Advertisement

ข้อ 2. พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจําเลยในความผิดฐานชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 379 ซึ่งมีระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบวันหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (โจทก์บรรยายฟ้องถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ) ในวันนัดพิจารณาโจทก์ จําเลยมาศาล ศาลได้อ่านและอธิบายฟ้องให้จําเลยฟังโดยมิได้สอบถามจําเลยในเรื่องทนายความ ก่อนที่จะอ่านและอธิบายฟ้องให้จําเลยฟัง จําเลยแถลงให้การรับสารภาพตามฟ้องและไม่ติดใจ สืบพยาน โจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า คดีเสร็จ การพิจารณาให้นัดฟังคําพิพากษา ดังนี้ การดําเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นสําหรับจําเลย ดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 173 วรรคสอง “ในคดีที่มีอัตราโทษจําคุก ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจําเลยว่า มีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและจําเลยต้องการทนายความก็ให้ศาลตั้งทนายความให้”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แม้ความผิดตามที่พนักงานอัยการโจทก์ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจําเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 379 นั้น จะมีระวางโทษจําคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้ง จําทั้งปรับ แต่เมื่อเป็นคดีที่มีอัตราโทษจําคุกไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใดก็ตาม ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 173 วรรคสอง ได้บัญญัติว่า ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจําเลยว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและจําเลยต้องการทนายความ ก็ให้ศาลตั้งทนายความให้

ดังนั้น คดีนี้การที่ศาลชั้นต้นดําเนินกระบวนพิจารณาอ่านและอธิบายฟ้องให้จําเลยฟังโดย มิได้สอบถามจําเลยในเรื่องทนายความก่อน จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติดังกล่าว จึงมีผลทําให้กระบวน พิจารณาของศาลชั้นต้นนับแต่นี้เป็นต้นไปจนถึงนัดฟังคําพิพากษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สรุป การดําเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นสําหรับจําเลยดังกล่าวไม่ชอบด้วย กฎหมาย

 

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?