การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2558
ข้อสอบกระบวนวิชา MCS 2160 (MCS 2106) ภาษาเพื่อการสื่อสารมวลชน
คําสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคําตอบเดียว

1.อะไรเป็นเครื่องกําหนดแบบแผนวิธีการใช้สัญญาณหรือสัญลักษณ์ในภาษาเพื่อการสื่อความหมาย
(1) คําพูด ถ้อยคําที่ใช้พูดกัน
(2) กฎหรือปทัสถานทางสังคม
(3) เสียงกับความหมาย
(4) สัญญาณ สัญลักษณ์
ตอบ 2 หน้า 1 ภาษา ประกอบด้วย สัญญาณ (Signs) สัญลักษณ์ (Symbols) และกฎหรือปทัสถาน ทางสังคมที่เป็นเครื่องกําหนดแบบแผนวิธีการใช้สัญญาณหรือสัญลักษณ์ในภาษาเพื่อการ สื่อความหมาย ดังนั้นภาษาจึงเป็นสิ่งที่ใช้แทนความหมาย (Meaning) และเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้ ในการสื่อสารระหว่างกัน

Advertisement

2.ข้อใดกล่าวถึงภาษาได้ถูกต้องที่สุด
(1) ภาษา คือ ระบบสัญลักษณ์ที่ใช้ในการสื่อสารได้อย่างเสรี
(2) ภาษาเป็นสิ่งที่ใช้แทนความหมาย
(3) ภาษาเป็นเครื่องมือหรือช่องทางการสื่อสาร
(4) ภาษา หมายถึง คําพูดหรือถ้อยคํา
ตอบ 2 ดูคําอธิบายข้อ 1. ประกอบ

3.การที่มนุษย์อยู่ร่วมกันเป็นสังคม ต้องอาศัยสิ่งใด
(1) ความเฉลียวฉลาด
(2) การปฏิสัมพันธ์
(3) ชุมชน
(4) ความรู้เรื่องเทคโนโลยี
ตอบ 2 หน้า 1 มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เพราะธรรมชาติของมนุษย์ คือ การอยู่ร่วมกันและพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งการที่มนุษย์อยู่ร่วมกันเป็นสังคมต้องอาศัยการปฏิสัมพันธ์หรือการกระทําระหว่างกัน(Interaction) เพื่อการแลกเปลี่ยนสิ่งของจําเป็นในการดํารงชีวิต แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดตลอดจนการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

4.“การวิเคราะห์วรรณกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่ภาษาร่วมสมัยที่ปรากฏในสื่อมวลชน จะทําให้สามารถสรุป โครงสร้างของภาษาและทําความเข้าใจความคิดของคนในสังคมนั้น ๆ ได้” เป็นการมองภาษาตามแนวคิดใด (1) ภาษากับโครงสร้าง
(2) โครงสร้างนิยม
(3) หลังโครงสร้างนิยม
(4) วัฒนธรรมนิยม
ตอบ 2หน้า 2 แนวคิดในเชิงโครงสร้างนิยม (Structuralism) มองว่า ภาษาเป็นสิ่งที่วิวัฒนาการสืบต่อ กันมา ภาษาพูดและภาษาเขียนต่างมีโครงสร้างที่แน่นอน ปรากฏเป็นหน่วยย่อยซึ่งสามารถ นํามาวิเคราะห์ได้ตามโครงสร้างของภาษา ได้แก่ พยัญชนะ คํา พยางค์ ฯลฯ เช่น การวิเคราะห์ วรรณกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่ภาษาร่วมสมัยที่ปรากฏในสื่อมวลชน จะทําให้สามารถสรุป โครงสร้างของภาษาและทําความเข้าใจความคิดของคนในสังคมนั้น ๆ ได้ว่าให้ความสําคัญกับ เรื่องอะไรบ้าง และเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

5.การปรับเปลี่ยนไวยากรณ์ในเรื่องเวลาที่ปรากฏอยู่ในสื่อสมัยใหม่ เช่น โฆษณา ละคร เพลง ฯลฯ
เป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงอะไร
(1) มีการเปลี่ยนไปสู่สถานที่แปลกใหม่
(2) มีการเปลี่ยนไปสู่จังหวะที่เร็วขึ้น
(3) มีการเปลี่ยนไปสู่วัฒนธรรมย่อยมากขึ้น
(4) มีการใช้เวลามากขึ้น

ตอบ 2 หน้า 2 นักทฤษฎีแนวโครงสร้างนิยม มองว่า การปรับเปลี่ยนไวยากรณ์ในเรื่องเวลาที่ปรากฏ อยู่ในสื่อสมัยใหม่ เช่น โฆษณา ละคร เพลง ฯลฯ เป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความคิดเกี่ยวกับ การเคลื่อนไหวของเวลาในสังคมไทยว่า มีการเปลี่ยนไปสู่จังหวะใหม่ที่เร็วขึ้น และแบ่งซอย ออกเป็นหน่วยย่อย ๆ อย่างเห็นได้ชัด

6.“ภาษาเป็นสิ่งที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์เพื่อก่อให้เกิดความคิดและนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ รวมถึงการสร้างความจริงทางสังคม” เป็นการมองภาษาตามแนวคิดใด
(1) วัตถุนิยม
(2) โครงสร้างนิยม
(3) บริโภคนิยม
(4) วัฒนธรรมนิยม
ตอบ 4 หน้า 3 แนวคิดในเชิงวัฒนธรรมนิยม (Culturalism) มองว่า ภาษาไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งตายตัว แต่มีความสัมพันธ์กับบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้นภาษาจึงไม่ได้เป็นเพียงการกําหนด คุณค่าหรือความหมายของสิ่งต่าง ๆ หรือความจริงที่อยู่รอบตัวเท่านั้น แต่ภาษาเป็นสิ่งที่เกิด จากการสร้างสรรค์ของมนุษย์เพื่อก่อให้เกิดความคิดและนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ รวมถึงภาษามีส่วนสร้างความหมาย สร้างความเข้าใจต่อสิ่งต่าง ๆ และสร้างสรรค์ความจริง ทางสังคม (Social Reality) หรือโลกทางสังคม (Social World)

7.“ความสุขที่คุณดื่มได้” เป็นตัวอย่างการใช้ภาษาในความหมายลักษณะใด
(1) ความหมายหลัก
(2) ความหมายรอง
(3) ความหมายโดยนัย
(4) ความหมายเชิงวาทกรรม
ตอบ 4 หน้า 14, (คําบรรยาย) ความหมายเชิงวาทกรรม (Discourse Meaning) หมายถึง ความหมาย ที่คิดหรือประดิษฐ์ขึ้นเพื่อสร้างเอกลักษณ์/อัตลักษณ์ หรือให้ความสําคัญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสังคม ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความจริง อํานาจ หรือตัวตน เช่น ข้อความที่ว่า “ความสุขที่คุณดื่มได้ แค่ขาวก็ชนะ” เป็นความหมายเชิงวาทกรรมในการโฆษณา เป็นต้น

ข้อ 8. – 10. จงใช้ข่าวต่อไปนี้ตอบคําถาม

ดราม่าหนัก! โฆษณาใหม่ คริส หอวัง เหยียดสีผิว-สร้างค่านิยมผิด ๆ
ดราม่าอีกแล้ว โฆษณาตัวใหม่ คริส หอวัง กับประโยคที่ว่า “แค่ขาวก็ชนะ” จงใจเหยียดสีผิว เกิดเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมาทันทีเมื่อคลิปโฆษณากลูต้าไธโอน อาหารเสริมผิวขาวออกมาให้ได้ชมกัน ผ่านทางยูทูป ชื่อคลิปว่า “คริส หอวัง ดับกลางจอ เจอเด็กใหม่ขโมยซีน” โดยมีนักแสดงสาวคริส หอวัง เป็นพรีเซ็นเตอร์ (ที่มา : http://www.posttoday.com/ent/thai/408947)

8.“แค่ขาวก็ชนะ” เป็นการใช้ภาษาในความหมายลักษณะใด
(1) ความหมายหลัก
(2) ความหมายรอง
(3) ความหมายโดยนัย
(4) ความหมายเชิงวาทกรรม
ตอบ 4 ดูคําอธิบายข้อ 7. ประกอบ

9.ปัญหาของโฆษณานี้เกิดจากอะไร
(1) ข้อความไม่ชัดเจน
(2) ใช้ภาษาไม่ตรงความหมาย
(3) ผู้โฆษณามีเจตนาเหยียดผิว
(4) การเข้ารหัสและการถอดรหัส
ตอบ 1 ปัญหาของโฆษณานี้เกิดจากข้อความที่ไม่ชัดเจน ได้แก่ ประโยคที่ว่า “แค่ขาวก็ชนะ” ซึ่งเป็น
ประโยคที่สื่อความหมายกํากวม และสามารถตีความหมายไปได้หลายทางจนอาจก่อให้เกิด ความเข้าใจผิดขึ้นได้ เพราะที่จริงแล้วโฆษณานี้ต้องการสื่อความหมายว่า ผิวขาวทําให้ดูดีและประสบความสําเร็จ

10. โฆษณานี้ต้องการสื่อความหมายว่าอย่างไร
(1) ผิวขาวทําให้ดูดีและประสบความสําเร็จ
(2) ผิวขาวเป็นคนดีกว่าผิวดํา
(3) คนผิวขาวเหนือกว่าคนผิวดํา
(4) คนผิวดําเป็นผู้ต่ําต้อย
ตอบ 1 ดูคําอธิบายข้อ 9. ประกอบ

11. การจะรู้ว่าภาษาใช้ในความหมายโดยตรงหรือความหมายโดยนัย ต้องพิจารณาจากอะไร
(1) ถ้อยคํา
(2) ผู้ส่งสาร
(3) ผู้รับสาร
(4) บริบทของการสื่อสาร
ตอบ 4 หน้า 9 – 10, 13, (คําบรรยาย) ภาษาจะประกอบไปด้วยความหมายทั้งในลักษณะที่เป็น ความหมายโดยตรง (Denotation) และความหมายโดยนัย (Connotation) ซึ่งการที่จะรู้ว่า ภาษาใช้ในความหมายโดยตรงหรือความหมายโดยนัยต้องพิจารณาจากบริบทของการสื่อสาร(Communication Context) ซึ่งมีอิทธิพลกํากับความหมายที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ทําการสื่อสาร

12.“กายภาษา” หมายถึงอะไร
(1) ลักษณะทางกายภาพ
(2) กิริยาอาการ
(3) ภาษาท่าทาง
(4) ภาษาใบ้
ตอบ 1 หน้า 16, (คําบรรยาย ลักษณะทางกายภาพ (กายภาษา) หมายถึง อวัจนภาษาที่เกิดจาก ลักษณะหรือรูปลักษณ์ภายนอกของบุคคล ได้แก่ รูปร่าง หน้าตา การแต่งกาย เครื่องประดับ เสื้อผ้า ผม ฯลฯ ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงรสนิยมและค่านิยมได้

13. ข้อใดกล่าวถึงการรับรู้ได้ถูกต้องที่สุด
(1) รูปแบบของการจัดการกับสิ่งเร้าสําหรับมนุษย์แต่ละคนจะเหมือนกัน
(2) การจัดการต่อสิ่งเร้าจําเป็นต้องเป็นไปตามความจริง
(3) การจัดการสิ่งเร้าต้องเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลหรือเป็นวัตถุวิสัย
(4) บางครั้งมนุษย์ก็จัดการกับสิ่งเร้าด้วยอารมณ์ ความไร้เหตุผล หรือความไร้สํานึก
ตอบ 4 หน้า 11 เดอวิโต (Devito) ได้อธิบายกระบวนการของการรับรู้ในขั้นตอนที่ 2 ว่า สิ่งเร้าที่ผ่าน ประสาทสัมผัสถูกจัดหมวดหมู่ (Sensory Stimulation is Organized) โดยใช้หลักการต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่มีความหมายขึ้นมา ซึ่งรูปแบบของการจัดการกับสิ่งเร้าสําหรับมนุษย์แต่ละคน จะแตกต่างกันไป ไม่จําเป็นว่าการจัดการต่อสิ่งเร้านั้นจะเป็นไปตามความจริง หรือต้องเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลหรือเป็นวัตถุวิสัยเสมอไป บางครั้งมนุษย์ก็จัดการกับสิ่งเร้าด้วยอารมณ์ความรู้สึก ความไร้เหตุผล หรือแม้แต่ความไร้สํานึก

14. การแสดงคอนเสิร์ต เป็นการสื่อสารประเภทใด
(1) การสื่อสารองค์กร
(2) การสื่อสารกลุ่มใหญ่
(3) การสื่อสารสาธารณะ
(4) การสื่อสารมวลชน
ตอบ 3 หน้า 12, (คําบรรยาย) การสื่อสารสาธารณะ (Public Communication) หมายถึง การสื่อสาร ไปยังกลุ่มผู้รับฟังจํานวนมากเพื่อให้ข่าวสาร โน้มน้าวใจ และให้ความบันเทิง โดยผู้ส่งสารและ ผู้รับสารสามารถเห็นหน้าซึ่งกันและกันได้ แต่ไม่สามารถแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบกันได้โดยตรง ในทันทีทันใด เช่น การพูดในที่ประชุมขนาดใหญ่, การจัดแสดงคอนเสิร์ต, การปราศรัยหาเสียง ทางการเมือง, การจัดอภิปรายหรือสัมมนา ฯลฯ

15. การสื่อสารระหว่างผู้นําจากประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประชุมผู้นําอาเซียน เป็นการสื่อสารประเภทใด
(1) การสื่อสารระหว่างประเทศ
(2) การสื่อสารองค์กร
(3) การสื่อสารมวลชน
(4) การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม
ตอบ 1 (คําบรรยาย) การสื่อสารระหว่างประเทศ (International Communication) หมายถึง การสื่อสารระดับชาติที่เป็นทางการมากกว่าการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม (ในกรณีที่ผู้ส่งสารและผู้รับสารมาจากประเทศต่างกัน) โดยผู้ที่ทําการสื่อสารจะทําหน้าที่เป็นตัวแทนของประเทศซึ่งมีพันธะหรือความรับผิดชอบต่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ของประเทศชาติ เช่น ผู้นําประเทศ นักการทูต ตัวแทนของรัฐบาล ฯลฯ

16. การทําความเข้าใจความหมายของอวัจนภาษา ต้องอาศัยสิ่งใด
(1) การฝึกฝนเรียนรู้
(2) บริบททางสังคมและวัฒนธรรม
(3) ลีลาวัจนภาษา
(4) ความคุ้นเคย
ตอบ 2 หน้า 15 อวัจนภาษา (Nonverbal Language) เป็นภาษาที่ไม่ใช้คําพูดหรือตัวอักษร แต่สามารถ สื่อความเข้าใจกันได้ ซึ่งการทําความเข้าใจความหมายของอวัจนภาษาต้องอาศัยบริบทหรือปทัสถานทางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละแห่ง ดังนั้นอวัจนภาษาที่ใช้ในวัฒนธรรมหนึ่งอาจมีความหมายอย่างหนึ่ง แต่เมื่อนําไปใช้ในอีกวัฒนธรรมอาจมีความหมายเป็นอีกอย่างหนึ่งก็เป็นได้

17. การพูดของนักจัดรายการวิเคราะห์ข่าวทางวิทยุ เป็นการใช้ภาษาระดับลีลาใด
(1) ทางการ
(2) ปรึกษาหารือ
(3) ลําลอง
(4) คุ้นเคย
ตอบ 2 หน้า 15, (คําบรรยาย) ลีลาปรึกษาหารือ (Consultative Style) เป็นลีลาของวัจนภาษาใน ระดับกึ่งทางการ (ไม่ถึงกับเป็นทางการ) มักใช้กับการสื่อสารในองค์กร เช่น การปรึกษาหารือ ระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน การพูดคุยในการประชุมโต๊ะกลม การสื่อสารกลุ่มเล็ก ฯลฯรวมทั้งอาจใช้ในรายการวิเคราะห์ข่าวทางวิทยุกระจายเสียง

18. การพูดของดีเจรายการเพลงป๊อบทางวิทยุกระจายเสียง เป็นการใช้ภาษาระดับลีลาใด
(1) ทางการ
(2) ปรึกษาหารือ
(3) ลําลอง
(4) คุ้นเคย
ตอบ 3 หน้า 15, (คําบรรยาย) ลีลาลําลอง (Casual Style) เป็นลีลาของวัจนภาษาที่ไม่เป็นทางการ มีลักษณะเป็นการสื่อสารในสถานการณ์ทั่วไป บรรยากาศแบบสบาย ๆ โดยมักใช้พูดกันใน ชีวิตประจําวัน การทํางาน หรือภาษาที่ใช้ในการสื่อสารมวลชน เช่น การจัดรายการสนทนา รายการเกมโชว์ รายการเพลง และรายการคุยข่าวทางวิทยุกระจายเสียง

19.Gesture หมายถึงอะไร
(1) กายภาษา
(2) ภาษาท่าทาง
(3) การเปล่งเสียง
(4) ภาษาสัญลักษณ์
ตอบ 2 หน้า 18 – 19, 21 ประวัติศาสตร์การสื่อสารของมนุษย์เริ่มจากการที่มนุษย์พยายามสื่อสารกัน โดยมีวิวัฒนาการของภาษาเรียงตามลําดับได้ ดังนี้
1. การใช้ภาษาท่าทาง (Gesture Language) และการเคลื่อนไหวร่างกาย (Body Movement)
2. การใช้ภาษาพูด
3. การใช้ภาษาเขียน
4. การพิมพ์

20. ภาษาช่วยให้มนุษย์พัฒนาการคิดลักษณะใด
(1) การคิดเชิงกายภาพ
(2) การคิดเป็นรูปธรรม
(3) การคิดเชิงมโนทัศน์
(4) การคิดเป็นตัวอักษร
ตอบ 3 หน้า 18 ภาษาเป็นปัจจัยหนึ่งที่แสดงถึงความเจริญทางอารยธรรมของมนุษย์ในยุคแรก เพราะ ภาษาช่วยให้มนุษย์ได้พัฒนาการคิดเชิงมโนทัศน์ (Conceptual Thinking) และทําให้มนุษย์ สามารถมีอิทธิพลต่อความคิดของผู้อื่นได้ นอกจากนี้ยังทําให้สามารถถ่ายทอดวัฒนธรรม และเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้

21. หากจะเขียนบทวิเคราะห์ ผู้เขียนต้องมีความรู้ระดับใด
(1) ระดับที่ 1
(2) ระดับที่ 2
(3) ระดับที่ 3
(4) ระดับที่ 4
ตอบ 4 หน้า 30 นักสื่อสารมวลชนต้องสามารถวิเคราะห์ได้ว่าความรู้ที่ตนมีอยู่นั้นเพียงพอสําหรับ เรื่องราวที่จะสื่อสารหรือไม่ ซึ่งสามารถพิจารณาได้ ดังนี้
1. หากต้องการเขียนข่าวรายงานเหตุการณ์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ควรมีความรู้ (อย่างน้อย) ในระดับที่ 2 ก็เพียงพอ เนื่องจากการรายงานข่าวต้องรายงานตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยไม่มีการเพิ่มเติมข้อคิดเห็นของผู้เขียน
2. หากจะเขียนสารคดีเชิงข่าวเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับภูมิหลังหรือข้อมูลเจาะลึกของเรื่องนั้น ผู้เขียนต้องมีความรู้อย่างน้อยในระดับที่ 3
3. หากจะเขียนบทวิเคราะห์เกี่ยวกับความเป็นมา สาเหตุ และพยากรณ์ถึงเหตุการณ์ ที่จะตามมาเกี่ยวกับเรื่องนั้น ผู้เขียนควรมีความรู้อย่างน้อยในระดับที่ 4
4. หากจะเขียนบทวิจารณ์ว่าการกระทําเกี่ยวกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง ดีหรือไม่ดี ผู้เขียนควรมีความรู้ในระดับที่ 5

22. เหตุใดนักสื่อสารมวลชนจึงต้องวิเคราะห์ผู้รับสาร
(1) เพื่อทําความเข้าใจลักษณะที่เป็นสิ่งกําหนดความสามารถและความพร้อมของผู้รับสาร
(2) เพื่อสามารถประเมินผลระดับความรู้ความเข้าใจของผู้รับสาร
(3) เพื่อสามารถสรุปความคิดเห็นของมวลชนทั้งหมดเกี่ยวกับการสื่อสารมวลชน
(4) เพื่อทําความเข้าใจลักษณะของมวลชนทั้งหมด
ตอบ 1 หน้า 30 นักสื่อสารมวลชนจะต้องวิเคราะห์ผู้รับสารเพื่อทําความเข้าใจลักษณะร่วมบางประการ
ที่เป็นสิ่งกําหนดความสามารถและความพร้อมของผู้รับสาร เพื่อที่จะสามารถออกแบบสาร ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับผู้รับสารมากที่สุดเท่าที่จะทําได้ ซึ่งแนวทางวิเคราะห์ผู้รับสาร ที่นิยมใช้กันมากในการสื่อสารมวลชน ได้แก่ การวิเคราะห์ผู้รับสารตามลักษณะทางทะเบียน ภูมิหลัง และลักษณะทางจิตวิทยา

23. “การสื่อสารระหว่างนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งบางครั้งเป็นไปตามสถานภาพของแต่ละฝ่าย และเกมทางการเมือง ความเป็นมิตรหรือไม่เป็นมิตร ความเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ และการที่เรื่อง ที่สื่อสารนั้นเป็นเรื่องจริงจังหรือไม่ จริงจัง” เป็นบริบทของการสื่อสารในมิติใด
(1) กายภาพ
(2) ความเป็นมา
(3) วัฒนธรรม
(4) จิตวิทยาสังคม
ตอบ 4 หน้า 10, (คําบรรยาย บริบทของการสื่อสารในมิติทางจิตวิทยาสังคม (The Social- psychological Context) หมายถึง ความสัมพันธ์ทางสถานภาพหรือฐานะชนชั้นของ สื่อสาร กฎกติกาและเกมที่ทั้ง 2 ฝ่ายเล่น เช่น การสื่อสารระหว่างนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและ ฝ่ายค้าน ซึ่งบางครั้งเป็นไปตามสถานภาพของแต่ละฝ่ายและเกมทางการเมือง เป็นต้น นอกจากนั้นยังรวมถึงแบบแผนทางวัฒนธรรมของสังคมที่ซึ่งการสื่อสารเกิดขึ้น ความเป็นมิตร หรือไม่เป็นมิตร ความเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ และการที่เรื่องที่สื่อสารนั้นเป็นเรื่อง จริงจังหรือไม่จริงจัง

24. การที่คนดูตัดสินว่านักแสดงหญิงแต่งกายโป๊หรือไมโป้ ขึ้นอยู่กับบริบทการสื่อสารในมิติได
(1) เวลา
(2) ความเป็นมา
(3) วัฒนธรรม
(4) จิตวิทยาสังคม
ตอบ 3 หน้า 10, (คําบรรยาย) บริบทของการสื่อสารในมิติทางวัฒนธรรม (The Cultural Context) หมายถึง กฎหรือปทัสถานทางสังคมของทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสาร อันประกอบด้วย ความเชื่อ ค่านิยม ทัศนคติ อุดมการณ์ อัตลักษณ์ และแบบแผนวิถีการดําเนินชีวิตที่ถูกส่งผ่านจากคนรุ่นหนึ่ง มาสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง เช่น การที่คนดูจะตัดสินว่านักแสดงหญิงแต่งกายโป๊หรือไม่โป๊ก็ขึ้นอยู่กับ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละประเทศ เป็นต้น

25.K-POP เป็นตัวอย่างของอะไร
(1) ความไร้วัฒนธรรม
(2) ความคลั่งไคล้
(3) วัฒนธรรมประชานิยม
(4) การเลียนแบบ
ตอบ 3หน้า 32, (คําบรรยาย) คําว่า “วัฒนธรรมประชานิยม” (Popular Culture) หรือเรียกอีก อย่างหนึ่งว่า วัฒนธรรมมวลชน (Mass Culture) หมายถึง รูปแบบการดํารงชีวิตและสิ่งอัน เป็นที่นิยมชมชอบของคนต่างสังคม ต่างถิ่น ต่างฐานะ ที่มีลักษณะเป็นแบบเดียวกันหรือ เหมือนกัน ส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับความบันเทิง การกีฬา โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และเพลงสมัยใหม่ เช่น การนิยมวัฒนธรรมแบบ K-POP และ J-POP ของกลุ่มวัยรุ่น เป็นต้น

26. ภาษาไทยอยู่ในกลุ่มใด
(1) Pictograph
(2) Sign Writing
(3) Alphabet
(4) Iconic
ตอบ 3 หน้า 19 ชาวฟินิเชียน (The Phoenicians) เป็นนักค้าขายทางทะเล ถือเป็นชนชาติแรกที่ พัฒนาระบบภาษาเขียนที่มีพื้นฐานมาจากเสียง โดยจะใช้กลุ่มของตัวอักษรที่เรียกว่า “พยัญชนะ” (Alphabet) เป็นสัญลักษณ์แทนเสียงและนําเสียงมารวมกันขึ้นเป็นคํา ซึ่งตัวอย่างของตัวอักษร ที่เรียกว่า “พยัญชนะ” (Alphabet) ในปัจจุบัน เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย เป็นต้น

27. ข้อใดที่เขียนได้ถูกต้อง
(1) ทางวัดได้จัดให้ประชาชนเข้าสูงน้ําหลวงพ่อ
(2) ทางวัดได้จัดให้ประชาชนเข้ารดน้ําหลวงพ่อ
(3) ทางวัดได้จัดให้ประชาชนหลั่งน้ําหลวงพ่อ
(4) ทางวัดได้จัดให้ประชาชนสรงน้ําหลวงพ่อ
ตอบ 4 ประโยคที่เขียนได้ถูกต้อง คือ ทางวัดได้จัดให้ประชาชนสรงน้ําหลวงพ่อ เพราะคําว่า “สรงน้ํา” หมายถึง อาบน้ำ (ใช้กับบรรพชิตและเจ้านาย)

28.“คลื่นพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศจํานวนมากหลั่งไหลเดินทางมาที่วัดอัมพวัน” ข่าวนี้หากเขียนใหม่
ให้กระชับ ชัดเจน ไม่เยิ่นเย้อ ควรเขียนอย่างไร
(1) คลื่นพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลเดินทางมาที่วัดอัมพวัน
(2) พุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศจํานวนมากเดินทางมาที่วัดอัมพวัน
(3) คลื่นพุทธศาสนิกชนจํานวนมากหลั่งไหลเดินทางมาที่วัดอัมพวัน
(4) พุทธศาสนิกชนจํานวนมากเดินทางมาที่วัดอัมพวัน
ตอบ 4 ประโยคดังกล่าวใช้คําฟุ่มเฟือย จึงควรเขียนใหม่ให้กระชับ ชัดเจน ไม่เยิ่นเย้อ โดยใช้ว่า
พุทธศาสนิกชนจํานวนมากเดินทางมาที่วัดอัมพวัน

29.มวลชน หมายถึงอะไร
(1) คนจํานวนมากที่มีลักษณะร่วมกันบางประการ
(2) คนจํานวนมากที่สนใจเรื่องเดียวกัน
(3) คนจํานวนมากและไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ที่ไหนบ้าง
(4) คนจํานวนมากที่อยู่รวมกันเป็นสังคม
ตอบ 3 หน้า 25 – 26 ลักษณะของการสื่อสารมวลชน มีดังนี้
1. แหล่งสารหรือผู้ส่งสารมีลักษณะเป็นสถาบัน
2. เนื้อหาของสารที่ปรากฏทางสื่อมวลชนมีลักษณะเป็นสาธารณะ (Public)
3. ผู้รับสารเป็นมวลชน (The Masses) หรือผู้รับชม รับฟัง (Audience) จํานวนมาก คือ คนจํานวนมากและไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ที่ไหนบ้าง
4. กระบวนการสื่อสารมวลชนมีลักษณะเป็นการสื่อสารทางเดียว
5. ได้รับอิทธิพลจากบริบททางสังคม
6. ใช้สื่อมวลชนเป็นช่องทางการสื่อสาร

30.รายการกระจกหกด้าน เป็นรายการประเภทใด
(1) สารคดี
(2) บันเทิงคดี
(3) ข่าว
(4) สารคดีเชิงข่าว
ตอบ 1 หน้า 96 – 97, (คําบรรยาย) รายการสารคดี (Documentary or Feature Programme) คือ รายการที่นําเสนอความรู้ในเรื่องราวใดเรื่องราวหนึ่ง เช่น เรื่องราวในประวัติศาสตร์ เรื่องเล่า ตํานาน หรือเรื่องราวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและอยู่ในความสนใจของประชาชน ทั่วไป โดยใช้เทคนิคการนําเสนอหลาย ๆ รูปแบบในรายการเดียวกัน

31. หนังสือพิมพ์ทําหน้าที่ตีความ ผ่านเนื้อหาประเภทใด
(1) ข่าว
(2) โฆษณา
(3) สารคดี
(4) บทความ
ตอบ 4 หน้า 27 (คําบรรยาย) บทบาทหน้าที่ในการตีความหมาย (Interpretation) คือ การนําเสนอ เรื่องราวที่ผ่านการตีความหมายโดยผู้สื่อข่าว ผู้เขียนข่าว และกองบรรณาธิการของสื่อมวลชนที่ ไม่ได้นําเสนอเฉพาะข้อเท็จจริงและข้อมูลเท่านั้น แต่เป็นการรายงานข่าวในลักษณะของการเล่าเรื่อง ที่ผ่านการกลั่นกรองจากมุมมองของสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลจากมุมมองที่ หลากหลายและสามารถประเมินข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้ เช่น รายการเล่าข่าวทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ ช่องต่าง ๆ, การนําเสนอบทบรรณาธิการหรือบทนํา บทความ และบทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์ ฯลฯ

ข้อ 32 – 33. จงใช้ข่าวต่อไปนี้ตอบคําถาม
พาดหัว – “น้องไบรท์ขอลาหน้าจออีกคน ป่วยไข้เลือดออกต้องแอดมิท
เนื้อข่าว – นางสาวพิชญทัฬห์ ผู้ประกาศข่าวคู่ขวัญ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวชื่อดัง โพสต์อินสตาแกรม “ขออนุญาตคุณผู้ชมมาพักรักษาอาการไข้เลือดออก และภาวะหัวใจเต้นเร็วจากการ ติดเชื้อซักพักนะคะ จะรีบหายกลับไปทํางานเหมือนเดิมค่ะ”

32. พาดหัวข่าวนี้มีปัญหาอย่างไร
(1) เขียนไม่เต็มประโยค
(2) ทําให้เกิดความเข้าใจผิดว่าจะหยุดปฏิบัติหน้าที่
(3) ใช้คําที่มาจากภาษาต่างประเทศ
(4) ใช้ชื่อเล่นในการเขียนพาดหัวข่าว
ตอบ 2 หน้า 80 – 82, (คําบรรยาย) พาดหัวข่าวดังกล่าวมีปัญหาในการใช้ภาษา คือ ทําให้ผู้อ่านเกิด ความเข้าใจผิดว่าน้องไบรท์จะหยุดปฏิบัติหน้าที่เหมือนกับคุณสรยุทธไปอีกคน ดังนั้นจึงควรเขียน พาดหัวข่าวใหม่ให้ถูกต้อง โดยใช้ว่า น้องไบรท์ขอลาหน้าจอชั่วคราว ป่วยเป็นไข้เลือดออก

33. ถ้าจะเขียนพาดหัวข่าวนี้ใหม่ให้ถูกต้อง ควรเขียนอย่างไร
(1) ผู้ประกาศข่าวสารช่อง 3 หยุดปฏิบัติหน้าที่อีกคน
(2) น้องไบรท์ขอลาหน้าจอชั่วคราว ป่วยเป็นไข้เลือดออก
(3) น้องไบรท์ขอลาหน้าจออีกคน ป่วยเป็นไข้เลือดออกต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
(4) คู่ขวัญสรยุทธขอลาหน้าจออีกคน ป่วยไข้เลือดออก
ตอบ 2 ดูคําอธิบายข้อ 32. ประกอบ

34. การใช้ภาษาในการโฆษณา ต้องคํานึงถึงอะไรเป็นหลัก
(1) ค่าคะแนนความนิยมรายการ
(2) ผู้รับสารที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
(3) นโยบายของบริษัท
(4) งบประมาณการโฆษณา
ตอบ 2 หน้า 41 การใช้ภาษาในการโฆษณาจะต้องคํานึงถึงผู้รับสารที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยผู้เขียน ข้อความโฆษณาไม่ควรยึดติดกับตัวตน รสนิยม และความชอบของตน แต่ต้องเลือกใช้ภาษา ที่สอดคล้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย หรือใช้ภาษาที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก เช่น ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น ภาษาที่ใช้ต้อ สะท้อนถึงภูมิปัญญาและรสนิยมของวัยรุ่น ฯลฯ

35. การโฆษณามีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร
(1) การโน้มน้าวใจ
(2) แจ้งข่าวสาร
(3) การสร้างความเข้าใจ
(4) ให้ความบันเทิง
ตอบ 1 หน้า 38 การโฆษณาเป็นการสื่อสารที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการโน้มน้าวใจ โดยมุ่งสร้างผลกระทบ ในด้านความรู้ความเข้าใจ (Cognition) ทัศนคติ (Attitude) และพฤติกรรม (Behavior) ที่ผู้รับสารมีต่อสินค้า บริการ หรือความคิด อันจะเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของบริษัทที่โฆษณา

36. กระบวนการสร้างภาพลักษณ์ตราสินค้า มีลําดับขั้นตอนอย่างไร
(1) การเขียนข้อความโฆษณา การกําหนดสื่อ การลงโฆษณา การวัดปฏิกิริยาตอบสนอง
(2) การกําหนดตัวผู้โฆษณา การเขียนข้อความ การส่งสารผ่านสื่อ การประเมินผล
(3) การกําหนดกลุ่มเป้าหมาย กําหนดแนวคิดหลัก การสร้างสรรค์โฆษณา นําเสนอ
(4) การวิเคราะห์จุดเด่นของสินค้า การให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้า
ตอบ 3 หน้า 40 กระบวนการสร้างภาพลักษณ์ตราสินค้าต้องอาศัยการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวใจ
ซึ่งมีลําดับขั้นตอนเริ่มจากการกําหนดกลุ่มเป้าหมาย การวิเคราะห์ลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย
การกําหนดแนวคิดหลัก การสร้างสารโฆษณาหรือสร้างสรรค์ข้อความโฆษณา และนําเสนอ
แนวคิดดังกล่าวไปยังผู้บริโภคอย่างได้ผล

37. โครงสร้างการเขียนข้อความโฆษณาเป็นไปตามทฤษฎีใด
(1) Innovation Adoption
(2) SMCR
(3) Inverted Pyramid
(4) AIDA
ตอบ 4 หน้า 54 – 55 โครงสร้างของชิ้นงานโฆษณา มักนิยมเขียนข้อความโฆษณาตามกรอบแนวคิด AIDA คือ
1. ข้อความพาดหัว มีหน้าที่สร้างความใส่ใจ (Attention : A)
2. ข้อความโฆษณา (เนื้อเรื่อง) มีหน้าที่สร้างความสนใจ (Interest : I) และต้องการซื้อ
3. ข้อความส่วนท้าย มีหน้าที่กระตุ้นความต้องการหรือความปรารถนา (Desire : D)
4. คําขวัญและชื่อสินค้า มีหน้าที่เน้นให้เกิดการกระทํา (Action : A)

38. “Advertising Concept” หมายถึงอะไร
(1) ข้อความสําคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
(2) ข้อความสั้น ๆ ง่ายแก่การจดจําที่มักนําเสนอในชิ้นงานโฆษณาคู่กับชื่อสินค้า
(3) ข้อความพาดหัวที่ใช้ดึงดูดใจผู้อ่านให้สนใจชิ้นงานโฆษณา
(4) เพลงโฆษณาที่มีเนื้อร้อง
ตอบ 1 หน้า 41, 50, (คําบรรยาย) แนวคิดหลักที่ใช้ในการโฆษณา (Advertising Concept) หมายถึง
ข้อความสําคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่ผู้โฆษณานําเสนออย่างสร้างสรรค์เพื่อตรึงความสนใจ
ของผู้บริโภค โดยจะช่วยให้การสื่อสารมีความคมชัด ตรงประเด็น และสร้างมโนทัศน์เกี่ยวกับ สินค้าให้เกิดขึ้นในจิตใต้สํานึกของผู้บริโภค ซึ่งแนวคิดหลักของการโฆษณาจะปรากฏอยู่ที่คําขวัญโฆษณา ข้อความพาดหัว และเนื้อหา

39. ข้อใดเป็นลักษณะของการสื่อสารมวลชน
(1) ผู้ส่งสารเป็นสถาบัน
(2) เป็นการสื่อสารสองทาง
(3) ผู้รับสารเป็นตลาด
(4) เนื้อหาเป็นเรื่องอะไรก็ได้
ตอบ 1 ดูคําอธิบายข้อ 29. ประกอบ

40. ผู้ส่งสารที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร
(1) มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่สื่อสาร รู้เรื่องเทคโนโลยี น่าเชื่อถือ
(2) มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน รู้เรื่องที่จะสื่อสาร เข้าใจผู้รับสาร
(3) มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน มีวิสัยทัศน์ มุ่งไปสู่เป้าหมาย
(4) มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน รู้เรื่องที่จะสื่อสาร รู้เรื่องสื่อใหม่ ๆ ตอบ 2 หน้า 29 – 30 ลักษณะของผู้ส่งสารที่ดี มีดังนี้
1. ต้องมีจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการสื่อสาร
2. ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่จะสื่อสาร
3. ต้องเข้าใจความสามารถ ความพร้อม และความต้องการของผู้รับสาร

41. ข้อใดเป็นลักษณะของผู้รับสารแบบ Passive
(1) มีการแสดงปฏิกิริยาต่อเนื้อหาทางสื่อมวลชน
(2) ไม่คล้อยตามง่าย
(3) มีความคิดเชิงวิพากษ์
(4) ไม่ชอบคิดเอง ชอบให้คนอื่นคิดแทน
ตอบ 4 หน้า 27 ผู้รับสารที่มีลักษณะ Passive คือ ผู้รับสารที่ไม่ชอบคิดเอง ชอบปล่อยให้คนอื่น คิดแทนตน และไม่ยอมคิดพิจารณาไตร่ตรองข้อเท็จจริงต่าง ๆ ด้วยวิจารณญาณของตนเองสุดท้ายก็จะเป็นผู้ที่ถูกครอบงําได้ง่าย

42. ข้อใดคือหลักการเลือกพรีเซ็นเตอร์โฆษณา
(1) เลือกคนที่ได้รับรางวัล Popular Vote จากสื่อต่าง ๆ
(2) เลือกคนที่สร้างภาพเก่ง
(3) เลือกคนที่เป็นข่าวบ่อย ๆ
(4) เลือกคนมีชื่อเสียงที่บุคลิกตรงกับบุคลิกสินค้า
ตอบ 4 หน้า 44, (คําบรรยาย) ลีลาบุคลิกภาพ (Personality Symbol) เป็นการนําเสนอที่ใช้ดารา หรือผู้แสดงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ (Presenter) โฆษณาสินค้า โดยควรเลือกบุคคลที่มีชื่อเสียง มีบุคลิกภาพเด่นชัดตรงกับบุคลิกสินค้า และเป็นที่ต้องตาต้องใจกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการใช้ผู้แสดงเหล่านั้นมานําเสนอสินค้าในฐานะตัวแทนของสินค้าก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงบุคลิกตราสินค้า เช่น การโฆษณาแชมพูแพนทีน เป็นต้น

43. ข้อความโฆษณาที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
(1) ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ
(2) แปลก ตลก ใช้ภาษาเฉพาะกลุ่ม
(3) สั้น เรียบง่าย ไม่ต้องคิดมาก
(4) การใช้เหตุผล
ตอบ 1 หน้า 48 ข้อความโฆษณาที่ดีควรชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับจากการใช้สินค้า
และเขียนขึ้นจากความเข้าใจถึงความต้องการและแรงจูงใจของผู้บริโภค โดยคํานึงถึงปัจจัย ทางด้านจิตวิทยาสังคมที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ

44. แนวทางการโฆษณาข้อใดที่เป็นการมุ่งขายสินค้าโดยตรง
(1) Soft Sell
(2) Hard Sell
(3) Slice of Life
(4) Lifestyle
ตอบ 2 หน้า 45 น้ําเสียง (Tone) ที่ใช้ในการนําเสนอสารโฆษณาแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
1. น้ำเสียงที่มุ่งขายสินค้าอย่างชัดเจน (Hard Sell) คือ การนําเสนอสารโฆษณาแบบ ตรงไปตรงมา มุ่งสู่การขายสินค้าโดยตรง ไม่อ้อมค้อม
2. น้ำเสียงที่มุ่งขายสินค้าทางอ้อม (Soft Sell) คือ การนําเสนอสารโฆษณาที่เน้นการสร้าง อารมณ์ความรู้สึกและทัศนคติในเชิงบวกต่อสินค้า โดยไม่ได้กล่าวถึงตัวสินค้าโดยตรงแต่เน้นการโน้มน้าวใจโดยใช้อารมณ์มากกว่าการกล่าวถึงเหตุผลเกี่ยวกับคุณสมบัติของสินค้า

45. “สร้างสรรค์ความสุขได้ทุกวัน ด้วยสีสันแห่งโลกสวย” เป็นตัวอย่างข้อความโฆษณาที่ใช้อะไรเป็นสิ่งดึงดูดใจ
(1) เหตุผล
(2) คุณลักษณะของสินค้า
(3) อารมณ์
(4) คุณค่าเชิงอรรถประโยชน์
ตอบ 3 หน้า 45 – 46 สิ่งดึงดูดใจ (Appeat) ที่ปรากฏในสารโฆษณาแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
1. ด้านเหตุผล เป็นการใช้คุณสมบัติทางกายภาพของสินค้ามาเป็นสิ่งดึงดูดใจ โดยจะกล่าวถึง การใช้ประโยชน์ ลักษณะเด่น คุณสมบัติ คุณภาพของสินค้า ราคาสินค้า ฯลฯ
2. ด้านอารมณ์หรือลักษณะทางจิตวิทยา เป็นการใช้ความต้องการหรือแรงจูงใจของผู้บริโภค มาดึงดูดใจให้ซื้อสินค้า โดยจะกล่าวถึงอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการใช้สินค้านั้น ๆ เช่น ความพึงพอใจ ความเท่ ความสุข ความเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ

46.“คนซื่อ คือ คนโง่” เป็นความจริงลักษณะใด
(1) Fact
(2) Truth
(3) Physical World
(4) Social Reality
ตอบ 4หน้า 33 โลกทางสังคม (Social World) หรือความเป็นจริงทางสังคม (Social Reality) เป็นโลกที่เกิดจากการกล่อมเกลาหรือขัดเกลาของสถาบันทางสังคม เช่น ครอบครัว โรงเรียน ที่ทํางาน ศาสนา สื่อมวลชน ฯลฯ ดังนั้นโลกทางสังคมของมนุษย์แต่ละคนจึงเป็นโลกที่เกิดขึ้น จากสิ่งแวดล้อมเชิงสัญลักษณ์ที่แวดล้อมบุคคลเหล่านั้น หรือเป็นโลกที่เกิดจากการรับรู้ ซึ่งมี ลักษณะแตกต่างกัน เช่น คํากล่าวที่ว่า “คนซื่อ คือ คนโง่” ไม่ใช่ความจริงที่เป็นกฎธรรมชาติ แต่เป็นความจริงที่เกิดจากการประกอบสร้างของสังคม

47. ข้อพิจารณาในการเลือกผู้พูดที่จะเป็นตัวแทนขององค์กร/สถาบันในการใช้การพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์
พิจารณาจากอะไร
(1) เป็นผู้รอบรู้ในทุกเรื่อง
(2) เป็นผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง
(3) เป็นคนสนุกสนานร่าเริง ไม่น่าเบื่อ
(4) บุคลิกดี มั่นใจในตนเอง
ตอบ 2 หน้า 62 – 63 การเลือกผู้พูดที่จะเป็นตัวแทนขององค์กร/สถาบันในการใช้การพูด เพื่อการประชาสัมพันธ์ พิจารณาได้จาก
1. เป็นบุคคลสําคัญในองค์กร
2. เป็นผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่พูด
3. เป็นผู้มีอํานาจตัดสินใจในการตัดสินระดับความลับของเรื่องที่พูด
4. เป็นผู้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่พูด
5. เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการสื่อสาร
6. เป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพน่าเชื่อถือ มีกิริยาท่าทางเป็นธรรมชาติ

48. “จุดเด่นของเรา คือ การคืนกําไรสู่สังคมมากกว่าการปันผลกําไรให้แก่สมาชิก ที่อื่นเขาอาจมีเงินมากกว่าเรา บางแห่งมี 40 – 50 ล้านบาท แต่ผลกําไรที่ได้กลับคืนสู่สมาชิกเท่านั้น นั่นคือจุดเด่นที่ทําให้หมู่บ้านของ ข้าพเจ้าได้รับรางวัล ทําให้มีคนมาดูงานจากทั่วประเทศ” ข้อความนี้ขาดองค์ประกอบใด
(1) Credibility
(2) Content
(3) Clarity
(4) Consistency
ตอบ 1 หน้า 74, (คําบรรยาย) ความน่าเชื่อถือ (Credibility) คือ การสื่อสารมีจุดเริ่มต้นจาก บรรยากาศของความน่าเชื่อถือ (Belief) ซึ่งสถาบันหรือหน่วยงานได้สร้างขึ้นจากบุคลิกของผู้พูด เนื้อหาที่มีประโยชน์ และมีการอ้างอิงข้อมูลหลักฐาน เช่น ข้อความข้างต้นขาดการอ้างข้อมูล หลักฐานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการคืนกําไรสู่สังคมว่ามีอะไรบ้าง เป็นต้น

49. ข้อใดเป็นองค์ประกอบของการเขียนบทความที่ดี
(1) ความเด่น ความแปลก สํานวนโวหารที่เร้าใจ
(2) ข้อมูล ข่าวสาร และความคิดเห็น
(3) ตัวผู้เขียน เรื่องที่เขียน ความน่าสนใจ
(4) มีเอกภาพ สัมพันธภาพ สารัตถภาพ
ตอบ 4 หน้า 89 การเขียนบทความ บทวิเคราะห์ และบทบรรณาธิการที่ดี ต้องมีองค์ประกอบสําคัญ 3 อย่าง คือ
1. มีเอกภาพ คือ มุ่งสู่ประเด็นหลักของเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เขียนออกนอกเรื่อง
2. มีสัมพันธภาพ คือ ในแต่ละประเด็นย่อยมีการเชื่อมร้อยเข้าด้วยกัน เพื่อโยงเข้าสู่แกนกลาง ของเรื่องได้อย่างสอดคล้องกัน
3. มีสารัตถภาพ คือ เน้นประเด็นสําคัญให้เห็นอย่างเด่นชัด เพื่อให้ผู้รับสารเห็นไปในทิศทางที่ผู้เขียนต้องการ

50. ข้อใดเป็นอวัจนภาษาที่สําคัญที่สุดในโทรทัศน์
(1) สี
(2) การจัดหน้า
(3) ภาพ
(4) พื้นที่ว่าง
ตอบ 3 หน้า 106, 108, 117 ในการผลิตรายการทางสื่อวิทยุโทรทัศน์นั้น เราจะถือว่าภาพ (Image) เป็นอวัจนภาษาที่เป็นภาษาหลักและมีความสําคัญที่สุดในโทรทัศน์ ส่วนคําบรรยาย (Narrative or Commentary) เป็นวัจนภาษาที่เป็นภาษารอง ซึ่งจะช่วยเสริมความเข้าใจให้ผู้ชมเมื่อดูภาพ อย่างเดียวแล้วไม่สามารถเข้าใจได้ นอกจากนี้อวัจนภาษาประเภทอื่น เช่น ดนตรี แสง สี เสียง ขนาด และมุมกล้อง จะเป็นตัวช่วยเสริมเพื่อสื่อเรื่องราวในภาพให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

51. “แสดงโชว์ในงานศพคาบาเรต์” พาดหัวข่าวนี้ควรเขียนใหม่ว่าอย่างไร
(1) คาบาเรต์แสดงโชว์ในงานศพ
(2) ในงานศพแสดงโชว์คาบาเรต์
(3) แสดงโชว์คาบาเรต์ในงานศพ
(4) ในงานศพแสดงคาบาเรต์โชว์
ตอบ 3 พาดหัวข่าวดังกล่าวควรเขียนใหม่ โดยเรียงลําดับคําขยายให้ถูกต้องได้ว่า แสดงโชว์
คาบาเรต์ในงานศพ

ข้อ 52. – 54. จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคําถาม
(1) Straight News
(2) Human Interest
(3) Feature Story
(4) Article
52. “เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพข่าวและวิทยุโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์เรื่อง ข้อกล่าวหาสื่อรับเงินบริษัทเอกชนเพื่อปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพ” เป็นการเขียนข่าวประเภทใด
ตอบ 1 หน้า 84 การเขียนข่าวแบบตรงไปตรงมา (Straight News) เป็นการเขียนเนื้อข่าวที่บอกข้อเท็จจริง อย่างตรงไปตรงมาตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่มีการเพิ่มเติมสีสันลงไปในเนื้อข่าว ดังนั้น ลักษณะการเขียนจึงเป็นการบอกกล่าวกับผู้อ่านว่าใคร ทําอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทําไม และอย่างไร

53. “พนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ไปตรวจสอบเหตุคนถูกท่อตอกเสาเข็มทับเสียชีวิต บริเวณบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง พบศพคนงานถูกท่อเหล็กตอกเสาเข็มน้ําหนักกว่า 1 ตัน ร่วงลงมา ทับกะโหลกแตกมันสมองกระจาย” เป็นการเขียนข่าวประเภทใด
ตอบ 2 หน้า 84, (คําบรรยาย) การเขียนข่าวแบบสนองปุถุชนวิสัย (Human Interest) เป็นการเขียน เนื้อข่าวที่ใช้การบรรยายหรือพรรณนาให้ผู้อ่านเกิดภาพพจน์เสมือนอยู่ในเหตุการณ์ โดยภาษา ที่ใช้มักเขียนเพื่อสร้างภาพพจน์เชิงวารสารศาสตร์ด้วยการอธิบายความ ให้รายละเอียด และบรรยายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงมักใช้เขียนข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ประชานิยม (เชิงปริมาณ) ข่าวอาชญากรรม ข่าวอุบัติเหตุ ข่าวบุคคลที่คนทั่วไปสนใจ ฯลฯ

54.“รางวัลศิลปาธร จัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินรุ่นกลางที่มีผลงานการสร้างสรรค์ศิลปะอย่างต่อเนื่อง เป็นที่โดดเด่น มีการริเริ่มสิ่งใหม่ทางศิลปะร่วมสมัย และเกิดผลกระทบเชิงบวกแก่สังคม เพื่อเป็นขวัญและกําลังใจแก่ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าออกสู่สังคมทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล” เป็นการเขียนข่าวประเภทใด
ตอบ 3 หน้า 84 การเขียนสารคดีเชิงข่าว (Feature Story) เป็นการเขียนเนื้อข่าวโดยให้ข้อมูลภูมิหลัง และรายละเอียดนอกเหนือจากที่ปรากฏเป็นข่าว ทั้งนี้เพื่อเป็นการให้ความรู้กับผู้อ่านเกี่ยวกับ เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

55. ข้อใดเป็นแนวทางปฏิบัติในการบรรยายสดทางโทรทัศน์
(1) อธิบายสิ่งที่ผู้ชมเห็นและเข้าใจได้จากภาพ
(2) อ่านหรือประกาศจากเอกสารข้อมูลโดยใช้ลีลาภาษาพูด
(3) อ่านตามบทที่เรียบเรียงไว้ล่วงหน้า
(4) บรรยายเหตุการณ์ตามภาพที่ปรากฏ
ตอบ 4 หน้า 107, (คําบรรยาย) การบรรยายสด (Live) ในขณะที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ ผู้บรรยาย จะไม่อ่านจากบทที่เตรียมไว้ แต่จะบรรยายเหตุการณ์ตามภาพที่ปรากฏ หรือบรรยายข้อมูล และเรื่องราวให้สัมพันธ์กับภาพ ซึ่งผู้บรรยายจะต้องเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ ถ่ายทอดสด โดยรู้กําหนดการหรือขั้นตอนของเหตุการณ์นั้น รวมทั้งใช้ปฏิภาณไหวพริบในการ แก้สถานการณ์หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นในขณะที่ทําการถ่ายทอดสด เช่น รายการถ่ายทอดสดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฯลฯ

56. “บิ๊กตู่ รุ่นโรดแมป” พาดหัวข่าวนี้มีลักษณะการใช้ภาษาอย่างไร
(1) เขียนประโยคเต็มใจความสมบูรณ์
(2) ใช้คําชวนสงสัย
(3) ละประธานของประโยค
(4) ใช้ชื่อเล่นหรือฉายา
ตอบ 4 หน้า 81 – 82 พาดหัวข่าวข้างต้นมีลักษณะการใช้ภาษา ดังนี้
1. การเรียกชื่อบุคคลโดยใช้ชื่อเล่นหรือฉายา เช่น บิ๊กตู่ (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา)
2. การตัดคําให้สั้นลง เนื่องจากเนื้อที่มีจํากัด เช่น รุ่น (รุ่นเวลา)
3. ใช้คําภาษาต่างประเทศ เช่น โรดแมป (Road Map)

57. “ลงทะเบียนวันแรกคึก หวยเสรี 4.2 หมื่นราย” พาดหัวข่าวนี้มีลักษณะการใช้ภาษาอย่างไร
(1) ละประธาน ตัดคําสั้น ใช้ภาษาปาก
(2) ใช้คําที่ชวนสงสัย ใช้สํานวนสร้างความรู้สึก
(3) ละประธานของประโยค ใช้เครื่องหมายวรรคตอน
(4) ละประธานของประโยค ใช้คําย่อ
ตอบ 1 หน้า 81 – 82 พาดหัวข่าวข้างต้นมีลักษณะการใช้ภาษา ดังนี้
1. การละประธานของประโยค โดยขึ้นต้นด้วยคํากริยาเพื่อชี้ให้เห็นความสําคัญของเหตุการณ์ว่า เกิดอะไรขึ้น เช่น ลงทะเบียน
2. การตัดคําให้สั้นลง เนื่องจากเนื้อที่มีจํากัด เช่น คึก คึกคัก) ฯลฯ
3. ใช้คําภาษาตลาด หรือภาษาปาก เช่น หวย สลากกินแบ่ง/ลอตเตอรี่) ฯลฯ

58. “อยากได้สิ่งดี ๆ ก็ต้องไม่หยุดค้นหา” เป็นการเขียนพาดหัวโฆษณาแบบใด
(1) บอกประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ
(2) ให้คําแนะนํา
(3) เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย
(4) พาดหัวข่าว
ตอบ 2 หน้า 47, (คําบรรยาย) การให้คําแนะนํา (Advice) หรือคําสั่ง คือ การเขียนข้อความพาดหัว โฆษณาด้วยการแนะนําให้ผู้อ่านกระทําอย่างใดอย่างหนึ่ง และตามด้วยคํามั่นสัญญาเกี่ยวกับ ผลที่ได้รับจากการทําตามคําแนะนํานั้น จึงเป็นวิธีที่ดึงดูดความสนใจได้ดี เพราะเป็นการเจาะจง ลงไปที่การป้องกันหรือแก้ไขปัญหาที่ผู้บริโภคอาจจะประสบหรือกําลังประสบอยู่ ซึ่งบางครั้งอาจ เขียนในรูปของคําสั่งโดยมีคําว่า “อย่า/ห้าม/จง/ต้อง” เพื่อแสดงการสั่งไม่ให้ทําหรือสั่งให้ทําก็ได้

59. น้ำเสียงที่ใช้ในการพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ควรมีลักษณะอย่างไร
(1) พลิ้วไหวไปตามเนื้อเรื่อง
(2) สื่ออารมณ์ความรู้สึก
(3) จริงจังและจริงใจ
(4) ขึงขังมีพลังเร้าอารมณ์
ตอบ 3 หน้า 69 น้ําเสียง (ปริภาษา) ที่ใช้ในการพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ เป็นอวัจนภาษาที่ควรบ่งบอก ถึงความจริงจังของเรื่องที่พูด อารมณ์ ความรู้สึก และความจริงใจของผู้พูด ซึ่งในบางโอกาสผู้พูด อาจใช้น้ําเสียงที่เป็นจริงเป็นจังประกอบด้วยหลักการและความเป็นเหตุเป็นผล แต่ในบางโอกาสผู้พูดอาจใช้น้ําเสียงที่เป็นกันเอง เพื่อทําให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลายและพร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวที่พูด

60. การใช้ภาษาในงานประชาสัมพันธ์ต้องคํานึงถึงอะไรบ้าง
(1) สถานการณ์และสภาพแวดล้อมทางสังคม
(2) กระแสความนิยม
(3) การเรียกร้องของฝ่ายต่าง ๆ
(4) วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย สื่อที่ใช้
ตอบ 4หน้า 62 การใช้ภาษาในงานประชาสัมพันธ์ ต้องคํานึงถึงปัจจัยสําคัญ ดังนี้
1. วัตถุประสงค์ของการประชาสัมพันธ์
2. กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้รับสารการประชาสัมพันธ์
3. เครื่องมือการประชาสัมพันธ์ หมายถึง สื่อที่ใช้และกิจกรรมต่าง ๆ ที่นักประชาสัมพันธ์ เลือกใช้ เพื่อนําข่าวสารการประชาสัมพันธ์ไปสู่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย

61. ข้อใดเป็นตัวอย่างของการอ่านเพี้ยนสระ
(1) ศาสตราจารย์ เป็น ศาสดาจารย์
(2) แจ้ง อ่านเป็น เจ้ง
(3) น้ำ อ่านเป็น น้ำ
(4) ได้ค่ะ อ่านเป็น ได้ค่ะ
ตอบ. 2 หน้า 100 ตัวอย่างการอ่านออกเสียงเพี้ยนแปร่ง มีดังนี้
1. เพี้ยนพยัญชนะ เช่น ความ อ่านเป็น ฟาม, ศาสตราจารย์ อ่านเป็น ศาสดาจารย์ ฯลฯ
2. เพี้ยนสระ เช่น แจ้ง อ่านเป็น เจ้ง, ไป อ่านเป็น ปาย, ค่ะ อ่านเป็น ค่า ฯลฯ
3. เพี้ยนวรรณยุกต์ เช่น ได้ อ่านเป็น ได้, น้ํา อ่านเป็น น้ํา ฯลฯ

62. ข้อใดหมายถึงบทความหรือสารคดีที่มุ่งขายสินค้า
(1) Documentary
(2) Editorial
(3) Advertorial
(4) Drama
ตอบ 3 (คําบรรยาย) Advertorial มาจากคําว่า Advertising + Editorial Matter หมายถึง เนื้อหา โฆษณาที่ให้ความรู้ควบคู่ไปกับการโน้มน้าวใจ โดยมีลักษณะเป็นโฆษณาแฝงสอดแทรกอยู่ใน บทความหรือสารคดีที่มุ่งขายสินค้า หรือเป็นโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์รูปแบบหนึ่งที่ตั้งใจให้ดูเหมือนเป็นบทความหรือสารคดีมากกว่าโฆษณา

63. การเขียนบทวิทยุกระจายเสียงส่วนเนื้อหา คอลัมน์ซ้ายมือระบุอะไร
(1) เนื้อหาที่จะพูด
(2) สิ่งที่เกี่ยวข้องกับรายการ
(3) ชื่อรายการ
(4) แหล่งที่มาของเสียง
ตอบ 4 หน้า 103, (คําบรรยาย) ส่วนเนื้อหาหรือส่วนที่เป็นตัวบทวิทยุกระจายเสียง เป็นส่วนที่บอก ผู้เกี่ยวข้องและสิ่งที่กําหนดให้ทํา ได้แก่ ใครพูด พูดว่าอะไร พูดอย่างไร ฯลฯ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 คอลัมน์ คือ
1. คอลัมน์ซ้ายมือ เป็นการระบุแหล่งที่มาของเสียง เช่น เสียงผู้ประกาศ (Announcer/ANNCR) ฯลฯ
2. คอลัมน์ขวามือ เป็นการระบุว่าเสียงจะเข้ามาในลักษณะใด และผู้ประกาศควรพูดว่าอย่างไร โดยใช้ภาษาพูดที่สุภาพ

64. ถ้าต้องการให้เสียงดนตรีคลออยู่ใต้เสียงพูด ใช้คําสั่งว่าอะไร
(1) Fade In
(2) Fade Out
(3) Fade Under
(4) Cross Fade
ตอบ 3 (คําบรรยาย) วิธีการใช้เสียงดนตรีในบทวิทยุกระจายเสียง มีดังนี้
1. Fade In คือ การปล่อยเสียงดนตรีให้ค่อย ๆ ดังขึ้นจนเข้าสู่ระดับเสียงปกติ
2. Fade Out คือ การหรี่เสียงดนตรีให้เบาลงจนเงียบหายไป
3. Fade Under คือ การหรี่เสียงดนตรีให้เบาลงแล้วคลออยู่ใต้เสียงพูดของผู้ประกาศ
4. Fade Up คือ ในขณะที่เสียงดนตรีกําลังคลออยู่ใต้เสียงพูดของผู้ประกาศ พอพูดจบ ก็ทําให้เสียงดนตรีนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ฯลฯ

ข้อ 65 – 67. จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคําถาม
(1) Host
(2) Disc Jockey
(3) Announcer
(4) Producer

65. ข้อใดหมายถึงผู้จัดรายการ
ตอบ 1 หน้า 96, (คําบรรยาย) Host หมายถึง ผู้จัดรายการหรือผู้ดําเนินรายการสนทนา มีหน้าที่ กล่าวเปิดรายการ นําเข้าสู่ประเด็นที่จะสนทนา แนะนําผู้ร่วมสนทนาหรือแขกรับเชิญ (Guest) โดยอาจคอยพูดเชื่อมโยงให้การสนทนาอยู่ในประเด็น และสรุปใจความสําคัญของการสนทนาอีกครั้งหนึ่ง

66. ข้อใดหมายถึงผู้ประกาศ
ตอบ 3 หน้า 107, (คําบรรยาย) Announcer หมายถึง ผู้ประกาศ ผู้อ่าน หรือโฆษก มีหน้าที่อ่าน หรือประกาศข่าวสารเพื่อถ่ายทอดไปยังผู้ชม ผู้ฟัง ซึ่งผู้อ่านหรือผู้ประกาศจะต้องมีพื้นฐาน การศึกษา ประสบการณ์ และการฝึกฝนมาอย่างดี (ดูคําอธิบายข้อ 63. ประกอบ)

67. ข้อใดหมายถึงผู้ผลิตรายการ
ตอบ 4 (คําบรรยาย) Producer หมายถึง ผู้ผลิตรายการ มีหน้าที่รับผิดชอบในการผลิตรายการ อํานวยการ และประสานงานกับบุคลากรในการผลิตรายการทุกส่วนตามแผนการผลิตรายการ ที่ได้กําหนดไว้

68.ภาพ Knees Shot หมายถึงภาพขนาดให
(1) MLS
(2) LS
(3) ELS
(4) SLS
ตอบ 1 หน้า 109 ภาพระยะปานกลางค่อนข้างไกล (Medium Long Shot : MLS) เป็นภาพถ่าย ในระยะที่เห็นรายละเอียดของจุดเด่นในภาพไม่มากนัก แต่จะเห็นองค์ประกอบอื่น ๆ ในภาพ มากขึ้น ซึ่งหากเป็นการถ่ายภาพบุคคลก็จะเห็นในระดับหัวเข่า ดังนั้นบางครั้งจึงเรียกภาพ ระยะนี้ว่า Knees Shot

69. หากต้องการถ่ายฉากงานหมั้นและต้องการให้เห็นภาพเฉพาะมือที่สวมแหวน ควรใช้ภาพขนาดให
(1) MLS
(2) LS
(3) CU
(4) ECU
ตอบ 4 หน้า 109, (คําบรรยาย) ภาพระยะใกล้มาก (Extreme Close Up : ECU) เป็นการถ่ายภาพ ในระยะใกล้มากเพื่อต้องการเน้นรายละเอียดเฉพาะส่วน เช่น การเน้นถ่ายเฉพาะมือของ นางเอกที่สวมแหวนหมั้น, การถ่ายอวัยวะเฉพาะส่วนของแมลง ฯลฯ หรือถ้าหากเป็นภาพ บุคคลจะเห็นเฉพาะส่วนใบหน้าเพื่อต้องการเน้นอารมณ์ความรู้สึกของผู้แสดง เช่น การเน้น ถ่ายเฉพาะดวงตาขณะผู้แสดงกําลังร้องไห้ ฯลฯ

70. คําว่า “Image” ในภาษาประชาสัมพันธ์ หมายถึงอะไร
(1) ภาพ
(2) ภาพลักษณ์
(3) ภาพประกอบข่าว
(4) ภาพที่เกิดจากคําพูด
ตอบ 2 หน้า 59 ในภาษาประชาสัมพันธ์ คําว่า “Image” หมายถึง ภาพลักษณ์หรือภาพพจน์ ซึ่งเป็นภาพในใจอันเกิดจากการได้รับข้อมูล ข่าวสาร หรือประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่ก่อตัวเป็นทัศนคติ ความเชื่อ และการให้คุณค่า (Value) ต่อสิ่งนั้น ดังนั้นองค์กรและสถาบัน ที่มีภาพลักษณ์ดีย่อมมีคุณค่าในสายตาของสาธารณชน ตรงกันข้ามกับองค์กรหรือสถาบันใด ๆ ที่มีภาพลักษณ์ไม่ดีมักถูกปฏิเสธหรือไม่ได้รับการยอมรับจากสาธารณชน

71. คําว่า “Image” ในภาษาโทรทัศน์ หมายถึงอะไร
(1) ภาพ
(2) ภาพลักษณ์
(3) ภาพประกอบข่าว
(4) ภาพที่เกิดจากคําพูด
ตอบ 1 หน้า 108 ในภาษาโทรทัศน์ คําว่า “Image” หมายถึง ภาพ ซึ่งภาพที่ปรากฏทางจอโทรทัศน์ จะเกิดจากภาพนิ่งหลาย ๆ ภาพเรียงลําดับต่อเนื่องกันจนกลายเป็นภาพเคลื่อนไหว โดยภาพ แต่ละภาพที่ปรากฏในรายการโทรทัศน์จะเรียกว่า ซอต (Shot) และเมื่อเรานําภาพแต่ละซอด
มาลําดับให้ถูกช่วงถูกตอนตามที่ควรจะเป็นก็จะได้ลําดับเรื่องราวตามต้องการ

72.คําว่า “Editing” ในภาษาหนังสือพิมพ์ หมายถึงอะไร
(1) การตัดต่อลําดับภาพ
(2) การตกแต่งภาพ
(3) การบรรณาธิกรณ์
(4) บรรณาธิการ
ตอบ 3หน้า 79, 111 ในภาษาหนังสือพิมพ์ คําว่า “Editing” หมายถึง การบรรณาธิกรณ์ เพื่อปรับปรุงข่าวก่อนส่งพิมพ์ ส่วนในภาษาโทรทัศน์นั้น คําว่า “Editing” หมายถึง การตัดต่อ ลําดับภาพ ซึ่งสามารถทําได้ทั้งรายการที่บันทึกเทปและรายการที่ออกอากาศ โดยใช้อุปกรณ์ ตัดต่อ (Editing Suite)

73. คําว่า “Editing” ในภาษาโทรทัศน์ หมายถึงอะไร
(1) การตัดต่อลําดับภาพ
(2) การตกแต่งต้นฉบับ
(3) การบรรณาธิกรณ์
(4) บรรณาธิการ
ตอบ 1 ดูคําอธิบายข้อ 72. ประกอบ

74. หากต้องการสร้างบรรยากาศที่วังเวง น่ากลัว ควรใช้แสงสีอะไร
(1) เหลือง
(2) ฟ้า
(3) ดํา
(4) น้ำเงิน
ตอบ 4 หน้า 115 – 116, (คําบรรยาย) การใช้สีเพื่อประกอบการให้แสงจะมีอิทธิพลต่อจิตใจและ ความรู้สึกนึกคิดของผู้ชม เช่น สีเหลืองจะให้บรรยากาศที่อบอุ่น เป็นแสงยามเช้า จึงมักใช้ ในรายการประเภทครอบครัว หรือรายการแม่บ้าน, สีน้ำเงินจะให้บรรยากาศลึกลับ วังเวง น่ากลัว จึงมักใช้ในรายการประเภทละครผี เป็นต้น

75. หากต้องการนําเสนอภาพทิวทัศน์โดยให้ผู้ชมได้ชื่นชมทิวทัศน์ในมุมกว้าง โดยการหันกล้องซึ่งติดตั้งอยู่บนเครนจากซ้ายไปขวา หรือขวามาซ้าย เป็นการใช้เทคนิคการเคลื่อนไหวกล้องข้อใด
(1) แพน
(2) ดอลลี่
(3) ทังค์
(4) บูม
ตอบ 3 หน้า 112 ทั้งค์ (Tongue) คือ เทคนิคการเคลื่อนไหวกล้องโดยการหันกล้องซึ่งติดตั้งอยู่บนเครน หรือปั้นจั่นจากซ้ายไปขวา หรือขวามาซ้าย ในขณะที่ระดับสูงต่ําของกล้องยังอยู่ในระดับเดิม เพื่อให้ผู้ชมเห็นภาพในมุมกว้างได้มากขึ้น

ข้อ 76. – 78. จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคําถาม
(1) Cut
(2) Wipe
(3) Freeze Frame
(4) Split Screen

76. ข้อใดเป็นเทคนิคการหยุดภาพไว้ให้ผู้ชมได้เห็นเป็นภาพนิ่ง
ตอบ 3 หน้า 114, (คําบรรยาย) ฟรีซเฟรม (Freeze Frame) คือ เทคนิคการหยุดภาพหรือแช่ภาพไว้ ให้ผู้ชมได้เห็นภาพนั้นนิ่ง ๆ อยู่ชั่วขณะหนึ่ง ส่วนมากจะใช้ในฉากจบของละครโทรทัศน์แต่ละตอน ก่อนที่ไตเติ้ลตอนจบจะขึ้น

77. ข้อใดเป็นวิธีการลําดับภาพที่รวดเร็วและง่ายที่สุด
ตอบ 1 หน้า 114 การคัด (Cut) คือ การตัดภาพจากกล้องหนึ่งไปยังอีกกล้องหนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีการ ลําดับภาพที่รวดเร็วและง่ายที่สุด

78. ข้อใดเป็นเทคนิคที่นํามาใช้เมื่อต้องการเสนอภาพการถ่ายทอดฟุตบอลพร้อมกับโฆษณา
ตอบ 4 หน้า 114 สปลิตสกรีน (Split Screen) คือ เทคนิคการแบ่งกรอบภาพ (Frame) ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อนำเสนอภาพหลาย ๆ ภาพลงในหน้าจอเดียวกัน เช่น การเสนอภาพการถ่ายทอดสดฟุตบอล และโฆษณาไปพร้อม ๆ กัน เป็นต้น

ข้อ 79 – 81. จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคําถาม
(1) Pan
(2) Tilt
(3) Pedestal
(4) Boom

79. ข้อใดหมายถึงเทคนิคการเคลื่อนกล้องขึ้น-ลงบนฐานกล้อง
ตอบ 3 หน้า 112 พีเดสตอล (Pedestal) คือ เทคนิคการเคลื่อนไหวกล้องขึ้น-ลงบนฐานกล้อง
แบบ Studio Pedestal โดยใช้คันบังคับ

80. ข้อใดหมายถึงเทคนิคการเคลื่อนกล้องขึ้น-ลงบนฐานกล้องแบบปั้นจั่น
ตอบ 4 หน้า 112, (คําบรรยาย) บูม (Boom) คือ เทคนิคการเคลื่อนไหวกล้องขึ้น-ลงในแนวตั้งบน ฐานกล้องแบบปั้นจั่น หรือกล้องอยู่บนเครน ซึ่งจะใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนมุมกล้องให้สูงหรือต่ำ
81. ข้อใดหมายถึงเทคนิคการเงยหรือก้มกล้องในแนวตั้ง
ตอบ 2 หน้า 112, (คําบรรยาย) ทิลท์ (Tilt) คือ เทคนิคการเคลื่อนไหวกล้องโดยการเงยกล้อง (Tilt Up) หรือก้มกล้อง (Tilt Down) ในลักษณะแนวตั้ง เพื่อให้ผู้ชมสามารถเห็นภาพมุมสูงและภาพมุมต่ํา ได้มากขึ้น เช่น การนําเสนอภาพตึกสูงในแนวตั้งโดยการเงยกล้อง (Tilt Up) เพื่อให้ผู้ชมได้เห็น ภาพของตึกไล่ขึ้นไปจนถึงยอดตึก เป็นต้น

82.Commentator หมายถึงอะไร
(1) ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์
(2) ผู้อ่านบทโฆษณา
(3) ผู้บรรยาย
(4) ผู้กํากับรายการโทรทัศน์
ตอบ 3 หน้า 97, (คําบรรยาย) Commentator หมายถึง ผู้บรรยาย ผู้วิเคราะห์หรือผู้วิจารณ์ ในรายการวิจารณ์ข่าว (News Commentary) มีหน้าที่หยิบยกประเด็นที่อยู่ในความสนใจ ของสังคมขึ้นมาอธิบาย วิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น บางรายการอาจเปิดโอกาส ให้ผู้ฟังร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย

83.Run-down Sheet ควรใช้สําหรับรายการประเภทใด
(1) ข่าว
(2) บทความ
(3) สารคดี
(4) เพลง
ตอบ 4 หน้า 105, (คําบรรยาย) การเขียนบทวิทยุกระจายเสียงมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่
1. บทที่วางโครงร่างคร่าว ๆ (Run-down Sheet) คือ บทที่ร่างลําดับเนื้อหาหรือ ลําดับการทํางานไว้สําหรับผู้ร่วมงาน ซึ่งมักใช้กับรายการเพลง
2. บทถึงสมบูรณ์ (Semi Script) คือ บทที่มีรายละเอียดสมบูรณ์ในบางส่วนและละไว้บางส่วน มักใช้กับรายการสัมภาษณ์ สนทนา ฯลฯ
3. บทสมบูรณ์ (Complete Script) คือ บทที่มีรายละเอียดทุกอย่างกําหนดไว้ชัดเจน มักใช้ กับรายการละครวิทยุ ข่าว บทความ สปอตโฆษณา ฯลฯ

84. ข้อใดเป็นหลักการเขียนเพื่อการประชาสัมพันธ์
(1) ใช้สํานวนโวหาร
(2) ใช้วลีที่ดึงดูดใจ
(3) ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ให้ความรู้สึกจริงใจ
(4) ใช้คําหรูหราฟังไพเราะ
ตอบ 3 หน้า 72 – 73 หลักการพื้นฐานสําหรับการเขียนเพื่อการประชาสัมพันธ์ มีดังนี้
1. ใช้ภาษาให้ถูกต้อง
2. ใช้รูปแบบการเขียนที่เหมาะสม
3. เรียงคําในประโยคอย่างเหมาะสม
4. ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกจริงใจ
5. เขียนด้วยประโยคสั้น ๆ เพื่อให้ผู้รับสารเข้าใจง่าย
6. ใช้ภาษาที่สื่อความหมาย
7. เขียนด้วยความจริงใจและซื่อสัตย์
8. ใช้ภาษาที่ปราศจากอคติ

85. หนังสือพิมพ์เชิงคุณภาพเสนอข่าวประเภทใด
(1) ข่าวที่ประชาชนสนใจ
(2) ข่าวหนัก
(3) ข่าวเบา
(4) ข่าวที่มีคุณภาพ
ตอบ 2 หน้า 76 – 77, 79 หนังสือพิมพ์เชิงคุณภาพ (Quality Newspaper) หมายถึง หนังสือพิมพ์ ที่นําเสนอข่าวสารข้อมูลที่มีสาระ ซึ่งผู้อ่านต้องใช้ความรู้ความคิดติดตามเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้น จึงจะเข้าใจ โดยข่าวที่นําเสนอจะมีลักษณะการใช้ภาษาเป็นภาษาระดับทางการ (เนื้อข่าวหน้าใน) และกึ่งทางการ (พาดหัวข่าว) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข่าวหนัก (Hard News) เช่น ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการศึกษา ข่าวสิ่งแวดล้อม ข่าวศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น

86. บทบรรณาธิการเป็นความเรียงประเภทใด
(1) ร้อยแก้ว
(2) ร้อยกรอง
(3) ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง
(4) สารคดี
ตอบ 1 หน้า 77 – 78, 89 บทบรรณาธิการหรือบทนํา (Editorial) คือ ความเรียงประเภทร้อยแก้ว
ดังนั้นโดยมีจุดมุ่งหมายหลักของการเขียนเพื่อแสดงถึงทัศนะหรือความคิดเห็นของกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ซึ่งมีต่อสถานการณ์ที่กําลังอยู่ในความสนใจของสาธารณชน บทบรรณาธิการจึงมีความสําคัญในการเป็นข้อเขียนที่แสดงถึงจุดยืนหรือทิศทางของหนังสือพิมพ์ทั้งฉบับต่อสถานการณ์ที่กําลังอยู่ในกระแสสังคม

87. บทบรรณาธิการมีความสําคัญอย่างไร
(1) เป็นข้อเขียนประเภทแสดงความคิดเห็น
(2) เป็นการนําเสนอข้อมูลใหม่ ๆ
(3) แสดงถึงจุดยืนของหนังสือพิมพ์ต่อสถานการณ์ที่อยู่ในกระแสสังคม
(4) แสดงความคิดเห็นของบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ที่มีต่อเรื่องทั่วไป
ตอบ 3 ดูคําอธิบายข้อ 86. ประกอบ

88. หนังสือพิมพ์เชิงคุณภาพมีลักษณะการใช้ภาษาอย่างไร
(1) ใช้ภาษาทางการและภาษาปาก
(2) ใช้ภาษาทางการและกึ่งทางการ
(3) ใช้ภาษาปาก
(4) ใช้ภาษากึ่งทางการและภาษาปาก
ตอบ 2 ดูคําอธิบายข้อ 85. ประกอบ

89. การเขียนบทความ บทบรรณาธิการ ใช้รูปแบบการเขียนแบบใด
(1) Inverted Pyramid
(2) Upright Pyramid
(3) Combination
(4) Straight News
ตอบ 2 หน้า 80, (คําบรรยาย) รูปแบบการเขียนข่าวหนังสือพิมพ์ มีดังนี้
1. แบบพีระมิดหัวกลับ (Inverted Pyramid) คือ การเสนอประเด็นสําคัญของข่าวก่อน รายละเอียด ถือเป็นรูปแบบที่นิยมใช้มากกว่าร้อยละ 85 – 90 ในการเขียนข่าวหนังสือพิมพ์
2. แบบพีระมิดหัวตั้ง (Upright Pyramid) คือ การเสนอรายละเอียดของข่าวก่อน
ประเด็นสําคัญ นิยมใช้ในการเขียนบทความ บทบรรณาธิการ สารคดีเชิงข่าว ฯลฯ
3. แบบผสม (Combination) คือ การเสนอประเด็นสําคัญทั้งในตอนต้นและตอนท้าย
มักใช้ในการเขียนข่าวประชาสัมพันธ์

ข้อ 90. – 92 จงใช้บทความต่อไปนี้ตอบคําถาม

“ทั้งหมดนี้เป็นภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบทําให้เกิดความชัดเจน และต้องประชาสัมพันธ์ เร่งด่วนเพื่อให้รับรู้ร่วมกัน ต้องมีความชัดเจนก่อนประชาคมอาเซียนจะมีผล ในระเบียบหรือข้อตกลง บางอย่างประชาชนคนไทยต้องรับรู้เป็นแนวทาง เรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีหลักปฏิบัติต่าง ๆ”

90. บทความนี้แสดงความคิดเห็นในระดับใด
(1) เสนอแนะ
(2) อธิบายความ
(3) วิพากษ์วิจารณ์
(4) เสนอแนวทางการแก้ปัญหา
ตอบ 4 หน้า 88 – 89, (คําบรรยาย) การแสดงความคิดเห็นในบทความ บทวิเคราะห์ และ บทบรรณาธิการ อาจแบ่งตามระดับจากง่ายไปยากที่สุดได้ ดังนี้
1. ระดับอธิบายความ คือ ผู้เขียนตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบ ที่เกิดขึ้น และคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะตามมา
2. ระดับวิพากษ์วิจารณ์ คือ ผู้เขียนประเมินค่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าดีหรือไม่ดี เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ใครถูกใครผิด ฯลฯ โดยแจกแจงให้เห็นข้อดีข้อด้อยในเรื่องนั้น ๆ
3. ระดับเสนอทางแก้ปัญหา คือ ผู้เขียนให้คําแนะนําหรือให้ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาแก่ ผู้รับผิดชอบ จึงจัดเป็นการเขียนในเชิงวิเคราะห์ที่กล่าวถึงสาเหตุและเสนอทางออกไปพร้อมกัน

91. บทความนี้ใช้ภาษาระดับลีลาใด
(1) ลีลาเยือกเย็น
(2) ลีลาทางการ
(3) ลีลาปรึกษาหารือ
(4) ลีลากันเอง
ตอบ 2 หน้า 15, 90, 92, (คําบรรยาย) ลีลาทางการ (Formal Style) เป็นลีลาของวัจนภาษาที่เป็น พิธีการน้อยกว่าลีลาเยือกเย็น แต่ก็ยังมีลักษณะเป็นแบบแผน และมุ่งสื่อสารไปยังกลุ่มคนที่ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นบุคคลใด เช่น ภาษาที่ใช้เขียนหนังสือราชการ หนังสือเรียน การเขียน บทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์ บทความทางวิชาการ บทวิเคราะห์ การปาฐกถา การบรรยาย ฯลฯ

92. บทความข้างต้นเป็นบทบรรณาธิการประเภทใด
(1) อธิบายความ
(2) วิพากษ์วิจารณ์
(3) แนะนํา
(4) เรียกร้องให้เกิดการกระทํา
ตอบ 4 หน้า 92 บทบรรณาธิการประเภทเรียกร้องให้เกิดการกระทํา (Demand Action) จัดเป็น
บทบรรณาธิการที่เรียกร้องให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งรัฐบาลและเอกชนให้ลงมือกระทําอย่างใด
อย่างหนึ่งในทันทีทันใด โดยต้องชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาและเหตุผลที่ต้องเรียกร้อง ให้มีการปฏิบัติ ซึ่งกองบรรณาธิการจะต้องให้ข้อมูล หลักฐาน ตัวเลข ตัวอย่างเพียงพอที่จะ สนับสนุนข้อเรียกร้องนั้นได้อย่างเต็มที่ และสามารถทําให้ผู้อ่านคล้อยตาม

ข้อ 93 – 94. จงใช้บทความต่อไปนี้ตอบคําถาม

“แต่ถึงจะทําได้หรือทําไม่ได้ก็ตาม นักการเมืองหรือพรรคการเมืองจะต้องรักษาคําสัญญาที่ให้ ไว้ต่อประชาชนในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อสร้างศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย ระบบของรัฐสภา และนักการเมือง ตามคําเรียกร้องของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าทําไม่ได้จริง ๆ ควรจะยอมรับความจริง ต่อประชาชนย่อมจะได้รับความเห็นใจดีกว่าให้สัญญาแบบลม ๆ แล้ง ๆ”

93. ข้อความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทบรรณาธิการประเภทใด
(1) ให้ข่าวสาร
(2) อธิบายความ
(3) แนะนํา
(4) เรียกร้องให้กระทํา
ตอบ 3 หน้า 91 – 92 บทบรรณาธิการประเภทเสนอแนะ (Suggest) เป็นบทบรรณาธิการที่ผู้เขียน
ได้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่กําลังเป็นข่าวและต้องการให้มีการแก้ปัญหาในทางที่ถูกต้อง ซึ่งการเสนอแนะหรือแนะนําจะเป็นเพียงการชี้แนวทางที่เป็นไปได้ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาเลือกปฏิบัติ โดยอาจให้กระทํา ไม่กระทํา หรือเลือกกระทําตามแต่กรณี แต่จะไม่ รุนแรงถึงกับเรียกร้องให้มีการตอบสนองข้อเสนอแนะนั้น

94. บทความข้างต้นแสดงความคิดเห็นในระดับใด
(1) อธิบายความ
(2) วิพากษ์วิจารณ์
(3) วิเคราะห์
(4) ให้คําแนะนํา
ตอบ 4 ดูคําอธิบายข้อ 90. ประกอบ

95. “พายุหว่ามก๋อเคลื่อนจากเวียดนามไปลาว ทําไทยฝนตกหนัก” เป็นการเขียนความนําประเภทใด
(1) The Who Lead
(2) The What Lead
(3) The Where Lead
(4) The Why Lead
ตอบ 4 หน้า 83 ความนําแบบสรุป (Summary Lead) แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้
1. The Who Lead ได้แก่ ความนําที่ขึ้นต้นด้วยบุคคล องค์กรหรือสถาบันที่เป็นข่าว
2. The What Lead ได้แก่ ความนําที่ขึ้นต้นด้วยเหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้น
3. The Where Lead ได้แก่ ความนําที่ขึ้นต้นด้วยสถานที่ที่เกิดเหตุ
4. The When Lead ได้แก่ ความนําที่ขึ้นต้นด้วยวันเวลาที่เกิดเหตุ
5. The Why Lead ได้แก่ ความนําที่ขึ้นต้นด้วยสาเหตุหรือเหตุผลของเรื่องนั้น ๆ
6. The How Lead ได้แก่ ความนําที่ขึ้นต้นด้วยการอธิบายความถึงวิธีการแห่งเหตุการณ์ที่เป็นข่าว

96.“จะดีกว่ามั้ย ถ้ากระดาษที่ใช้ช่วยลดโลกร้อนได้” เป็นการเขียนพาดหัวโฆษณาวิธีใด
(1) พาดหัวข่าว
(2) บอกประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ
(3) ให้คําแนะนํา
(4) ชวนให้สนใจใคร่รู้
ตอบ 2 หน้า 47 การกล่าวถึงประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ (Product Claim) คือ การเขียนข้อความ พาดหัวโฆษณาที่แสดงถึงข้อยืนยันเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริโภคจะได้รับจากการใช้สินค้า ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้ดี เพราะเป็นการกล่าวถึงสิ่งที่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภค และสิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงคือ ข้อเสนอนั้นควรเป็นข้อเสนอที่เด่นชัดจริง ๆ และเชื่อถือได้ โดยข้อความโฆษณาส่วนอื่น ๆ ต้องให้ข้อมูลหลักฐานเพื่อพิสูจน์หรือสนับสนุนข้อเสนอนั้น ๆ

97. “พบกับประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับที่โรงแรมและรีสอร์ท ซึ่งครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวเด่น ในประเทศไทย ผ่อนคลายในห้องสวีทขนาดใหญ่ หรือวิลล่าหลายห้องนอนพร้อมสระน้ำส่วนตัว สนุกกับ กิจกรรมมากมาย เพลิดเพลินกับบรรยากาศสุดหรู” เป็นการเขียนข้อความโฆษณาแบบใด
(1) เขียนข่าว
(2) เล่าเรื่อง
(3) บทสนทนา
(4) เป็นคําสั่ง
ตอบ 2 หน้า 49 การเขียนแบบการเล่าเรื่อง (Narrative Description) เป็นวิธีการเขียนข้อความโฆษณา ส่วนเนื้อเรื่องที่บรรยายเกี่ยวกับประสบการณ์ หรือผลที่จะได้รับจากการใช้สินค้าและบริการที่โฆษณา โดยใช้รูปแบบการเขียนอธิบายความแบบเล่าเรื่อง

98. “จากนี้คุณจะดูสวยขึ้นได้ในทุกมุมมอง” เป็นการเขียนพาดหัวโฆษณาแบบใด
(1) พาดหัวข่าว
(2) บอกประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ
(3) เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย
(4) เป็นคําสั่ง
ตอบ 3 หน้า 47 การเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย (Prospect Selection) คือ การเขียนข้อความพาดหัว โฆษณาที่สื่อความหมายให้ผู้รับสารเข้าใจว่าข้อความนั้นเจาะจงไปที่คนกลุ่มใด (ในที่นี้คือกลุ่มผู้หญิง) จึงมีการใช้ถ้อยคําที่ทําให้กลุ่มเป้าหมายทราบได้ทันทีว่าข้อความนั้นเจาะจงที่จะ สื่อสารกับตนเองโดยตรง (ในที่นี้คือ คําว่า “สวย”) ไม่ใช่เป็นการสื่อสารกับผู้อ่านทั่ว ๆ ไป

99. ข้อใดเป็นเครื่องมือการประชาสัมพันธ์เพื่อการบอกกล่าวเผยแพร่
(1) สารคดีเพื่อการประชาสัมพันธ์
(2) คําขวัญประชาสัมพันธ์
(3) กิจกรรมชุมชนสัมพันธ์
(4) ข่าวแจก
ตอบ 4 หน้า 59, 71, (คําบรรยาย) ข่าวประชาสัมพันธ์ (News Release) หรือข่าวแจก (Press Release) หมายถึง ข่าวที่หน่วยงานประชาสัมพันธ์ผลิตและแจกจ่ายไปยังสื่อมวลชน เพื่อให้บรรณาธิการ
ขององค์กรสื่อมวลชนพิจารณาลงเผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ ซึ่งวัตถุประสงค์ของข่าวประชาสัมพันธ์ คือ เพื่อบอกกล่าวเผยแพร่ โดยจะเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับความก้าวหน้า นโยบาย หรือผลงานของ สถาบันในด้านบวกเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อสถาบัน และใช้ภาษาเขียนอย่างเป็นทางการ

100. “ผู้ตายบุกเข้ามาในห้องนอนกลางดึกหวังเข้ามาขโมยของ ดารานักแสดงตัวประกอบรุ่นเก่าใช้ดาบมรณะ แทงคนตาย” เป็นความนําประเภทใด
(1) The Who Lead
(2) The What Lead
(3) The Where Lead
(4) The Why Lead
ตอบ 1 ดูคําอธิบายข้อ 95. ประกอบ

 

Advertisement