Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1 เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 นายอาร์กู้ยืมเงินจากนายเอ 20,000,000 บาท เพื่อนําเงินไปวางมัดจําในการซื้อรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ ยี่ห้อรัมโพนิกี้ รุ่นมาร์ธาร์ออ จากนายวีพ่อค้าในราคา 35,000,000 บาท ซึ่งรถยนต์ดังกล่าวนายวีได้รับซื้อมาจากนายยอร์นนี่ในราคา 10,000,000 บาท ซึ่งนายยอร์นนี่ ได้ลักขโมยจากเจ้าของในต่างประเทศและได้ถูกลักลอบนําเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย โดยนายอาร์ ได้มอบโฉนดที่ดินเลขที่ 539589 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 80 ตารางวา ให้นายโอยึดไว้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินดังกล่าว ทั้งนี้นายโอไม่ทราบเหตุผลในการกู้ยืมดังกล่าว โดยที่นายวียังมิได้บอกเหตุผลดังกล่าวให้บุคคลใดทราบเลย ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 นายโอได้ซื้อรถยนต์ดังกล่าวต่อจากนายอาร์ในราคา 45,000,000 บาท โดยนายโอและนายอาร์ได้ตกลงหักกลบลบหนี้กันจํานวน 20,000,000 บาท แล้ว และให้หนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินระงับหมดสิ้น แต่นายโอไม่ยอมคืนโฉนดที่ดินเลขที่ 589589 ดังกล่าว ให้แก่นายอาร์ โดยอ้างว่า ขอเก็บไว้เป็นที่ระลึกและนายอาร์ก็ไม่ติดใจเรียกเอาโฉนดที่ดินดังกล่าว คืนอีกเลย ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่านายอาร์ นายโอ และนายวี ได้ออกไปนอกราชอาณาจักรไทย ในช่วงเวลาดังกล่าวเลย ให้ท่านวินิจฉัยว่า ในปีภาษี 2560 เงินได้พึงประเมินรายการดังกล่าว ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา 39 “ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“เงินได้พึงประเมิน” หมายความว่าเงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้เงินได้ที่กล่าวนี้ ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งอาจคิดคํานวณได้เป็นเงิน เงินค่าภาษีอากรที่ ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สําหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ และเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิด้วย”

มาตรา 41 “ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ใน ประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ เงินได้พึงประเมินตามรายการดังกล่าว จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

1 การที่นายอาร์กู้ยืมเงินจากนายโอ 20,000,000 บาท โดยไม่มีดอกเบี้ยนั้น ถือว่าการที่ นายอาร์ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเป็นประโยชน์ที่นายอาร์ได้รับซึ่งอาจคิดคํานวณได้เป็นเงิน ประโยชน์ที่นายอาร์ ได้รับดังกล่าวซึ่งคิดเป็นเงินได้จํานวน 1,500,000 บาท (20,000,000 x อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี) จึงถือ เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 และเป็นเงินได้พึงประเมินเนื่องจากกิจการที่ทําในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง และถือเป็นเงินได้ที่นายอาร์ได้รับแล้วตามเกณฑ์เงินสด ดังนั้น นายอาร์จึงต้องนําเงิน 1,500,000 บาท มาคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

2 การที่นายวีได้ขายรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ ยี่ห้อรัมโพนิกี้ รุ่นมาร์ธาร์ออ ให้แก่นายอาร์ ในราคา 35,000,000 บาท ซึ่งรถยนต์ดังกล่าวนายวีได้รับซื้อมาจากนายยอร์นนี้ในราคา 10,000,000 บาท ทําให้ นายวีได้กําไร 25,000,000 บาทนั้น เงินกําไรดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 ตามหลักเกณฑ์เงินสด นายวีจะต้องนํามาคํานวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพราะเป็นเงินได้เนื่องจากกิจการที่ทําในประเทศไทย และเป็นเงินได้เนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง

3 การที่นายอาร์ได้ขายรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่นายโอในราคา 45,000,000 บาท ทําให้ นายอาร์ได้กําไร 10,000,000 บาท เงินกําไรที่นายอาร์ได้รับจํานวน 10,000,000 บาทดังกล่าว ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 39 ตามหลักเกณฑ์เงินสด นายอาร์จะต้องนํามาคํานวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพราะเป็นเงินได้ เนื่องจากกิจการที่ทําในประเทศไทย และเป็นเงินได้เนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง

ส่วนการที่นายโอได้รับมอบเอกสารโฉนดที่ดิน เลขที่ 589589 จากนายอาร์เพื่อยึดถือไว้เป็น หลักประกันการกู้ยืมเงินดังกล่าวนั้น แม้โฉนดที่ดินจะเป็นทรัพย์สินและถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 ที่นายโอได้รับเนื่องจากกิจการที่ทําในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อนายโอยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ตามโฉนดที่ดินดังกล่าว นายโอจึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่อย่างใด

สรุป

นายอาร์จะต้องนําประโยชน์ที่ได้รับคือดอกเบี้ยจํานวน 1,500,000 บาท และเงินกําไร จากการขายรถยนต์ดังกล่าวจํานวน 10,000,000 บาท มาคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

นายวีจะต้องนํากําไรจากการขายรถยนต์ดังกล่าวจํานวน 25,000,000 บาท มาคํานวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ส่วนนายโอไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

 

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?