Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิขา LIS 1003 การใช้ห้องสมุด

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 60 ข้อ)

1.             ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกันในแง่ของการผลิตและสร้างสถานที่จัดเก็บสื่อในยุคโบราณ

Advertisement

(1)ห้องสมุดเมืองนิเบเวห์และชาวอัสสิเรียน      

(2) กฎหมายและบาบิโลเนียน

(3) คูนิฟอร์มและสุเมเรียน   

(4) แผ่นหนังและอียิปต์

ตอบ 4 หน้า 6 – 8, (IS 101 เลขพิมพ์ 52079 หน้า 9) พระเจ้าเปอร์กามัมแห่งกรีกทรงดำริใช้

แผ่นหนังสัตว์ฟอก (Parchment) เพื่อใช้บันทึกข้อเขียนแทนแผ่นดินเหนียว แผ่นไม้ แผ่นหิน แผ่นบรอนซ์ กระดูกและกระดองสัตว์ ไหม ผ้าลินิน และกระดาษปาไปรัส โดยแผ่นหนังเหล่านี้ เมื่อนำมาเย็บรวมกันเป็นเล่มก็จะเรียกว่า โคเด็กข่” (Codex) ซึ่งนับเป็นต้นแบบของการเย็บเล่ม หนังสือในปัจจุบัน (ส่วนชาวอียิปต์เป็นชนชาติที่รู้จักบันทึกเหตุการณ์และข่าวสารความรู้ ต่าง ๆ ลงบนแผ่นกระดาษปาไปรัส (Papyrus) ด้วยตัวอักษรภาพที่เรียกว่า ไฮโรกสิพิก” (Hieroglyphic) ตั้งแต่ 3,000 B.C.)

2.             ข้อใดกล่าวถึงข้อมูลและสารสนเทศได้ถูกต้องที่สุด

(1)           ผู้จัดรายการ แฉตอนเย็น” ให้สารสนเทศซึ่งเป็นเรืองส่วนตัวของพระเอกละครเก้งกวางแห่งช่องสี่สี ที่มีแฟนเป็นชะนีสี่คน (ในเวลาเดียวกัน)

(2)           กระทรวงพาณิชย์ให้สารสนเทศด้านกฎหมายแก่นักธุรกิจไทยในการทำธุรกิจที่ประเทศกัมพูชา

(3)           คุณน้ำหวานได้รับสารสนเทศเชิญให้เข้าร่วมงานกับกลุ่มต้มตุ๋นข้ามชาติผ่านอีเมล์

(4)           คุณแดงพิงโฆษกวิทยุให้สารสนเทศเกี่ยวกับสรรพคุณของยาลดความอ้วน

ตอบ 2 หน้า 35, (คำบรรยาย) คำว่า สารสนเทศ” (Information) หมายถึง ข่าวสารความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกิดจากข้อมูลที่ผ่านการกลั่นกรองและประมวลผลแล้ว ตลอดทั้ง ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ ซึ่งบันทึกลงในสื่อหรือวัสดุประเภทต่าง ๆ ที่สามารถถ่ายทอดและ เผยแพร่ได้ ดังนั้นสารสนเทศจึงมีความถูกต้องและมีประโยชน์ต่อผู้ใช้มากกว่าข้อมูล เนื่องจาก สามารถนำมาช่วยแก้ไขปัญหาและประกอบการตัดสินใจได้ ส่วนคำว่า ข้อมูล” (Data) หมายถึง ข้อมูลดิบหรือข้อเท็จจริงที่ยังไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง หรือยังไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง วิเคราะห์ ตรวจสอบ และประเมินผลอย่างเป็นระบบ เช่น ข่าวจากหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ ข่าวซุบซิบหรือ ข่าวลือ การโฆษณาสินค้า ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต การกล่าวหา/โจมตีคู่แข่งทางการเมือง เป็นต้น

3.             ข้อใดกล่าวถึง การศึกษา” ไต้ครอบคลุมที่สุด

(1)           แดงไม่สนใจเรียนในห้องเรียน แต่เก็บเกี่ยวความรู้การทำนาจากพ่อและแม่

(2)           เอกเรียนรู้การใส่ปุ๋ยนาข้าวจากครูเจตนา โดยไม่ใส่ใจการอธิบายของพี่ชายซึ่งเป็นปราชญ์ดินของหมู่บ้าน

(3)           สมหญิงได้ตั้งใจฟังครูอธิบายและค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมชะนี

(4)           อภิชัยเรียนรู้วิธีซ่อมเครื่องซักผ้าจากร้านซ่อมเครื่องออนไลน์ โดยไม่สนใจคำแนะนำของภรรยา

ตอบ 3 หน้า 16 – 20, (คำบรรยาย) การศึกษา หมายถึง การเสาะแสวงหาความรู้จากหลาย ๆ ทางเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในเรื่องนั้น ๆ โดยวิธีศึกษาหาความรู้ที่เป็นพื้นฐานของ การแสวงหาความรู้มีอยู่ 4 วิธี ได้แก่ การอ่าน การฟัง การไต่ถาม และการจดบันทึก

ซึ่งตรงตามหลักของหัวใจนักปราชญ์ ได้แก่ สุ จิ ปุ ลิ” ดังนี้

1.             สุ (สุต หรือสุตตะ) คือ การฟังหรือการรับสารทั้งปวง รวมทั้งการอ่านหนังลือ และการค้นคว้า หาความรู้จากสื่อต่าง ๆ

2.             จิ (จินตนะ หรือจินตะ) คือ การคิดวิเคราะห์ไตร่ตรองสิ่งต่าง ๆ

3.             ปุ (ปุจฉา) คือ การไต่ถามหรือเสวนาหาคำตอบจากผู้รู้

4.             ลิ (ลิขิต) คือ การเขียนหรือการจดบันทึก

4. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับประเด็นความเป็นมาของห้องสมุดในประเทศไทย

(1)    หอพระมณเฑียรธรรม คือ หอไตรแห่งวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

(2)    หอหลวงสร้างขึ้นเพื่อเก็บเอกสารของราชสำนักในสมัยกรุงศรีอยุธยา

(3)    ตึกถาวรวัตถุใช้เป็นหอไตรแห่งวัดมหาธาตุในสมัยรัชกาลที่ 5

(4)    หอพุทธสาสนสังคหะสร้างขึ้นในวัดเบญจมบพิตร

ตอบ 3 หน้า 9 – 10, (คำบรรยาย) ห้องสมุดในประเทศไทยมีพัฒนาการตามลำดับยุคสมัยดังนี้

1.      สมัยสุโขทัย ได้แก่ หอไตรหรือหอพระไตรปิฎกภายในวัดวาอารามต่าง ๆ

2.      สมัยอยุธยา ได้แก่ หอหลวงภายในพระราชวัง เพื่อเก็บรักษาหนังสือ วรรณกรรมทางโลก ตัวบทกฎหมาย และเอกสารทางราชการของราชสำนัก

3.      สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการสร้างหอสมุดประจำรัชกาลต่าง ๆ ได้แก่ หอพระมณเฑียรธรรม หรือหอไตรภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ในสมัยรัชกาลที่ 1,

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ในสมัยรัชกาลที่ 3, หอพระสมุดวชิรญาณ หอพุทธสาสนสังคหะ (ตั้งอยู่ในวัดเบญจมบพิตร) และหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร ในสมัยรัชกาลที่ 5 ตามลำดับ

5.      การใช้หนังลือ “Post Capital Society” เพื่อประกอบการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ตรงกับวัตถุประสงค์ ของห้องสมุดใบข้อใดมากที่สุด

(1) เพื่อความจรรโลงใจ

(2) เพื่อข่าวสารความรู้

(3) เพื่อการค้นคว้าวิจัย

(4) เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย

ตอบ 3 หน้า 24 ห้องสมุดโดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์ 5 ประการ คือ

1.      เพื่อการศึกษา เข่น การจัดหาหนังลือประกอบการเรียนเอาไว้ให้บริการ

2.      เพื่อให้ข่าวสารความรู้ เช่น การที่ห้องสมุดจัดให้มีหนังสือพิมพ์เอาไว้ให้บริการ

3.      เพื่อการค้นคว้าวิจัย เช่น การจัดให้มีฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ ศูนย์สารสนเทศ ฯลฯ

4.      เพื่อความจรรโลงใจ เช่น การจัดหาหนังสือธรรมะ อัตชีวประวัติบุคคลสำคัญ กวีนิพนธ์ และวรรณกรรมซีไรต์ไว้ให้บริการ เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามแก่ชีวิต

5.      เอการพักผ่อนหย่อนใจ เช่น การให้บริการหนังลือบันเทิงต่าง ๆ นวนิยาย เรื่องสั้น ฯลฯเพื่อช่วยให้ผู้อ่านผ่อนคลายความตึงเครียดได้

6.      วิธีการอ่านแบบวิเคราะห์เป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมการเรียนในข้อใดมากที่สุด

(1)    การเตรียมตัวสอบวิชา กฎหมายอาญา

(2)    การค้นหาคำว่า กฎหมายอาญา” จากพจนานุกรมกฎหมายไทย

(3)    การตัดสินใจเลือกซื้อหนังลือ กฎหมายอาญา

(4)    การทำรายงานเรื่อง ปัญหากฎหมายอาญาของไทย

ตอบ 4 หน้า 18, (คำบรรยาย) การอ่านแบบวิเคราะห์ (Critical Reading) เป็นทักษะการอ่านในระดับสูงสุด ถือว่าเป็นสุดยอดของกระบวนการอ่านเอาความ ซึ่งผู้อ่านมักเป็นนักวิจัยหรือ นักวิชาการที่ต้องมีความรู้ในเรื่องที่จะอ่านมาก่อน เพราะเป็นการอ่านที่ต้องใช้วิจารณญาณ อย่างมาก สามารถแลดงความคิดเห็น พร้อมทั้งประเมินค่าหรือวิจารณ์สิ่งที่อ่านได้อย่างมีเหตุผล และมีหลักเกณฑ์ เช่น การอ่านเพื่อรวบรวมข้อมูลมาประกอบการทำรายงาน ทำวิจัย การอ่านบทวิจารณ์หนังสือ เป็นต้น

7.         กฤตภาค การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ” หาอ่านได้จากฝ่ายใดของสำนักหอสมุดกลาง ม.ร.

(1) ฝ่ายวัสดุไม่ตีพิมพ์

(2)ฝ่ายวารสารและเอกสาร    

(3) ฝ่ายเทคนิค           

(4) ฝ่ายบริการผู้อ่าน

ตอบ 2 หน้า 40 – 41 ฝ่ายวารสารและเอกสาร จะรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดหา พิจารณาคัดเลือกและประเมินคุณค่าวารสาร จัดทำดรรชนีและสาระสังเขปบทความจากวารสารและเอกสาร จัดทำบรรณานุกรมวารสาร รวมทั้งให้บริการวารสาร นิตยสาร หนังสือพิมพ์ จุลสาร สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง และเอกสารทั่ว ๆ ไป ตลอดจนจัดทำกฤตภาคไว้ให้บริการ

8.         แหล่งสารสนเทศในข้อใดที่ทำหน้าที่สงวนเอกสารเก่าของหน่วยงานราชการเพื่อใช้อ้างอิงทางประวัติศาสตร์ กฎหมาย และวิชาการ

(1)       ศูนย์เอกสาร    (2) พิพิธภัณฑ์ (3) หอจดหมายเหตุ     (4) ห้องสมุดเฉพาะ

ตอบ 3 หน้า 36 หอจดหมายเหตุ เป็นหน่วยงานสารสนเทศที่จัดเก็บรวบรวมรักษาเอกสารจดหมายเหตุที่สำคัญ ๆ ไว้มากที่สุด เช่น เอกสารทางราชการ จดหมายโต้ตอบ บันทึกส่วนตัว ฯลฯ ซึ่งเป็นเอกสารโบราณหรือเอกสารเก่าย้อนหลังที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศหรือของทางราชการ หน่วยงานเอกขนและบุคคล ทั้งนี้เพื่อรวบรวมเหตุการณ์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ กฎหมาย วิชาการ หรือการค้นคว้าวิจัย และเพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบไป เช่น หอจดหมายเหตุแห่งชาติ สังกัดกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ

9.         ข้อใดหมายถึงทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด

(1)       ฐานข้อมูลออนไลน์ที่บรรณารักษ์กำลังดำเนินการจัดซื้อจัดหา

(2)       ฐานข้อมูลออนไลน์ที่บริษัทเสนอขายให้กับห้องสมุด

(3)       ฐานข้อมูลออนไลน์ที่ห้องสมุดเป็นสมาชิกและพร้อมให้บริการ

(4)       ฐานข้อมูลออนไลน์ที่ห้องสมุดได้ติดต่อให้บริษัทมาสาธิตวิธีการใช้งาน

ตอบ 3 หน้า 5576133 – 134 ทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด หมายถึง แหล่งสารสนเทศทุกรูปแบบ ที่ห้องสมุดได้คัดเสือก จัดหา วิเคราะห์ และจัดเก็บรวบรวมอย่างเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็น สิ่งตีพิมพ์บนแผ่นกระดาษ สิ่งบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยมือ สื่อโสตทัศน์ วัสดุย่อส่วน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนฐานข้อมูลออนไลน์ที่ห้องสมุดเป็นสมาชิกและพร้อมให้บริการ รวมทั้งบรรณารักษ์หรือบุคลากรบริการสารสนเทศที่ทำหน้าที่ให้บริการและขวยผู้ใช้ค้นหา สารสนเทศที่ต้องการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

10.       ข้อใดกล่าวถึงเชิงอรรถของหนังสือได้ชัดเจนที่สุด

(1)       ส่วนที่ช่วยอธิบายคำหรือข้อความบางตอนที่ปรากฏในเนื้อหา

(2)       ส่วนที่ให้คำอธิบายคำยากหรือศัพท์เฉพาะ

(3)       บัญชีคำหรือวลีที่ปรากฏในตอนท้ายของหนังสือ

(4)       บัญชีรายชื่อหนังสือหรือเอกสารอื่นที่ปรากฏในท้ายเล่มของหนังสือ

ตอบ1 หน้า 64 เชิงอรรถ (Footnotes) เป็นส่วนที่อธิบายคำหรือขยายข้อความบางตอนที่ปรากฏ ในเนื้อเรื่อง เพื่อบอกให้ผู้อ่านทราบถึงแหล่งที่มาของข้อความว่ามาจากแหล่งใด หรืออธิบาย คำยาก ให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากข้อความตอนนั้น โดยทั่วไปเชิงอรรถจะปรากฏอยู่ที่ตอนล่างของหน้าที่มีข้อความที่อ้างถึงนั้น หรืออาจรวมอยู่ท้ายบทหรือท้ายเล่มก็ได้ ทั้งนี้ประโยชน์ของ เชิงอรรถก็คือ ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อเรืองได้ดียิ่งขึ้น และบอกแหล่งที่มาของข้อความที่ยกมา อ้างอิง ซึ่งผู้สนใจอาจไปหาอ่านเพิ่มเติมในภายหลัง

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?