Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยสวน มี 3 ข้อ

ข้อ 1 นายแสงเป็นคนไทย ทํางานอยู่ที่บริษัท ช็อกโกเวิลด์ จํากัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ได้รับเงินเดือน ๆ ละ 100,000 บาท นายแสงได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2560 เพื่อมาเยี่ยมครอบครัวและมาเก็บค่าเช่าบ้านที่ตนปล่อยเช่า โดยนํากําไลข้อมือราคา 300,000 บาท ซึ่งนําเงินเดือนสะสมตั้งแต่ต้นปีไปซื้อติดตัวเข้ามาประเทศไทยด้วย เมื่อนายแสงเยี่ยมครอบครัวเสร็จ จึงไปเก็บค่าเช่าบ้านจํานวน 50,000 บาทแล้วรีบกลับประเทศอังกฤษในปลายเดือนมิถุนายน เพราะเกรงว่าตนจะต้องเสียภาษีตามหลักถิ่นที่อยู่ ให้วินิจฉัยว่านายแสงต้องนําจํานวนเงินได้ข้างต้น มาเสียภาษีให้กับประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา 39 “ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“เงินได้พึงประเมิน” หมายความว่าเงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้เงินได้ที่กล่าวนี้ ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งอาจคิดคํานวณได้เป็นเงิน เงินค่าภาษีอากรที่ ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สําหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ และเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิด้วย”

มาตรา 41 “ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ใน ประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

ผู้อยู่ในประเทศไทย มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เมื่อนําเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ในปีภาษีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย”

วินิจฉัย

โดยหลักแล้ว ในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีเงินได้ ให้กับประเทศไทย ต่อเมื่อเงินได้พึงประเมินนั้น เกิดเนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในประเทศไทย หรือกิจการที่ทํา ในประเทศไทยหรือกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคหนึ่ง)

ส่วนในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นนอกประเทศ ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีให้กับประเทศไทย ต่อเมื่อผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และมีเงินได้พึงประเมิน เนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในต่างประเทศหรือ กิจการที่ทําในต่างประเทศหรือทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ และได้นําเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษี เดียวกับปีที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม)

กรณีตามอุทาหรณ์ นายแสงจะต้องนําจํานวนเงินได้ดังกล่าวมาเสียภาษีให้กับประเทศไทยหรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

1 กรณีกําไลข้อมือ ซึ่งนายแสงได้นําเงินเดือนสะสมตั้งแต่ต้นปีไปซื้อมาราคา 300,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินในความหมายของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แม้เงินได้พึงประเมินดังกล่าวจะเกิดขึ้น เนื่องจากหน้าที่งานที่ทําในต่างประเทศ และนายแสงได้นําเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย แต่เมื่อข้อเท็จจริง ปรากฏว่านายแสงได้อยู่ในประเทศไทยเพียง 1 เดือน ซึ่งไม่ถึง 180 วันในปีภาษี ดังนั้นนายแสงจึงไม่ต้องนํา จํานวนเงินได้ดังกล่าวนี้มาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ประเทศไทย เพราะไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามมาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม

2 กรณีเงินค่าเช่า จํานวน 50,000 บาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่เกิดจากทรัพย์สินที่อยู่ ในประเทศไทย ดังนั้น นายแสงจึงต้องนําเงินได้ดังกล่าวมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ประเทศไทยตาม หลักแหล่งเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แม้นายแสงจะมิได้อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันก็ตาม

สรุป

นายแสงไม่ต้องนําเงินได้พึงประเมินจากกําไลข้อมือมาคํานวณเพื่อเสียภาษี แต่จะต้อง นําเงินได้พึงประเมินจากเงินค่าเช่าจํานวน 50,000 บาท มาคํานวณเพื่อเสียภาษีให้กับประเทศไทย

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?