LAW3010 กฎหมายล้มละลาย 2/2546

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2546

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3010 กฎหมายล้มละลาย

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  จำนวน  3  ข้อ

 ข้อ  1  ในกรณีที่มติของที่ประชุมเจ้าหนี้ขัดต่อกฎหมายก็ดี  การนัดประชุมเจ้าหนี้ของพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เช่นส่งหมายนัดประชุมแก่เจ้าหนี้ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็ดี  พระราชบัญญัติล้มละลาย  พ.ศ. 2483  ให้สิทธิแก่บุคคลใดบ้างในการที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ปฏิบัติตามมตินั้นหรือยกเลิกเพิกถอนการประชุมดังกล่าว

ธงคำตอบ

มาตรา  36  เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่า  มติของที่ประชุมเจ้าหนี้ขัดต่อกฎหมาย  หรือประโยชน์อันร่วมกันของเจ้าหนี้ทั้งหลาย  เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาล  และศาลอาจมีคำสั่งห้ามมิให้ปฏิบัติการตามมตินั้นได้  แต่ต้องยื่นต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติ

มาตรา  146  ถ้าบุคคลล้มละลาย  เจ้าหนี้  หรือบุคคลใดได้รับความเสียหายโดยการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ บุคคลนั้นอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลภายในกำหนดเวลาสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้ทราบการกระทำหรือคำวินิจฉัยนั้น  ศาลมีอำนาจสั่งยืนตาม  กลับหรือแก้ไข  หรือสั่งประการใดตามที่เห็นสมควร

อธิบาย

ตาม  พ.ร.บ.  ล้มละลาย  พ.ศ. 2483  ได้ให้สิทธิแก่บุคคลดังต่อไปนี้ที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ปฏิบัติตามมติหรือยกเลิกเพิกถอนการประชุม  กล่าวคือ

กรณีที่มติของที่ประชุมเจ้าหนี้ขัดต่อกฎหมาย

ในกรณีที่มติของที่ประชุมเจ้าหนี้ขัดต่อกฎหมายตามมาตรา  36  ได้กำหนดให้  เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาล  ภายใน  7  วัน  นับแต่วันที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ลงมติ  และกรณีนี้ศาลอาจมีคำสั่งห้ามมิให้ปฏิบัติตามมตินั้นได้  ทั้งนี้  เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยเฉพาะที่เป็นผู้ยื่นคำขอ  (ฎ. 1295/2540)

กรณีการนัดประชุมเจ้าหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ในกรณีการนัดประชุมเจ้าหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เช่น  การส่งหมายนัดประชุมแก่เจ้าหนี้ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  กรณีเช่นนี้  บทบัญญัติมาตรา  146  กำหนดสิทธิแก่ลูกหนี้หรือบุคคลล้มละลาย  เจ้าหนี้  หรือบุคคลใดที่ได้รับความเสียหาย  เนื่องจากการกระทำของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์  เป็นผู้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลภายใน  14  วัน  นับแต่วันที่ได้รับทราบการกระทำนั้นหรือคำวินิจฉัยนั้น  ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งยืนตาม  กลับหรือแก้ไข  หรือสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรได้

สำหรับในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกหรือเพิกถอนการประชุมดังกล่าวก็เท่ากับเป็นการเพิกถอนมติของที่ประชุมไปด้วย  (ฎ. 423/2518)