LIS1001 สารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการค้นคว้า การสอบไล่ภาค1 ปีการศึกษา2557

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LIS 1001 สารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการค้นคว้า

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ)

1.    ข้อใดเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรม มีคุณค่าควรแก่การนำไปดำเนินการให้สื่อความหมายได้

Advertisement

(1)   ข้อมูล     

(2) ข่าวสาร     

(3) สารสนเทศ 

(4) ความรู้

ตอบ 1 หน้า 3 ข้อมูล (Dataหมายถึง ข้อเท็จจริงที่เป็นนามธรรม รูปธรรมซึ่งมีความหมายที่บ่งบอกได้ในตัวเอง และมีคุณค่าควรแก่การนำไปดำเนินการให้สื่อความหมายได้

2. ปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการดูแลสุขภาพอนามัยของท่านคือข้อใด

(1) ปัญญา     

(2) สารสนเทศ 

(3) ข้อมูลข่าวสาร    

(4) ความรู้

ตอบ 2 หน้า 5(IS 103 เลขทืมฟ 53345 หน้า 5 6) สารสนเทศเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพการดำรงขีวิตของมนุษย์ในทุกด้าน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ดังต่อไปนี้

1.    ลดอัตราการตายจากโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้รู้จักวิธีดูแลสุขภาพอนามัย

2.    ช่วยให้ประชาชนเป็นผู้บริโภคอย่างฉลาด รู้จักเลือกใช้สินค้าที่มีบ่ระโยชน์ และประเมิน คุณภาพของสินค้าได้

3. พัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น   

4. ช่วยลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ

5.    ส่งเสริมการศึกษาค้นคว้า และลดค่าใช้จ่ายจากการทำวิจัยซํ้าซ้อน

6. รู้จักแก้ป็ญหาได้ดีขึ้น   

7. เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างองค์ความรู้

8. เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาประเทศ

3.    ข้อใดเกิดขึ้นจากการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้บุคลากรสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างงานที่ปฏิบัติร่วมกัน     

(1) ยุคสังคมสารสนเทศ

(2) ยุคแห่งภูมิปัญญา

(3) ยุคเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์  

(4) ยุคการเรียนรู้

ตอบ 2 หน้า 136 สังคมในศตวรรษที่ 21 เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาหรือสังคมแห่งการเรียนรู้ ที่มีพื้นฐานมาจากสังคมสารสนเทศ โดยบุคลากรซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานภายใต้วิชาชีพต่างๆ หรือที่เรียกว่า “พนักงานแห่งภูมิปัญญา’‘ (Knowledge Workerจะช่วยกันสร้างและพัฒนาองค์กร แห่งการเรียนรู้ขึ้น เพื่อให้บุคลากรสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างทั่วถึงและสะดวก รวมทั้งสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณในระหว่างที่ปฏิบัติงานร่วมกัน ทำให้หน่วยงาน องค์กร และประชากรในสังคมกลายเป็นผู้มีความรู้ ใฝ่รู้ใฝ่เรียน และมีการศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต

4.    “The Code of Hummurabi” เกี่ยวข้องกับบันทึกสารสนเทศอย่างไร

(1)   แผ่นดินเหนียว/อักษรคูนิฟอร์ม  

(2) กระดาษปาไปรัส/อักษรไฮโรกลิฟิก

(3) แผ่นหินทรงกระบอก/อักษรคูนิฟอร์ม    

(4) แผ่นหนังสัตว์/อักษรไฮโรกลิฟิก

ตอบ 3 หน้า 7-9 ชาวบาบิโลเนียน ซึ่งอาศัยอยูเนแคว้นเมโสโปเตเมียตอนล่าง เป็นกลุ่มที่ได้รับ การถ่ายทอดวัฒนธรรมจากชาวสุเมเรียน โดยนำอักษรรูปลิ่มไปบันทึกเรื่องราวต่างๆ และยังได้คิดค้น “ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี” (The Code of Hummurabiซึ่งเป็นกฎหมายสนองตอบ แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดยถือเป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกของโลกที่จารึกด้วยอักษรคูนิฟอร์ม ลงบนแผ่นหินทรงกระบอกสีดำ จึงนับว่าเป็นมรดกทางอารยธรรมที่มีค่ายิ่ง

5.    ชนชาติใดเป็นผู้ริเริ่มจัดหมวดหมู่ความรู้ที่บันทึก

(1)   บาบิโลเนียน    

(2) สุเมเรียน    

(3) อียิปต์

(4) อัสสิเรียน

ตอบ 4 หน้า 9(คำบรรยาย) ชาวอัสสิเรียน ซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของดินแดนเมโสโปเตเมีย ได้ส่งผู้มีความรู้ด้านภาษาไปคัดลอกเรื่องราวจากบาบิโลเนียน และนำไปเก็บไว้ที่ห้องสมุด เมืองนิเนเวห์ ซึ่งถือว่าเป็นห้องสมุดที่มีการจัดเก็บหนังสืออย่างเป็นระบบหรือมีการนำ เครื่องหมายกำกับเรียงไว้เป็นหมวดหมู่ ดังนั้นจึงนับเป็นรากฐานของการจัดระบบหนังสือของห้องสมุดในปัจจุบัน

6.    ข้อใดเป็นสื่อที่ชนชาติกรีกใช้บันทึกข่าวสารความรู้

(1)   แผ่นหิน   

(2) แผ่นบรอนซ์

(3) แผ่นหนังสัตว์     

(4) แผ่นดินเหนียว

ตอบ 3 หน้า 9 ชาวกรีกโบราณได้นำแผ่นหนังสัตว์ฟอกมาใช้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ แทนแผ่นดินเหนียว กระดาษปาไปรัส แผ่นไม้ แผ่นหิน แผ่นบรอนซ์ ฯลฯ ซึ่งแผ่นหนังสัตว์เหล่านี้เมื่อนำมาเย็บรวมกันเป็นเล่มจะเรียกว่า “โคเด็กซ์” (Codexหรือหนังสือแผ่นหนังสัตว์ ซึ่งถือเป็นต้นแบบ ของการเย็บเล่มหนังสือในปัจจุบัน โดยห้องสมุดที่รวบรวมแผ่นหนังที่สำคัญคือ ห้องสมุด เปอร์กามัมของกรีก

7.    หอพระไตรปิฎกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์คือข้อใด

(1)   หอพระมณเฑียรธรรม

(2) หอพุทธสาสนสังคหะ

(3) หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร   

(4) หอพระสมุดวชิรญาณ

ตอบ 1 หน้า 11 ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้เริ่มมีการสังคายนาพระไตรปิฎก หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1)โปรดเกล้าฯให้สร้าง “หอพระมณเฑียรธรรม” ในปี พ.ศ. 2326 ซึ่งเป็นหอพระไตรปิฎกหรือห้องสมุดวัดที่ตั้งอยู่ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เพื่อประดิษฐานพระไตรปิฎกหลวงและหนังสือจำนวนมาก ดังนั้นจึงถือเป็น หอสมุดพุทธศาสนาของหลวงหลังแรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

8.    “หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร” เปลี่ยนชื่อมาเป็น “หอสมุดแห่งชาติ” ในรัชสมัยใด

(1)   รัชกาลที่ 9      

(2) รัชกาลที่ 8 

(3) รัชกาลที่ 7 

(4) รัชกาลที่ 6

ตอบ3 หน้า 12(15 103 เลขพิมพ์ 53345 หน้า 10) ในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้รวมหอพระมณเฑียรธรรม หอพุทธสาสนสังคหะ และหอพระสมุดวชิรญาณเข้าด้วยกัน จากนั้น จึงสร้างเป็นห้องสมุดแห่งใหม่ในพระบรมมหาราชวังชื่อว่า “หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร” ซื่งถือเป็นรากฐานของหอสมุดแห่งชาติในปัจจุบัน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้ย้าย มาอยู่ที่ตึกถาวรวัตถุนอกพระบรมมหาราชวัง จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 7 ได้โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น “หอสมุดแห่งชาติ’’ และใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

9.    ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของห้องสมุด

(1)   ให้โอกาสแก่ทุกคนเลือกอ่านหนังสือได้โดยอิสระตามความสนใจของแต่ละบุคคล

(2)   สนับสนุนความเป็นประชาธิปไตย ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งสารสนเทศได้ตามที่ต้องการ

(3)   เป็นสถานที่รวมของทรัพยากรสารสนเทศต่าง ๆ ที่ผู้ใช้สามารถค้นคว้าหาความรู้ทุกสาขาวิชา

(4)   ช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่านรักการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ตอบ 2 หน้า 21 – 22(คำบรรยาย) บทบาทและความสำคัญของห้องสมุด มีดังนี้

1.    เป็นสถานที่รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศต่าง ๆ ที่ผู้ใช้สามารถคันคว้าหาความรู้ทุกสาขาวิชา

2.    ส่งเสริมการศึกษาคันคว้าวิจัยทั้งในและนอกระบบการศึกษา นั่นคือ ให้โอกาสแก่ทุกคน ในการเลือกอ่านหนังสือเพื่อศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ ตามความสนใจของแต่ละบุคคล

3.    ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

4. ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

5. ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย นั่นคือ ให้ผู้ใช้รู้จักหน้าที่และสิทธิของพลเมืองในการดูแลรักษาและปฏิบัติตามระเบียบของห้องสมุด เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ฯลฯ

10.  ต้องภารค้นหาและตรวจสอบทรัพยากรสารสนเทศจากสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ท่านสามารถเข้าใช้ผ่านทางข้อใด

(1)   www.google.co.th

(2) INNOPAC

(3) www.ru.ac.th   

(4) RAMLINET

ตอบ 4 หน้า 12 – 132729 ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ (Automatic Library Systemคือ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงานของห้องสมุด เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสืบค้น และเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้พัฒนาห้องสมุดให้เป็นระบบเครือข่ายห้องสมุดอัตโนมัติเรียกว่า “RAMLINET

Advertisement