวเคมี ชีวฟิสิกส์ เทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้น

2.         ในการทำงานโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) เมื่อพบประเด็นปัญหาแล้วต้องเริ่มต้นปัญหาที่

(1) สังเกต ตรวจสอบ พิสูจน์ ทดลอง

(2) ตั้งสมมุติฐานเพี่อแก้ปัญหา

(3) ประมวลข้อสรุป

(4) เก็บรวบรวมข้อมูลรอบด้านก่อน

ตอบ 4 หน้า 2, (คำบรรยาย) การทำงานโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) มี 5 ขั้นตอน

ดังนี้ 1. การเก็บรวบรวมข้อมูล (กำหนดปัญหา) 2. การตั้งสมมุติฐาน (คิดหาแนวทางแก้ปัญหา)

3.         การสังเกต ตรวจสอบ ทดลอง (ออกแบบการทดลอง) 4. การประมวลสังเคราะห์หาข้อสรุป (วิเคราะห์ข้อมูลแล้วสรุปผล) 5. การสร้างทฤษฎี (แสดงวิธีการแก้ปัญหา)

3.         ในการปรากฏเพศของสิ่งมีชีวิต ถัามีครบทั้งสองเพศในต้นหรือตัวเดียวกัน เรียกว่ามีเพศแบบ

(1) Dioecious    

(2)       Monoecious

(3) Protandrous         Hermaphrodite       

(4)       Progynous        Hermaphrodite

ตอบ 2 หน้า 127172 การปรากฏเพศของสิ่งมีชีวิต แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

1.         Dioecious/Dioedous Plant คือ สัตว์หรือพืชที่มีเพศแยกกับเป็นเพศผู้กับเพศเมีย หรือ ปรากฏการมีเพศเพียงอย่างเดียวในต้นหรือในตัว

2. Monoecious/Monoecious Plant

คือ สัตว์หรือพืชที่มีการปรากฏเพศครบทั้งสองพศในต้นหรือในตัวเดียวกัน

4.         มีการศึกษาพบว่า หอยน้ำจืดบางชนิดมีครึ่งแรกของชีวิตปรากฏเป็นเพศผู้ ครึ่งหลังของชีวิตเป็นเพศเมีย เรียกการปรากฏเพศแบบนี้ว่า

(1) Protandrous         Hermaphrodite        (2)       Progynous        Hermaphrodite

(3) Neogynous Hermaphrodite         (4)       Dioecious

ตอบ 1 (คำบรรยาย) Protandrous Hermaphrodite เป็นการปรากฏเพศของหอยนํ้าจืดบางชนิตที่มีครึ่งแรกของชีวิตปรากฏเป็นเพศผู้ ส่วนครึ่งหลังของชีวิตจะปรากฏเป็นเพศเมีย เช่น หอยขม เป็นต้น

5.         การมีลูกแบบที่พบในคน สุนัข แมว หนู เป็นแบบที่มีศัพท์เรียกว่า

(1) Oviparous    (2) Viviparous   (3) Ovoviviparous (4) Parthenogenesis

ตอบ 2 หน้า 91138, (คำบรรยาย) Enaima เป็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง และเลือดมีสีแดง ซึ่งประกอบด้วยสัตว์ 2 พวก ได้แก่

1.         Oviparous คีอ สัตว์ที่ตัวเมียออกลูกเป็นไข่ เช่น เต่า จระเข้ กบ ยุง เป็ด ไก่ ตุ่นปากเป็ด ห่าน ไดโนเสาร์ เป็นต้น

2.         Viviparous คือ สัตว์ที่ตัวเมียออกลูกเป็นตัว เช่น มนุษย์ (คน) ปลาฉลาม ปลาวาฬ ปลาโลมา พะยูน ค้างคาว วัว สุนัข แมว หนู จิงโจ้ หมีแพนด้า เป็นต้น

6.         เมื่อไข่มีการปฏิสนธิกับสเปิร์มแล้ว จะแปรสภาพไปเป็น

(1) เอ็มบริโอ    (2) ไซโกต        (3) ฟีตุส           (4) ตัวอ่อน

ตอบ2 หน้า 184 – 185 ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิกับสเปร์มแล้ว เรียกว่า ไซโกต (Zygote) และ จากนั้นไซโกตก็จะเจริญเป็นตัวอ่อนหรือคัพภะ (Embryo) ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห่

7.         พืชบางชนิด เช่น องุ่นไร้เมล็ด ส้มไร้เมล็ด แตงโมไร้เมล็ด กล้วยหอม รังไข่เจริญเป็นผลได้โดยเม็ดไข่ ไม่มีการปฏิสนธิ เป็นการเจริญแบบที่เรียกว่า

(1) Viviparous   (2) Meiosis         (3) Parthenogenesis (4) Oogenesis

ตอบ 3 หน้า 175 พาร์ทีโนจีเนซิส (Parthenogenesis) เป็นการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศที่ไข่ หรือเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย สามารถจะเจริญเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตหรือเป็นผลไม้ขึ้นมาได้เอง โดยไม่ต้องได้รับการผสมพันธุ์จากเซลล์เพศผู้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เป็นการได้ลูกหรือ ผลจากไข่ที่ไม่มีการปฏิสนธิหรือไม่ได้รับการผสมเชื้อเพศผู้ ซึ่งตัวอย่างที่พบเห็นเป็นประจำ เช่น มด ผึ้ง ปลวก องุ่นไร้เมล็ด ส้มไร้เมล็ด แตงโมไร้เมล็ด กล้วยหอม เป็นต้น

8.         การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยวิธี Binary Fission ต่างไปจากแบบ Budding ทีj

(1) Binary Fission พบในพวกเซลล์เดียว          (2) หน่วยใหม่ที่เกิดขึ้นมีขนาดเท่า ๆ กัน

(3) Budding เกิดในพวกหลายเซลล์ได้ด้วย          (4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 (คำบรรยาย) การแบ่งตัวออกเป็นสองส่วน (Binary Fission) เป็นการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศที่เกิดจากเซลล์เดิมแบ่งตัวออกเป็นสองหน่วยใหม่ที่มีขนาดเห่า ๆ กัน ซึ่งจะพบเฉพาะในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น แบคทีเรีย โปรติสตา อะมีบา โมนีรา ส่วนการแตกหน่อ (Budding) เป็นการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตหน่วยเดิมแบ่งตัวออกเป็นสองหน่วยใหม่ ที่มีขนาดไม่เท่ากัน พบได้ทั้งในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เช่น ยีสต์

9.         การสร้างเซลล์เชื้อเพศ เป็นผลของการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เรียกกระบวนการผลิตเซลล์เชื้อเพศโดยทั่วไปว่า

(1) Oogenesis    (2) Spermatogenesis         (3) Gametogenesis   (4) Parthenogenesis

ตอบ 3 หน้า 172, (คำบรรยาย) กระบวบการสร้างเซลล์เชื้อเพศหรือเซลล์สืบพันธุ์ในสิ่งมีชีวิต หากกล่าวโดยรวมทั่วไปไม่ระบุชนิดของเพศ เรียกว่า แกมีโทจีเนซิส” (Gametogenesis) ซึ่งแบ่งออกเป็น

1.         กระบวนการสร้างเซลล์ไข่หรือเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย เรียกว่า โอโอจีเนซิส” (Oogenesis)

2.         กระบวนการสร้างสเปิร์มหรือเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ เรียกว่า สเปอร์มาโทจีเนซิส” (Spermatogenesis)

10.       อวัยวะใดเป็นแหล่งผลิตเซลล์เชื้อเพศ

(1) Oviduct         (2) Ovaries         (3) Testes  (4) ข้อ 2 กับ 3

ตอบ 4 หน้า 172 อัณฑะ (Testes/Testis) เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ผลิตเซลล์เชื้อเพศผู้ เรียกว่า สเปิร์ม” (Sperm) ส่วนรังไข่ (Ovaries/Ovary) เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ผลิตเซลล์เชื้อเพศเมีย เรียกว่า ไข่” (Egg) หรือ โอวัม” (Ovum)