LAW3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2 S/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. โจทก์ฟ้องจําเลยเรียกหนี้เงินกู้จํานวน 500,000 บาท จําเลยยื่นคําให้การอ้างว่าทําสัญญากู้เงินจากโจทก์เพียง 200,000 บาท ตามที่โจทก์ฟ้อง จึงขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ ต่อมาศาลชั้นต้น มีคําพิพากษาให้จําเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ให้จําเลยชําระหนี้แก่โจทก์เป็นเงินจํานวน 250,000 บาท จําเลยไม่พอใจในคําพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ว่าจําเลยต้องรับผิดชดใช้หนี้เงินกู้ให้โจทก์เพียง 200,000 บาท ดังนี้ จําเลยจะอุทธรณ์ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 224 วรรคหนึ่ง “ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจํานวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ ไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือไม่เกินจํานวนที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เว้นแต่ ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลชั้นต้นได้ทําความเห็นแย้งไว้หรือได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ หรือ ถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคํารับรองเช่นว่านี้ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น หรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอํานาจ แล้วแต่กรณี”

วินิจฉัย

ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง กําหนดไว้ว่า ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจํานวนทุนทรัพย์ ที่พิพาทกันไม่เกิน 50,000 บาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจํานวน ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันนี้ให้ถือเอาทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เป็นหลักในการพิจารณา

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่โจทก์ฟ้องจําเลยเรียกหนี้เงินกู้จํานวน 500,000 บาท จําเลยยื่น คําให้การอ้างว่าทําสัญญากู้เงินจากโจทก์เพียง 200,000 บาท ต่อมาศาลชั้นต้นมีคําพิพากษาให้จําเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ให้จําเลยชําระหนี้แก่โจทก์เป็นเงินจํานวน 250,000 บาท จําเลยไม่พอใจในคําพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลอุทธรณ์ว่าจําเลยต้องรับผิดชดใช้หนี้เงินกู้ให้โจทก์เพียง 200,000 บาทนั้น คําพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงกระทบสิทธิของจําเลยเพียง 50,000 บาทเท่านั้น เมื่อจํานวนเงินที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์มีเพียง 50,000 บาท ซึ่งไม่เกิน 50,000 บาท และจําเลยได้อุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล ซึ่งถือว่าเป็น การอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ดังนั้น จําเลยจึงอุทธรณ์ไม่ได้

สรุป จําเลยจะอุทธรณ์ไม่ได้

 

Advertisement