LAW4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้ 1/2559

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1 นายโอลิ้งเป็นคนสัญชาติอังกฤษ มีภูมิลําเนาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559นายโอลิ้งได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย ในการเดินทางมาครั้งนี้นายโอลิ้งได้นําเงินที่เก็บสะสมได้ ของปี พ.ศ. 2558 เนื่องจากการทํางานที่ประเทศอังกฤษเข้ามาด้วย จํานวน 5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 บริษัท ยางสยาม จํากัด ได้จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายไทย และได้ทํา สัญญาว่าจ้างนายโอลิ้งในขณะที่อยู่ในประเทศไทย ค่าจ้างเดือนละ 200,000 บาท ในวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559 บริษัทฯ ได้ทําสัญญาจ้างใหม่นายโอลิ้งรับตําแหน่งผู้ตรวจการ ดําเนินงานประจําสํานักงานสาขาในประเทศสิงคโปร์ โดยสํานักงานสาขาดังกล่าวเป็นผู้ชําระค่าจ้าง ให้แก่นายโอลิ้งทั้งหมดโดยไม่บันทึกค่าจ้างเป็นรายจ่ายของบริษัทฯ และส่งนายโอลิ้งไปประจําสาขาฯ ที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นเวลา 5 เดือน ต่อมานายโอลิ้งได้เดินทางกลับมาทํางานให้แก่บริษัทฯ ใน ประเทศไทยจนสิ้นปี พ.ศ. 2559 ทั้งนี้ เงินค่าจ้างทุก ๆ เดือน ในปี พ.ศ. 2559 นายโอลิ้งจะได้รับโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนายโอลิ้ง ในประเทศสิงคโปร์ทุกเดือน อย่างไรก็ตามนายโอลิ้งได้ใช้เงินเดือนส่วนที่ได้รับในขณะที่ตนทํางาน อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ทั้งหมด โดยไม่นําเงินเดือนค่าจ้างเข้าประเทศไทยเลย ให้ท่านวินิจฉัยว่า เงินได้รายการดังกล่าวนายโอลิ้งต้องยื่นแบบแสดงรายการชําระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปี พ.ศ. 2560 ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา 39 “ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“เงินได้พึงประเมิน” หมายความว่าเงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้เงินได้ที่กล่าวนี้ ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งอาจคิดคํานวณได้เป็นเงิน เงินค่าภาษีอากรที่ ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สําหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ และเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิด้วย”

มาตรา 41 “ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ใน ประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

ผู้อยู่ในประเทศไทย มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทําในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เมื่อนําเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ในปีภาษีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย”

วินิจฉัย

โดยหลักแล้ว ในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีเงินได้ ให้กับประเทศไทย ต่อเมื่อเงินได้พึงประเมินนั้น เกิดเนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในประเทศไทย หรือกิจการที่ทํา ในประเทศไทยหรือกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคหนึ่ง)

ส่วนในกรณีที่แหล่งเงินได้เกิดขึ้นนอกประเทศ ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีให้กับประเทศไทย ต่อเมื่อผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และมีเงินได้พึงประเมิน เนื่องจากหน้าที่การงานที่ทําในต่างประเทศหรือ กิจการที่ทําในต่างประเทศหรือทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ และได้นําเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษี เดียวกับปีที่อยู่ในประเทศไทย (มาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม)

ตามอุทาหรณ์ เงินได้รายการต่าง ๆ ดังกล่าวของนายโอลิ้งต้องยื่นแบบแสดงรายการชําระ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปี พ.ศ. 2560 ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

1 เงินจํานวน 5 ล้านบาท นายโอลิ้งไม่ต้องนํามายื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาให้แก่ประเทศไทย เพราะถึงแม้ว่านายโอลิ้งจะอยู่ในประเทศไทยครบ 180 วัน ในปีภาษี 2559 และได้นําเงินได้จํานวน 5 ล้านบาท ที่ได้จากหน้าที่งานที่ทําในต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยในปีเดียวกับที่ อยู่ในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามเงินได้ที่นําเข้ามานั้นมิใช่เป็นเงินได้ที่ได้รับในปีเดียวกับที่อยู่ในประเทศไทย แต่เป็นเงินสะสมที่ได้รับในปี พ.ศ. 2558 จึงไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร

2 ค่าจ้างเดือนละ 200,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ต้องนํามายื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ประเทศไทย เพราะเป็นเงินได้ เนื่องจากหน้าที่งานที่ทําในประเทศไทย เข้าเงื่อนไขมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร ถึงแม้ว่านายโอลิ้ง เป็นคนสัญชาติอังกฤษ มีภูมิลําเนาอยู่ที่ประเทศอังกฤษก็ตาม

3 ค่าจ้างเดือนละ 200,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ไม่ต้องนํามายื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ประเทศไทย เพราะ ถึงแม้ว่านายโอลิ้งจะอยู่ในประเทศครบ 180 วัน ในปีภาษี 2559 แต่นายโอลิ้งได้ใช้เงินเดือนส่วนที่ได้รับในขณะที่ตน ทํางานอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ทั้งหมด โดยไม่นําเงินเดือนค่าจ้างเข้าประเทศไทยเลย จึงไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร และไม่ใช่กรณีตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง เพราะกรณีนี้เป็นเงินได้จากกิจการของ นายจ้างนอกประเทศไทย เนื่องจากนายโอลิ้งรับตําแหน่งงานประจําที่ประเทศสิงคโปร์ และเนื่องจากสํานักงานสาขา ในประเทศสิงคโปร์เป็นผู้ชําระค่าจ้างให้แก่นายโอลิ้งทั้งหมด โดยไม่บันทึกค่าจ้างเป็นรายจ่ายของบริษัท ยางสยาม จํากัด ที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายไทยเลย

4 ค่าจ้างเดือนละ 200,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ต้องนํามายื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ประเทศไทย เพราะเป็นเงินได้ เนื่องจากหน้าที่งานที่ทําในประเทศไทย เข้าเงื่อนไขมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร ถึงแม้ว่านายโอลิ้ง เป็นคนสัญชาติอังกฤษ มีภูมิลําเนาอยู่ที่ประเทศอังกฤษก็ตาม

สรุป เงินได้ที่นายโอลิ้งจะต้องนํามายื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปี พ.ศ. 2560 คือ ค่าจ้างเดือนละ 200,000 บาท ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 และที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559

ส่วนเงินจํานวน 5 ล้านบาท และค่าจ้างเดือนละ 200,000 บาท ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2559 ไม่ต้องนํามายื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

Advertisement