Advertisement

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2550

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายดำมีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย  คือนายเอก  นายโท  และนายตรี  นายเอกมี  ด.ญ.ขาว  เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย  นายโทมีบุตรบุญธรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย  1  คน  คือ  ด.ญ.เขียว  ส่วนนายตรีได้สมรสกับ  น.ส.จัตวาโดยชอบด้วยกฎหมาย  มีบุตรชาย  1  คน คือ  ด.ช.แดง  แต่ปรากฏว่าได้ตกน้ำตายตั้งแต่อายุได้  2  ขวบ  นายดำได้ทำพินัยกรรมยกมรดกของตนซึ่งเป็นเงินสด  4  ล้านบาท   ให้แก่นายตรีเพียงคนเดียว  แต่เขาก็โชคไม่ดีเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อน  นายดำเสียใจมาก  และป่วยเป็นโรคหัวใจจนเสียชีวิตในที่สุด ก่อนนายดำตายนายเอกได้ทำพินัยกรรมปลอมว่านายดำยกทรัพย์มรดกให้แก่ตนสามในสี่ส่วน  หลังจากนายดำตายแล้ว  นายโทได้ไปบวชอุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่บิดาที่วัดเทพลีลา  และยังไม่ยอมสึก  จากนั้นเขาก็ได้ทำการสละมรดกที่เขาจะได้รับโดยทำการสละไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย  จงวินิจฉัยว่า  มรดกของนายดำจะตกทอดแก่ใครบ้าง

Advertisement

ธงคำตอบ

มาตรา  1606  บุคคลดังต่อไปนี้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร  คือ

(5) ผู้ที่ปลอม  ทำลาย  หรือปิดบังพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมด

มาตรา  1615  การที่ทายาทสละมรดกนั้น  มีผลย้อนหลังไปถึงเวลาที่เจ้ามรดกตาย

เมื่อทายาทโดยธรรมคนใดสละมรดก  ผู้สืบสันดานของทายาทคนนั้นสืบมรดกได้ตามสิทธิของตนและชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากับส่วนแบ่งที่ผู้สละมรดกนั้นจะได้รับ  แต่ผู้สืบสันดานนั้นต้องไม่ใช่ผู้ที่บิดามารดาผู้ปกครอง  หรือผู้อนุบาลแล้วแต่กรณี  ได้บอกสละมรดกโดยสมบูรณ์ในนามของผู้สืบสันดานนั้น

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1630  ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วแต่กรณีในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  ทายาทที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี  และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่  ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

นายดำได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่นายตรีคนเดียว  แต่นายตรีผู้รับพินัยกรรมได้ตายก่อนนายดำผู้ทำพินัยกรรมจึงทำให้พินัยกรรมนั้นตกไปตามมาตรา  1698(1)  ประกอบมาตรา  1699  จัตวาซึ่งเป็นภริยาของนายตรี  และเป็นเพียงสะใภ้ของนายดำ  จึงไม่ถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมของนายดำ  และไม่สามารถรับมรดกแทนที่นายตรีได้เพราะเป็นภริยา  เนื่องจากผู้ที่จะรับมรดกแทนที่ได้นั้นต้องเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1642  และ  1643  ส่วน  ด.ช.แดง  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงของนายตรีก็เสียชีวิตไปแล้วจึงไม่มีสภาพของการเป็นทายาทอยู่  (มาตรา  1604  วรรคแรกตอนต้น)

นายเอกได้ปลอมพินัยกรรมก่อนนายดำเจ้ามรดกจะเสียชีวิต  จึงต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกทั้งหมดฐานเป็นผู้ไม่สมควร  ตามมาตรา 1606(5)  และเป็นการถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ดังนั้นบุตรของนายเอกคอ  ด.ญ.ขาว  ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงจึงเข้ารับมรดกแทนที่นายเอกบิดาได้ตามมาตรา  1639  ประกอบมาตรา  1642  และ  1643

นายโทได้สละมรดกทั้งหมดโดยชอบด้วยกฎหมายและบวชเป็นพระแล้ว  ดังนั้นการสละมรดกของเขาจึงทำให้นายโทไม่มีสถานะของการเป็นทายาท  ด.ญ.เขียว  ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของนายโทและเป็นผู้สืบสันดานตามมาตรา  1629(1)  ประกอบมาตรา  1627  จึงเข้าสืบมรดกของนายโทได้แม้จะไม่ใช่ผู้สืบสันดานโดยตรงก็ตามและ  ด.ญ.เขียว  มีสิทธิได้รับมรดกเท่ากับส่วนที่นายโทจะพึงได้รับตามมาตรา  1615 วรรคสอง

ดังนั้น  โดยสรุปมรดกของนายดำจึงแบ่งเป็น  2  ส่วนเท่าๆกัน  โดย  ด.ญ.ขาว   และ  ด.ญ.เขียว  ได้รับคนละ  2  ล้านบาท  ตามมาตรา 1630

สรุป  มรดกของนายดำจะตกทอดแก่  ด.ญ.ขาว  และ  ด.ญ.เขียว  คนละ  2  ล้านบาท

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?