LAW2001 (LA201),(LW204) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์ 2/2550

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2550

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2001 (LA 201),(LW 204) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  4  ข้อ

ข้อ  1  ปริญญาเช่าที่ดินของดุษฎีเพื่อก่อสร้างโครงเหล็กติดป้ายโฆษณาเป็นเวลา  5  ปี  โดยสัญญาเช่าระบุว่าทรัพย์สินใดๆที่ได้ปลูกสร้างและติดตั้งในสถานที่เช่านี้อันเกิดจากการเช่าเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เช่า  และเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า  ผู้เช่ามีสิทธิ์รื้อถอนคืนไปได้ทั้งสิ้น  หลังจากปริญญาติดตั้งโครงเหล็กไปได้  4  ปี  พอขึ้นปีที่  5  ปริญญาขอบอกเลิกสัญญาเช่าและขอรื้อเฉพาะโครงเหล็กออกไปจากที่ดินเช่า  ดุษฎีไม่ขัดข้องแต่แจ้งให้ปริญญาส่งมอบที่ดินคืนให้ดุษฎีในสภาพเดิม  คือต้องรื้อถอนตอม่อและเสาเข็มที่ฝังไว้ใต้ดินออกไปด้วย

ปริญญาไม่ต้องการรื้อถอนตอม่อกับเสาเข็มเพราะเสียค่าใช้จ่ายมาก  ปริญญาจึงมาปรึกษาท่านว่า  จะรื้อเฉพาะโครงเหล็กอย่างเดียวไม่รื้อถอนตอม่อและเสาเข็มออกไปได้หรือไม่  และดุษฎีจะฟ้องบังคับให้ปริญญาต้องรื้อตอม่อและเสาเข็มออกไปด้วยได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  146  ทรัพย์ซึ่งติดกับที่ดินหรือติดกับโรงเรือนเพียงชั่วคราวไม่ถือว่าเป็นส่วนควบกับที่ดินหรือโรงเรือนนั้น  ความข้อนี้ให้ใช้บังคับแก่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น  ซึ่งผู้มีสิทธิในที่ดินของผู้อื่นใช้สิทธินั้นปลูกสร้างไว้ในที่ดินนั้นด้วย

วินิจฉัย

ปริญญาเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินของดุษฎีตามสัญญาเช่าที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงเหล็กติดตั้งป้ายโฆษณาเป็นเวลา  5  ปี  และได้ใช้สิทธินั้นปลูกสร้างเสาเข็ม  ตอม่อ  ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโครงเหล็กในที่ดินที่เช่า  ดังนั้นภายในระยะเวลาตามสัญญาเช่า  เสาเข็ม  ตอม่อ  และโครงเหล็กจึงไม่เป็นส่วนควบของที่ดินตามมาตรา  146  หลังจากปริญญาติดตั้งโครงเหล็กได้  4  ปี  พอขึ้นปีที่  5  ปริญญาขอบอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว  จะรื้อเฉพาะโครงเหล็กออกไปจากที่ดินที่เช่าเพียงอย่างเดียวไม่ได้  ดุษฎีสามารถฟ้องบังคับให้ปริญญารื้อทั้งตอม่อและเสาเข็มออกไปและส่งมอบที่ดินคืนให้แก่ตนในสภาพเดิมได้  โดยปริญญาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนดังกล่าว

สรุป  ปริญญาต้องรื้อทั้งโครงเหล็ก  ตอม่อ  และเสาเข็มออกไป  หากปริญญาไม่รื้อตอม่อและเสาเข็ม  ดุษฎีสามารถฟ้องบังคับให้รื้อถอนได้

ข้อ  2  นายทองมีที่ดินมีโฉนดแปลงจำนวน  10  ไร่  ได้ถูกนายเงินครอบครองปรปักษ์ที่ดินส่วนหนึ่งที่มีลำธารไหลผ่านเฉพาะฤดูฝนจำนวน  200  ตารางวา  มากว่า  10  ปีแล้ว  เมื่อครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินที่นายเงินครอบครอง  จึงมีลักษณะเป็นที่ดินตาบอดที่ถูกล้อมโดยที่ดินนายทอง  นายทับทิม  และนายมรกต  เมื่อนายเงินต้องการมีทางออกผ่านเข้าออกจากที่ดินของตนจึงไปร้องต่อศาลเพื่อขอทางจำเป็นผ่านที่ดินของนายทับทิม  เพราะเห็นว่าเป็นทางใกล้ที่สุดที่จะออกสู่ถนนสาธารณะ  โดยในคำขอได้แจ้งความต้องการขอทำทางผ่านเป็นทางรถยนต์กว้าง  4  เมตร 

ดังนี้ ถ้าท่านเป็นศาลท่านจะมีคำพิพากษาให้นายเงินได้ทางออกตามที่ร้องขอมาหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1350  ถ้าที่ดินที่แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันเป็นเหตุให้แปลงหนึ่งไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้ไซร้  ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินตามมาตราก่อนได้เฉพาะบทที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยก  หรือแบ่งโอนกันและไม่ต้องเสียค่าทดแทน

วินิจฉัย   การที่ที่ดินของนายเงินเป็นที่ดินตาบอด  เกิดขึ้นหลังจากได้แย่งการครอบครองปรปักษ์มาจากที่ดินแปลงใหญ่ของนายทอง  โดยจากข้อเท็จจริงแล้วขณะที่ยังเป็นที่ดินแปลงเดียวกันอยู่  ที่ดินแปลงนี้ไม่ใช่ที่ดินตาบอด  แต่เมื่อถูกแบ่งไปเพราะการครอบครองปรปักษ์ทำให้เกิดสภาพที่ดินตาบอดแก่แปลงที่แบ่งแยก  ดังนั้นการขอทางจำเป็นจึงต้องบังคับตามมาตรา  1350  คือ  มีสิทธิขอทางจำเป็นผ่านบนที่ดินที่เคยอยู่รวมกับตน  กล่าวคือ  ขอทางจำเป็นผ่านที่ดินของนายทองได้เท่านั้น

เมื่อนายเงินขอผ่านทางจำเป็นบนที่ดินของนายทับทิมจึงไม่อาจทำได้  ด้วยเหตุผลข้างต้น

สรุป  ถ้าข้าพเจ้าเป็นศาลจะยกคำร้องขอทางจำเป็นผ่านที่ดินของนายทับทิมที่นายเงินร้องขอมาตามมาตรา  1350

ข้อ  3  นายสีเข้าไปบุกรุกครอบครองปรปักษ์ที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่งของนายสายมาได้หกปี  นายสีถูกนายสายแจ้งความดำเนินคดีฟ้องศาลขับไล่  ศาลพิพากษาให้นายสีออกไปจากที่ดินแปลงนั้นและสั่งลงโทษจำคุกนายสีสิบเดือน  เมื่อนายสีพ้นโทษก็ได้กลับเข้าไปครอบครองที่ดินแปลงนั้นอีก  นายสีครอบครองระยะเวลาในช่วงหลังนี้มาได้สี่ปีก็ถูกจับกุมดำเนินคดีขับไล่อีก  แต่คราวนี้นายสีอ้างว่าตนครอบครองปรปักษ์ครบสิบปีแล้ว  โดยนับระยะเวลาครอบครองครั้งแรกและครั้งหลังครบสิบปี  เพราะช่วงที่ขาดการยึดถือเป็นการขาดการยึดถือโดยไม่สมัครและกลับเข้ามาครอบครองใหม่ภายในหนึ่งปี  และตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายครอบครองทรัพย์สินเดียวกันสองคราวบุคคลนั้นครอบครองติดต่อกันตลอดเวลา 

ให้ท่านอธิบายว่านายสีได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของนายสายโดยการครอบครองปรปักษ์แล้วหรือยัง  ข้ออ้างของนายสีรับฟังได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1371  ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดครอบครองทรัพย์สินเดียวกันสองคราว  ท่นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นได้ครอบครองติดต่อกันตลอดเวลา

มาตรา  1382  บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ  ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี  ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้  ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์

มาตรา  1384  ถ้าผู้ครอบครองขาดยึดถือทรัพย์สินโดยไม่สมัคร  และได้คืนภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันขาดยึดถือ  หรือได้คืนโดยฟ้องคดีภายในกำหนดนั้นไซร้  ท่านมิให้ถือว่าการครอบครองสะดุดหยุดลง

วินิจฉัย  นายสีเข้าไปบุกรุกครอบครองปรปักษ์ที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่งของนายสายมาได้หกปี  นายสีถูกแจ้งความดำเนินคดีฟ้องศาลขับไล่นายสี  ศาลพิพากษาให้นายสีออกไปจากที่ดินแปลงนั้นและสั่งลงโทษจำคุกนายสีสิบเดือน  ดังนั้นการครอบครองปรปักษ์ของนายสีในที่ดินของนายสายจึงเป็นการครอบครองโดยไม่สงบตามมาตรา  1382  ดังนั้นระยะเวลาที่ครอบครองหกปีจึงนับไม่ได้  แม้นายสีจะถูกจำคุกเพียงสิบเดือนและกลับเข้ามาครอบครองใหม่  นายสีครอบคอรงระยะเวลาในช่วงหลังนี้มาได้สี่ปี  ก็ถูกจับกุมดำเนินคดีขับไล่อีก  ช่วงหลังครอบครองอีกสี่ปีก็นับไม่ได้อีก  เพราะเป็นการครอบครองโดยไม่สงบ  ข้ออ้างของนายสีที่อ้างว่าตนครอบครองปรปักษ์ครบสิบปีแล้ว  โดยนับระยะเวลาการครอบครองครั้งแรกและครั้งหลังครบสิบปีจึงรับฟังไม่ได้  จะอ้างว่าตนขาดการยึดถือเป็นการขาดการยึดถือโดยไม่สมัครตามมาตรา  1384  ไม่ได้  เพราะเมื่อถูกฟ้องขับไล่จึงเป็นการครอบครองโดยไม่สงบ  อายุความได้สิทธิไม่ครบองค์ประกอบติดต่อกันคลอดเวลา  และจะใช้ตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามมาตรา  1371  ก็ไม่ได้เพราะนายสายย่อมพิสูจน์หักล้างข้อสันนิษฐานได้

สรุป  นายสียังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของนายสายโดยการครอบครองปรปักษ์  และข้ออ้างของนายสีรับฟังไม่ได้

ข้อ  4  ที่ดินของนายแดงได้สิทธิภาระจำยอมสูบน้ำในบ่อน้ำบนที่ดินของนายดำไปใช้ในครัวเรือนรดน้ำต้นไม้ในที่ดินของนายแดงโดยการครอบครองปรปักษ์  ต่อมานายแดงได้ปรับปรุงที่ดินแปรงนั้นของนายแดงเพื่อใช้ทำสวนดอกไม้เพื่อตัดดอกไม้ไปขายที่ตลาด  นายแดงจึงได้ขุดขยายบ่อน้ำบนที่ดินของนายดำให้กว้างขึ้นอีกห้าเมตร  และลึกขึ้นอีกสามเมตร  เพื่อจะได้มีปริมาณน้ำมาใช้ได้เพียงพอที่จะทำสวนไม้ตัดดอก  เมื่อนายแดงขุดขยายบ่อน้ำและใช้น้ำมาได้หนึ่งปี  นายดำได้มาเรียกร้องให้นายแดงจ่ายค่าใช้น้ำที่ในบ่อนั้นให้ตน  มิฉะนั้นตนจะปิดบ่อน้ำบ่อนั้นไม่ให้นายแดงใช้อีกต่อไป  ให้นักศึกษาอธิบายถึงสิทธิระหว่างนายแดงและนายดำในภาระจำยอมการใช้นำในบ่อน้ำนั้นตามกฎหมายลักษณะทรัพย์ให้ละเอียด

ธงคำตอบ

มาตรา  1388  เจ้าของสามยทรัพย์ไม่มีสิทธิทำการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์  หรือในสามยทรัพย์  ซึ่งทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์

มาตรา  1389  ถ้าความต้องการแห่งเจ้าของสามยทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป  ท่านว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ให้สิทธิแก่เจ้าของสามยทรัพย์ที่จะทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ได้

มาตรา  1391  เจ้าของสามยทรัพย์มีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอมแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง   ในการนี้เจ้าของสามยทรัพย์จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภารยทรัพย์ได้ก็แต่น้อยที่สุดตามพฤติการณ์

เจ้าของสามยทรัพย์ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเองรักษาซ่อมแซมการที่ได้ทำไปแล้วให้เป็นไปด้วยดี  แต่ถ้าเจ้าของภารยทรัพย์ได้รับประโยชน์ด้วยไซร้  ท่านว่าต้องออกค่าใช้จ่ายตามส่วนแห่งประโยชน์ที่ได้รับ

วินิจฉัย   ที่ดินของนายแดงได้สิทธิภาระจำยอมสูบน้ำในบ่อน้ำบนที่ดินของนายดำไปใช้ในครัวเรือนรดน้ำต้นไม้ในที่ดินของนายแดงโดยการครอบครองปรปักษ์  ต่อมานายแดงได้ปรับปรุงที่ดินแปลงนั้นของนายแดงใช้ทำสวนดอกไม้เพื่อตัดดอกไม้ไปขายที่ตลาด  นายแดงจึงได้ขุดขยายบ่อน้ำบนที่ดินของนายดำให้กว้างขึ้นอีกห้าเมตร  และลึกขึ้นอีกสามเมตรเพื่อจะได้มีปริมาณน้ำมาใช้ได้เพียงพอที่จะทำสวนไม้ตัดดอก  นายแดงไม่สามารถทำได้ตามมาตรา  1388  และมาตรา  1389  เพราะนายแดงมีสิทธิเพียงใช้ภาระจำยอมตามมาตรา  1391  แต่เมื่อนายแดงขุดขยายบ่อน้ำและใช้น้ำมาได้หนึ่งปี   นายดำได้มาเรียกร้องให้นายแดงจ่ายค่าใช้น้ำในบ่อน้ำให้ตนมิฉะนั้นตนจะปิดบ่อน้ำนั้นไม่ให้นายแดงใช้อีกต่อไป  นายดำจะปิดบ่อน้ำไม่ได้  แต่ให้นายแดงทำบ่อน้ำให้เหมือนเดิมได้  โดยใช้ค่าใช่จ่ายของนายแดงเอง  และนายดำมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ถ้าการขยายบ่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภารยทรัพย์  แต่นายดำจะเรียกร้องค่าใช้น้ำในบ่อได้เฉพาะในส่วนที่นายแดงใช้น้ำเพิ่มขึ้นจากการขยายบ่อเท่านั้น  เพราะการได้ภาระจำยอมโดยการครอบครองปรปักษ์ไม่ต้องจ่ายค่าทดแทน  และถ้าจะเรียกค่าใช้น้ำนายแดงก็ไม่ต้องทำบ่อน้ำให้เหมือนเดิม  เพราะในส่วนที่ได้ใช้เพิ่มเป็นการได้โดยนิติกรรมสัญญา