LAW3006 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1 S/2561

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2561

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3006 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่า จําเลยเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคําสั่งศาล โดยเป็นผู้พิทักษ์ของนางสวยคนเสมือนไร้ความสามารถและได้รับอนุญาตจากศาลให้ทํานิติกรรมขายที่ดิน ของนางสวยแทนนางสวย จําเลยครอบครองเงินของนางสวยซึ่งได้มาจากการขายที่ดินแล้วเบียดบัง ยักยอกเอาเงินดังกล่าวไปเป็นของจําเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 354 และให้จําเลยคืนเงินแก่กองมรดกของนางสวย จําเลยให้การปฏิเสธ ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณา ได้ความว่าขณะที่จําเลยขายที่ดินของนางสวยตามที่ได้รับอนุญาตจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง แล้วยักยอกเงินไปนั้น นางสวยยังมีชีวิตอยู่แต่เป็นอัมพาตเดินไม่ได้และยังไม่ได้ดําเนินคดีแก่จําเลย ต่อมานางสวยถึงแก่ความตาย ศาลมีคําสั่งตั้งนายหล่อบุตรของนางสวยเป็นผู้จัดการมรดก นายหล่อ ตรวจสอบทรัพย์สินของนางสวยทราบว่าจําเลยเอาเงินที่ได้จากการขายที่ดินของนางสวยไปเป็น ประโยชน์ส่วนตัว จึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดําเนินคดีแก่จําเลย พนักงานสอบสวน ได้ทําการสอบสวนแล้ว พนักงานอัยการจึงเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้

Advertisement

จงวินิจฉัยว่า พนักงานอัยการมีอํานาจ ฟ้องคดีนี้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 2 “ในประมวลกฎหมายนี้

(4) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทําผิดฐานใด ฐานหนึ่งรวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอํานาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6”

(7) “คําร้องทุกข์” หมายความถึงการที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่ง ประมวลกฎหมายนี้ว่ามีผู้กระทําความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทําความผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทําให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทําความผิดได้รับโทษ”

มาตรา 3 “บุคคลดังระบุในมาตรา 4, 5 และ 6 มีอํานาจจัดการต่อไปนี้แทนผู้เสียหายตามเงื่อนไข ที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

(1) ร้องทุกข์”

มาตรา 5 “บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้

(2) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา เฉพาะแต่ในความผิดอาญาซึ่งผู้เสียหายถูกทําร้าย ถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้”

มาตรา 28 “บุคคลเหล่านี้มีอํานาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล

(1) พนักงานอัยการ

(2) ผู้เสียหาย

มาตรา 120 “ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาล โดยมิได้มีการสอบสวนในความผิด นั้นก่อน”

มาตรา 121 วรรคสอง “แต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ห้ามมิให้ทําการสอบสวนเว้นแต่จะมี คําร้องทุกข์ตามระเบียบ

วินิจฉัย

โดยหลักการแล้วพนักงานอัยการเป็นบุคคลผู้มีอํานาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 28 (1) แต่ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาล โดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน (ป.วิ.อาญา มาตรา 120) และถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ห้ามมิให้ทําการสอบสวนเว้นแต่จะได้มีคําร้องทุกข์ ตามระเบียบ (ป.วิ.อาญา มาตรา 121 วรรคสอง)

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่า จําเลยเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น ตามคําสั่งศาล โดยเป็นผู้พิทักษ์ของนางสวยคนเสมือนไร้ความสามารถและได้รับอนุญาตจากศาลให้ทํานิติกรรม ขายที่ดินของนางสวยแทนนางสวย จําเลย ครอบครองเงินของนางสวยซึ่งได้มาจากการขายที่ดินแล้วเบียดบังยักยอก เอาเงินดังกล่าวไปเป็นของจําเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 354 และให้จําเลยคืนเงิน แก่กองมรดกของนางสวยนั้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยคือพนักงานอัยการมีอํานาจฟ้องคดีนี้หรือไม่

คดีนี้เมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่า ขณะที่จําเลยขายที่ดินของนางสวยตามที่ได้รับอนุญาต จากศาลเยาวชนและครอบครัวกลางแล้วยักยอกเงินไปนั้น นางสวยยังมีชีวิตอยู่เพียงแต่เป็นอัมพาตเดินไม่ได้และ ยังไม่ได้ดําเนินคดีแก่จําเลย ต่อมานางสวยถึงแก่ความตาย ศาลมีคําสั่งตั้งนายหล่อบุตรของนางสวยเป็นผู้จัดการ มรดก และเมื่อนายหล่อตรวจสอบทรัพย์สินของนางสวยจึงทราบว่าจําเลยเอาเงินที่ได้จากการขายที่ดินของนางสวย ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว จึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดําเนินคดีแก่จําเลย เมื่อพนักงานสอบสวน ได้ทําการสอบสวนแล้วพนักงานอัยการจึงเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้นั้น เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วจะเห็นได้ว่า การที่จําเลยได้ทําการเบียดบังยักยอกเอาเงินจากการขายที่ดินของนางสวยไปนั้น ผู้เสียหายซึ่งมีอํานาจร้องทุกข์ ในคดีนี้คือนางสวยมิใช่นายหล่อ เพราะความผิดเกิดขึ้นในขณะที่นางสวยยังมีชีวิตอยู่ และแม้ว่านางสวยจะเป็น อัมพาตแต่ก็มิใช่กรณีที่นางสวยซึ่งเป็นผู้เสียหายถูกทําร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 5 (2) อันจะทําให้นายหล่อสามารถจัดการแทนผู้เสียหายได้

ดังนั้น นายหล่อจึงไม่มีอํานาจ ร้องทุกข์แทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (4) และ (7) ประกอบมาตรา 5 (2)

เมื่อข้อเท็จจริงของคดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัว และผู้เสียหายคือนางสวยมิได้ร้องทุกข์ไว้ย่อมมีผล ทําให้พนักงานสอบสวนไม่มีอํานาจสอบสวน และพนักงานอัยการย่อมไม่มีอํานาจฟ้องคดีนี้เช่นเดียวกันตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 121 วรรคสอง ประกอบมาตรา 120

สรุป พนักงานอัยการไม่มีอํานาจฟ้องคดีนี้

Advertisement