POL2105 ทฤษฎีการเมืองและจริยธรรม2 1/2559

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา POL. 2105 ทฤษฎีการเมืองและจริยธรรม 2

คําสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคําตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ)

มาร์กซ์, เลนิน และเมา เซ ตุง

Advertisement

1 “ชนชั้นกลาง” ก่อนปี ค.ศ. 1848 เป็นพวกที่มีแนวคิดในลักษณะ

(1) นิยมสมบูรณาญาสิทธิราชย์

(2) นิยมเผด็จการ

(3) นิยมอนุรักษนิยม

(4) นิยมเสรีนิยม

(5) นิยมทุกข้อที่กล่าวมา

ตอบ 4 หน้า 172 173 สถานการณ์ในช่วงก่อนปี ค.ศ. 1848 ระบบการเมืองพัฒนาล้าหลังกว่าระบบเศรษฐกิจ จะเห็นได้จากระบบเศรษฐกิจจะมีลักษณะเป็นเศรษฐกิจแบบตลาด โดยที่ ระบบการเมืองและกฎหมายจะยังคงเป็นแนวคิดแบบศักดินาอยู่ กล่าวคือ ยังไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีรัฐธรรมนูญ และคนมีความคิดทางการเมืองแตกต่างกันออกไป โดยชนชั้นฟิวดัล (ศักดินา)จะมีแนวความคิดอนุรักษนิยม ส่วนชนชั้นกลางจะมีแนวความคิดเสรีนิยม

2 “มูลค่าส่วนเกิน” (Surplus Value) หมายถึง

(1) สิ่งที่กรรมกรไม่ควรได้

(2) สิ่งที่กรรมกรควรได้ตามสิทธิ

(3) สิ่งที่กรรมกรควรได้ แต่นายทุนฉกไป

(4) สิ่งที่นายทุนควรได้ตามสิทธิ

(5) สิ่งที่นายทุนควรได้ แต่กรรมกรฉกไป

ตอบ 3 หน้า 183 มูลค่าส่วนเกิน (Surplus Value) คือ ส่วนของผลตอบแทนหรือค่าแรงที่เกิดจากเวลาส่วนเกินที่กรรมกรควรจะได้รับแต่นายทุนฉกไปหรือโกงไป เช่น ในการผลิตสินค้า นายทุนจะ ให้ค่าจ้างกรรมกรโดยให้ทํางาน 16 ชั่วโมง แต่เวลาที่กรรมกรต้องใช้ตามค่าจ้างจริง ๆ เพียง 9 ชั่วโมง ดังนั้นเวลาที่เหลืออีก 7 ชั่วโมง จึงเป็นเวลาส่วนเกินหรือมูลค่าส่วนเกินที่นายทุนเอาไปเป็นกําไรของตัวเอง

3 การขยายตัวของระบบใดต่อไปนี้ที่ทําให้เกิด “ชนชั้นกลาง” ขึ้นในทัศนะของ Marx

(1) ระบบการเมือง

(2) ระบบเศรษฐกิจ

(3) ระบบสังคม

(4) ระบบอุตสาหกรรม

(5) ระบบเกษตรกรรม

ตอบ 4 หน้า 172 ในช่วงปี ค.ศ. 1815 – 1848 นั้น เยอรมนี้กําลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ คือ สังคมกําลังพัฒนาจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ผลจากการขยายตัวของระบบอุตสาหกรรมได้ทําให้มีชนชั้นกลางเกิดขึ้น ซึ่งชนชั้นกลางนี้ก็คือพวกพ่อค้านั่นเอง

4 “การให้ความสนใจต่อชนชั้นที่ยากจน” ของ Marx ได้รับอิทธิพลมาจาก

(1) นักปราชญ์ชาวเยอรมัน

(2) นักปราชญ์ชาวอังกฤษ

(3) นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศส

(4) นักปราชญ์ชาวกรีก

(5) เกิดในตัวของ Marx เอง

ตอบ 3 หน้า 173 คาร์ล มาร์กซ์ (Kart Max) ได้รับอิทธิพลจากแนวความคิดของนักปราชญ์ชาวฝรั่งเศสชื่อ ซัง ซิมองต์ (Saint Simon) ซึ่งมีผลต่อการกําหนดทัศนะในการมองโลกของ Max ตั้งแต่เด็ก คือการให้ความสนใจต่อชนชั้นที่ยากจนในสังคมนั่นเอง

5 ในสังคมใดที่ “คนจะได้รับค่าตอบแทนตามความจําเป็นจากการที่ทํางานเต็มความสามารถ

(1) สังคมคอมมิวนิสต์

(2) สังคมทุนนิยม

(3) สังคมศักดินา

(4) สังคมทาส

(5) สังคมดึกดําบรรพ์

ตอบ 1 หน้า 180 – 188, (คําบรรยาย) Marx อธิบายว่า สังคมจะมีการพัฒนาเป็นยุค ๆ ทั้งหมด 5 ยุคตามรูปแบบการผลิต ได้แก่

1 ยุคสังคมดึกดําบรรพ์ (สังคมบุพกาล) เป็นสังคมที่ไม่มีเครื่องมือการผลิต

2 ยุคสังคมทาส เป็นสังคมที่มนุษย์เริ่มมีเครื่องมือการผลิต มีการสะสมผลผลิต มีทรัพย์สินส่วนตัว และเริ่มมีการแบ่งชนชั้นออกเป็น 2 ชนชั้น คือ ชนชั้นนายทาสที่เป็นเจ้าของเครื่องมือการผลิตและชนชั้นทาสที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องมือการผลิต

3 ยุคสังคมศักดินาหรือฟิวดัล เป็นสังคมที่มีเครื่องมือการผลิตที่ก้าวหน้า มีการใช้เครื่องจักร

4 ยุคสังคมทุนนิยม เป็นสังคมที่กดขี่ทางชนชั้นและลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ของกรรมกร ซึ่งทําให้แรงงานกลายเป็นสินค้า และเป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้กรรมกรมีความรู้สึกแปลกแยก กับการดํารงชีวิตมากที่สุด ในขณะที่ทํางานตามความสามารถและพอใจที่จะรับค่าตอบแทนตามความต้องการหรือความสามารถของแต่ละคน

5 ยุคสังคมคอมมิวนิสต์ เป็นสังคมที่ไร้ชนชั้นหรือไม่มีความแตกต่างระหว่างชนชั้น เพราะสังคมเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ทุกคนทํางานเต็มที่ตามความสามารถและพอใจที่จะรับค่าตอบแทนตามความจําเป็นของตนเอง

6 แนวคิดที่ว่า “คนเป็นผู้สร้างศาสนา ศาสนามิได้สร้างคน” นําไปสู่หลักคิดที่ว่า

(1) ศาสนาคือเครื่องมือในการสร้างความสุขของสังคม

(2) ศาสนาคือความเจริญทางจิตวิญญาณ

(3) ศาสนาคือความร่วมมือร่วมใจของประชาชน

(4) ศาสนาคือเครื่องมือในการมอมเมาประชาชน

(5) ศาสนาคือเครื่องมือในการสร้างชาติ

ตอบ 4 หน้า 174 175, (คําบรรยาย) Marx กล่าวว่า “คนเป็นผู้สร้างศาสนา ศาสนามิได้สร้างคน”ซึ่งเขามองว่า ศาสนาเป็นวิธีที่คนที่ถูกกดขี่แสดงความรู้สึกออกมา เมื่อหมดหวังที่จะมีความเป็นอยู่ ที่ดีกว่าเดิม ดังนั้นคนที่กดขี่จึงใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการมอมเมาประชาชนหรือเกลี้ยกล่อมให้ทุกคนยอมรับสภาพของตนเอง โดย Marx จะเรียกศาสนาว่าเป็น “ฝืนของประชาชน”

7 “ทฤษฎีการต่อสู้ทางชนชั้น” ได้รับอิทธิพลมาจากความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศ

(1) อังกฤษ

(2) ฝรั่งเศส

(3) สหรัฐอเมริกา

(4) สเปน

(5) บรัสเซล เบลเยียม

ตอบ 2 หน้า 175 ในช่วงที่มีการปฏิวัติในฝรั่งเศสหลายครั้งนั้น Marx และ Engels ได้ร่วมกันเขียนหนังสือเรื่อง คําประกาศคอมมิวนิสต์ (Communist Manifesto) ขึ้น โดย Max ได้ใช้ความวุ่นวาย ทางการเมืองในช่วงนั้นส่งเสริม “ทฤษฎีการต่อสู้ทางชนชั้น” จนเขาถูกรัฐบาลฝรั่งเศสเนรเทศออกจากกรุงบรัสเซล

8 ตามแนวคิดของ Marx การปฏิวัติจะเกิดขึ้นได้เมื่อ

(1) ระบบทาสได้พัฒนาถึงขั้นที่เจริญสูงสุด

(2) ระบบศักดินาได้พัฒนาถึงขั้นที่เจริญสูงสุด

(3) ระบบทุนนิยมได้พัฒนาถึงขั้นที่เจริญสูงสุด

(4) ระบบคอมมิวนิสต์ได้พัฒนาถึงขั้นที่เจริญสูงสุด

(5) ระบบการเมืองได้พัฒนาถึงขั้นที่เจริญสูงสุด

ตอบ 3 หน้า 190 Max ได้ทํานายอย่างมั่นใจถึงอนาคตของสังคมว่า สังคมทุนนิยมนั้นเมื่อพัฒนาเต็มที่ถึงขั้นที่เจริญสูงสุด จะถูกปฏิวัติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยชนชั้นกรรมาชีพ (กรรมกร) และสังคม จะพัฒนาไปเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ในท้ายที่สุด

9 Marx เชื่อว่าสิ่งที่ทําให้สังคมมีความก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ คือ

(1) การเมือง

(2) ความขัดแย้ง

(3) เศรษฐกิจ

(4) ความร่วมมือ

(5) ความปรองดอง

ตอบ 2 หน้า 178 Max ได้รับอิทธิพลทางความคิดพื้นฐานเกี่ยวกับสังคมมาจาก “กระบวนการวิภาษวิธี”หรือความเป็นปฏิปักษ์ขัดแย้งของ Friedrich Hegel โดยเขาเชื่อว่า ทุกอย่างในโลกนี้มีความขัดแย้งกันในตัวมันเอง และความขัดแย้งนี้จะช่วยพัฒนาสังคมและประวัติศาสตร์ให้ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ

10 “ทุนนิยม” เป็นระบบที่เน้นหนักในเรื่องของ

(1) กําไร

(2) การอยู่รอดของสังคม

(3) ความก้าวหน้าทางวิทยาการ

(4) การเกื้อกูลกันของมนุษย์

(5) คุณธรรม

ตอบ 1 หน้า 183, (คําบรรยาย) Marx อธิบายว่า สิ่งที่เป็นหัวใจของระบบทุนนิยมหรือสิ่งที่นายทุนคํานึงถึงคือ กําไรหรือผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น โดยนายทุนจะพยายามเพิ่มทุนคงที่หรือเครื่องจักร ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้กําไรลดลง ในขณะเดียวกันก็พยายามรักษาอัตราค่าจ้างให้เพียงพอต่อการประทั้งชีวิต นั่นคือ ทุนที่เปลี่ยนแปลงจะต่ำอยู่เสมอเพื่อให้ได้กําไรเพิ่มขึ้นนั่นเอง

Advertisement