LAW4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้ 2/2556

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1 ปีภาษี 2556 ตลอดทั้งปี บริษัท จิม ทอมสัน จํากัดประเทศไทย ได้ส่งนางสาวกะรัตผู้จัดการฝ่ายออกแบบลายผ้าไปประจําอยู่ที่ร้านลายไทย กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของบริษัทฯ โดยเงินเดือนแต่ละเดือนบริษัทฯ จะส่งเข้าบัญชีที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาปารีสเดือนละ 200,000 บาท ใน ระหว่างที่อยู่ประเทศฝรั่งเศสนางสาวกะรัตได้รับค่าจ้างพิเศษค่าออกแบบลายผ้าเพื่อใช้ในคอลเล็คชัน ฤดูร้อนจากบริษัทวิเวียนกูตูร์ ประเทศฝรั่งเศสเป็นเงินจํานวน 500,000 บาท เงินค่าจ้างทั้งหมดนั้น นางสาวกะรัตส่งกลับประเทศไทยเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาบางรักเมื่อสิ้นเดือนเมษายน อยากทราบว่าหากนางสาวกะรัตเดินทางกลับประเทศไทย 2 มกราคม 2557 เงินได้ทั้ง 2 จํานวน ของนางสาวกะรัตจะต้องนํามาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา 40 “เงินได้พึงประเมินนั้น คือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากร ที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สําหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

(1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คํานวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ นายจ้างจ่ายชําระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชําระ และเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจาก การจ้างแรงงาน

(2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตําแหน่งงานที่ทํา หรือจากการรับทํางานให้ ไม่ว่าจะเป็น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลดเงินอุดหนุนในงานที่ทํา เบี้ยประชุม บําเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่ คํานวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชําระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชําระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตําแหน่งงานที่ทํา หรือจากการรับทํางานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตําแหน่งงาน หรืองานที่รับทําให้นั้นจะเป็นการประจําหรือชั่วคราว”

มาตรา 41 “ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ใน ประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

ผู้อยู่ในประเทศไทย มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เมื่อนําเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ในปีภาษีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย”

วินิจฉัย

โดยหลักแล้วในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับ ประเทศไทย ต่อเมื่อเงินได้พึงประเมินนั้น เกิดเนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในประเทศไทย หรือกิจการที่ทําใน ประเทศไทยหรือกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคแรก)

ส่วนในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นนอกประเทศ ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีให้กับประเทศไทย ต่อเมื่อผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และมีเงินได้พึงประเมิน เนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในต่างประเทศหรือ กิจการที่ทําในต่างประเทศหรือทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ และได้นําเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษี เดียวกับปีที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 4 วรรคสองและวรรคสาม)

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่บริษัท จิม ทอมสัน จํากัดประเทศไทย ได้ส่งนางสาวกะรัตผู้จัดการฝ่าย ออกแบบลายผ้าไปประจําอยู่ที่ร้านลายไทย กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของบริษัทฯ โดยจ่ายเงินเดือน ให้นางสาวกะรัตเดือนละ 200,000 บาทนั้นถือได้ว่าเงินเดือนที่นางสาวกะรัตได้รับเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และเป็นเงินได้ที่มีแหล่งเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเพราะเป็นเงินได้ที่นายจ้างในประเทศไทยเป็นผู้ชาย ให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศโดยตรง จึงเป็นเงินได้เนื่องจากกิจการของนายจ้างใน ประเทศไทย ดังนั้นเงินเดือนที่นางสาวกะรัตได้รับทั้งหมด แม้บริษัทจะส่งเข้าบัญชีที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาปารีส ก็จะต้องนํามาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคแรก

ส่วนการที่นางสาวกะรัตได้รับค่าจ้างพิเศษค่าออกแบบลายผ้าจากบริษัทวิเวียนกูตูร์ ประเทศ ฝรั่งเศสเป็นเงินจํานวน 500,000 บาทนั้น เงินได้ดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) เพราะเป็น เงินได้จากการรับทํางานให้ และถือเป็นเงินได้ที่มีแหล่งเงินได้เกิดขึ้นนอกประเทศไทย เพราะเป็นเงินได้ที่เกิด จากกิจการที่ทําในต่างประเทศ และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในปีภาษี 2556 นั้น นางสาวกะรัตมิได้เป็นผู้อยู่ใน ประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคสาม ดังนั้นแม้นางสาวกะรัตจะได้นําเงินได้จํานวนดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยใน ปีภาษีก็ตาม นางสาวกะรัตก็ไม่ต้องนําเงินได้จํานวนดังกล่าวมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม

สรุป นางสาวกะรัตจะต้องนําเงินได้เฉพาะที่เป็นเงินเดือนเท่านั้นมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ส่วนเงินได้ที่เป็นค่าจ้างพิเศษค่าออกแบบจํานวน 500,000 บาท ไม่ต้องนํามาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

Advertisement