LAW2009 (LA 209),(LW 211) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยยืม 2/2545

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2545

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2009 (LA 209),(LW 211)

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยยืม ฝากทรัพย์ เก็บของในคลังสินค้า ประนีประนอมยอมความการพนันขันต่อ 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ

ข้อ  1  สัญญายืมใช้คงรูปกับสัญญาฝากทรัพย์โดยทั่วไปที่มิใช่สัญญาฝากเงิน  มีข้อเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ธงคำตอบ

มาตรา  640  อันว่ายืมใช้คงรูปนั้น  คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ให้ยืม  ให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้ยืม  ใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่าและผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้นเมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว

มาตรา  657  อันว่าฝากทรัพย์นั้น  คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า  ผู้ฝาก  ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับฝาก  และผู้รับฝากตกลงว่าจะเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ในอารักขาแห่งตนแล้วจะคืนให้

ส่วนที่เหมือนกัน

1       มีคู่สัญญาสองฝ่าย  กล่าวคือ  สัญญายืมใช้คงรูป  มีผู้ยืมและผู้ให้ยืม  ส่วนสัญญาฝากทรัพย์มีผู้ฝากและผู้รับฝาก

2       เป็นสัญญาที่บริบูรณ์โดยการส่งมอบทรัพย์ที่ยืมหรือฝาก

3       วัตถุแห่งสัญญานั้นเป็นทรัพย์สิน

4       มีการคืนทรัพย์สินเมื่อผู้ยืมใช้สอยเสร็จแล้วให้กับผู้ให้ยืมเช่นเดียวกับผู้รับฝากที่ต้องส่งคืนทรัพย์สินให้กับผู้ฝาก

5       เป็นสัญญาที่ไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน  ผู้ยืมใช้คงรูปหรือผู้รับฝากคงมีเพียงสิทธิครอบครองทรัพย์สินที่ยืมหรือรับฝากไว้เท่านั้น  (ยกตัวอย่างประกอบ)

ส่วนที่ต่างกัน

1       ค่าตอบแทน  สัญญายืมใช้คงรูปนั้น  ผู้ยืมใช้สอยได้เปล่า  หากมีค่าตอบแทนแล้วจะไม่ใช่สัญญายืมใช้คงรูป  อาจเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ได้  แต่สัญญาฝากทรัพย์จะมีค่าตอบแทน (บำเหน็จฝาก)  หรือไม่ก็ได้  (ยกตัวอย่างประกอบ)

2       วัตถุประสงค์ของสัญญา  สัญญายืมใช้คงรูปนั้นผู้ยืมมีสิทธิใช้สอยทรัพย์  แต่สัญญาฝากทรัพย์นั้นผู้รับฝากต้องเก็บทรัพย์สินนั้นไว้ในอารักขาของตน  ไม่มีสิทธินำทรัพย์ที่รับฝากไว้ไปใช้สอย  (ยกตัวอย่างประกอบ)

ข้อ  2  นายจุ๊บกับนายจิ๊บเป็นฝาแฝดกัน  นายจุ๊บแฝดผู้พี่ขอยืมเงินนายจิ๊บแฝดผู้น้อง  เป็นจำนวนเงินสองพันบาท  เพื่อนำไปจ่ายค่าสุราที่ตนยังค้างชำระที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง  โดยการยืมเงินครั้งนี้ได้ทำเป็นหนังสือไว้โดยถูกต้องตามกฎหมาย  ต่อมานายจุ๊บได้นำข้าวสารให้นายจิ๊บแทนการชำระหนี้  ดังนี้  นายจุ๊บจะต้องทำหลักฐานอย่างอื่นเพื่อให้การชำระหนี้บริบูรณ์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้หรือไม่  จงอธิบายโดยละเอียด

ธงคำตอบ

มาตรา  653  วรรคแรก  การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น  ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืม  เป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ  จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น  ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง  ลงลายมือชื่อให้ผู้ยืมมาแสดง  หรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้วหรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว

วินิจฉัย

การที่ฝาแฝดจุ๊บจีบกู้ยืมเงินกันไม่เกิน  2,000  บาท  โดยธรรมดาแล้วไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็สามารถฟ้องร้องคดีกันได้ตามมาตรา  653  วรรคแรก  และตามอุทาหรณ์การกู้ยืมเงินไปจ่ายค่าสุราไม่ถือเป็นการผิดกฎหมาย  การกู้ยืมจึงถือเป็นการผูกพันต่อคู่สัญญา  ในกรณีนี้การกู้ยืมเงินเป็นจำนวนเงิน  2,000  บาท  และได้ทำเป็นหนังสือด้วย  โดยทั่วไปจึงมีผลทำให้การคืนเงินจะต้องมีหลักฐานในการคืนเงินอย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดง  หรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้เวนคืนแล้ว  หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว  มิฉะนั้นจะต้องชำระหนี้ใหม่  แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า  ผู้กู้ได้คืนสิ่งของแทนการคืนเงินสด  ดังนั้น  การคืนจึงไม่ต้องมีหลักฐานการใช้เงินกู้ตามที่มาตรา  653  วรรคสอง  กำหนดไว้แต่อย่างใด  เพราะการใช้เงินตามนัยมาตรา  653  วรรคสองนั้น  หมายถึง  การนำเงินสดมาใช้ต้นเงินกู้เท่านั้นที่จะต้องมีหลักฐานการใช้เงินกู้ดังกล่าว  กรณีไม่รวมถึงการใช้ดอกเบี้ย  หรือนำสิ่งอื่นมาใช้ต้นเงินกู้ด้วย

สรุป  นายจุ๊บไม่ต้องทำหลักฐานการใช้สิ่งของแทนการคืนเงินสดเพื่อให้การชำระหนี้บริบูรณ์แต่อย่างใด

ข้อ  3  นายเอกเดินทางไปธุระที่จังหวัดภูเก็ต  ระหว่างทางได้พักแรมยังโรงแรมแห่งหนึ่งที่มีนายโทเป็นเจ้าของและผู้จัดการโรงแรม  ก่อนเข้าพักแรมนายโทได้ให้นายเอกกรอกประวัติลงในใบลงทะเบียนผู้เข้าพักและในเอกสารดังกล่าวมีข้อความพิมพ์ไว้ในตอนล่างว่า  ทางโรงแรมจะไม่รับผิดชอบในความสูญหายหรือเสียหายใดๆที่เกิดแก่ทรัพย์สินของผู้พักแรม นายเอกเมื่อกรอกประวัติแล้วได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้เข้าพักแรม  ต่อมาวันรุ่งขึ้น  นายเอกพบว่ารถยนต์ของตนถูกคนร้ายลักไป  จึงรีบแจ้งให้นายโทผู้จัดการโรงแรมทราบเพื่อให้รับผิดชอบต่อรถยนต์ที่สูญหาย  นายโทปฏิเสธไม่ยอมรับผิดใดๆทั้งสิ้น  โดยอ้างว่านายเอกได้ยอมตกลงกับตนในข้อความยกเว้นความรับผิดทั้งหลายแล้ว  โดยลงชื่อในใบลงทะเบียนพักแรม  นายเอกจึงมาปรึกษาทนายความเพื่อฟ้องเรียกให้นายโทผู้จัดการโรงแรมรับผิดชอบต่อตน  ถ้าท่านเป็นทนายความท่านจะให้คำปรึกษาว่านายเอกจะฟ้องให้นายโทรับผิดต่อตนได้หรือไม่  อย่างไร

ธงคำตอบ

มาตรา  674  เจ้าสำนักโรงแรมหรือโฮเต็ล  หรือสถานที่อื่นทำนองเช่นว่านั้น  จะต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใดๆ  อันเกิดแก่ทรัพย์สินซึ่งคนเดินทางหรือแขกอาศัย  หากได้พามา

มาตรา  675  วรรคแรก  เจ้าสำนักต้องรับผิดในการที่ทรัพย์สินของคนเดินทางหรือแขกอาศัยสูญหายหรือบุบสลายไปอย่างใดๆ  แม้ถึงว่าความสูญหาย  หรือบุบสลายนั้นจะเกิดขึ้นเพราะผู้คนไปมาเข้าออก    โรงแรม  โฮเต็ล  หรือสถานที่เช่นนั้นก็คงต้องรับผิด

มาตรา  676  ทรัพย์สินซึ่งมิได้นำฝากบอกราคาชัดแจ้งนั้น  เมื่อพบเห็นว่าสูญหายหรือบุบสลายขึ้นคนเดินทางหรือแขกอาศัยต้องแจ้งความนั้นต่อเจ้าสำนักโรงแรม  โฮเต็ล  หรือสถานที่เช่นนั้นทันที  มิฉะนั้นท่านว่าเจ้าสำนักย่อมพ้นจากความรับผิดดังบัญญัติไว้ในมาตรา  674  และ  675

มาตรา  677  ถ้ามีคำแจ้งความปิดไว้ในโรงแรม  โฮเต็ล  หรือสถานที่อื่นทำนองเช่นว่านี้  เป็นข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของเจ้าสำนักไซร้ท่านว่าความนั้นเป็นโมฆะ  เว้นแต่คนเดินทางหรือแขกอาศัยจะได้ตกลงด้วยชัดแจ้งในการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดดังว่านั้น

วินิจฉัย

ข้อความยกเว้นความรับผิดที่ปรากฏอยู่ในใบลงทะเบียนเข้าพักแรม  และนายเอกลงชื่อในใบเข้าพักแรมดังกล่าวไม่ได้หมายความว่านายเอกผูกพันในข้อยกเว้นความรับผิดด้วย  เพราะมาตรา  677  บัญญัติว่าข้อความยกเว้นความรับผิดจะผูกพันแขกพักแรมต่อเมื่อได้เข้าตกลงด้วยโดยชัดแจ้ง  ดังนั้น  โรงแรมจึงต้องรับผิดต่อทรัพย์สินทั้งหลายของนายเอก  จะอ้างว่านายเอกยอมตกลงในข้อยกเว้นความรับผิดหาได้ไม่

ความรับผิดของโรงแรมเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา  674  คือต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพย์สินของคนเดินทางที่เขานำติดตัวมาด้วย  และตามมาตรา  675  เจ้าสำนักโรงแรมต้องรับผิดแม้ความสูญหายจะเกิดเพราะผู้คนที่ไปมาเข้าออกยังโรงแรม  ดังนั้น  เมื่อรถยนต์ของนายเอกผู้เป็นแขกพักแรมถูกขโมยไป  นายโทเจ้าสำนักโรงแรมจึงต้องรับผิดชดใช้ราคารถยนต์นั้น  และนอกจากนั้น  นายเอกก็ได้แจ้งให้นายโททราบทันทีที่พบว่ารถยนต์หายตามมาตรา  676  นายโทจึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดต่อนายเอกได้

สรุป  นายเอกสามารถฟ้องให้นายโทรับผิดต่อตนได้