LAW3010 กฎหมายล้มละลาย 1/2553

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2553

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3010 กฎหมายล้มละลาย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน จํานวน 3 ข้อ

ข้อ 1. ในคดีล้มละลายเรื่องหนึ่ง ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 19 ลูกหนี้ขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย โดยจะขอชําระหนี้เพียงร้อยละ 50 ศาลอนุญาตตามคําขอของลูกหนี้ให้ลูกหนี้เข้าประนอมหนี้ ได้ แต่ปรากฏว่าลูกหนี้ผิดนัดไม่สามารถประนอมหนี้ได้สําเร็จ ถ้าท่านเป็นศาล ท่านจะสั่งประการใด กับลูกหนี้ และการสั่งนั้นใช้หลักเกณฑ์ใดในการสั่ง ในการที่ศาลสั่งให้ลูกหนี้ล้มละลายนั้น อยากทราบว่าลูกหนี้จะเริ่มต้นล้มละลายตั้งแต่เมื่อใด ซึ่งในคดีนี้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว และมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และศาลสั่งให้ลูกหนี้ล้มละลายด้วย

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483

มาตรา 6 “ในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “พิทักษ์ทรัพย์” หมายความว่า พิทักษ์ทรัพย์สินไม่ว่าเด็ดขาดหรือชั่วคราว”

มาตรา 45 วรรคแรก “เมื่อลูกหนี้ประสงค์จะทําความตกลงในเรื่องหนี้สินโดยวิธีขอชําระหนี้ แต่เพียงบางส่วนหรือโดยวิธีอื่น ให้ทําคําขอประนอมหนี้เป็นหนังสือยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกําหนด เจ็ดวัน นับแต่วันยื่นคําชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินตามมาตรา 30 หรือภายในเวลาตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กําหนดให้”

มาตรา 60 วรรคแรก “ถ้าลูกหนี้ผิดนัดไม่ชําระหนี้ตามที่ได้ตกลงไว้ในการประนอมหนี้ก็ดี หรือ ปรากฎแก่ศาลโดยมีพยานหลักฐานว่าการประนอมหนี้นั้นไม่อาจดําเนินไปได้โดยปราศจากอยุติธรรม หรือจะเป็นการ เนินช้าเกินสมควรก็ดี หรือการที่ศาลได้มีคําสั่งเห็นชอบด้วยนั้นเป็นเพราะถูกหลอกลวงทุจริตก็ดี เมื่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์รายงานหรือเจ้าหนี้คนใดมีคําขอโดยทําเป็นคําร้อง ศาลมีอํานาจยกเลิกการประนอมหนี้และพิพากษา ให้ลูกหนี้ล้มละลาย แต่ทั้งนี้ไม่กระทบถึงการใดที่ได้กระทําไปแล้วตามข้อประนอมหนี้นั้น”

มาตรา 61 วรรคแรก “เมื่อศาลได้มีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว และเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์รายงานว่าเจ้าหนี้ได้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกหรือในคราวที่ได้เลื่อนไป ขอให้ศาลพิพากษา ให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ดี หรือไม่ลงมติประการใดก็ดี หรือไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุมก็ดี หรือการประนอมหนี้ไม่ได้รับ ความเห็นชอบก็ดี ให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอํานาจจัดการทรัพย์สิน ของบุคคลล้มละลายเพื่อแบ่งแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย”

มาตรา 62 “การล้มละลายของลูกหนี้เริ่มต้นมีผลตั้งแต่วันที่ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์”

วินิจฉัย

ในคดีล้มละลาย เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 19 วรรคแรก และลูกหนี้ต้องการ ขอประนอมหนี้ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นการขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย โดยประสงค์จะทําความตกลงในเรื่องหนี้สิน โดยวิธีขอชําระหนี้แต่เพียงบางส่วนหรือโดยวิธีอื่นตามมาตรา 45 วรรคแรก และเมื่อลูกหนี้ขอประนอมหนี้เข้ามา และศาลสั่งอนุญาตให้ลูกหนี้เข้าประนอมหนี้ได้ ลูกหนี้ย่อมมีโอกาสเข้าไปจัดการทรัพย์สินของตน เพื่อชําระหนี้ ให้กับเจ้าหนี้ตามที่ขอประนอมหนี้ไว้ได้ ซึ่งกรณีนี้คือการขอชําระหนี้ร้อยละ 50

และเมื่อข้อเท็จจริงตามอุทาหรณ์ ปรากฏว่าลูกหนี้กระทําการประนอมหนี้ไม่เป็นผลสําเร็จ จึงถือว่าลูกหนี้ผิดนัดชําระหนี้ตามมาตรา 60 วรรคแรก ศาลต้องสั่งยกเลิกการประนอมหนี้และสั่งให้ลูกหนี้ล้มละลาย ตามมาตรา 61 วรรคแรก

และเมื่อศาลสั่งให้ลูกหนี้ล้มละลาย การล้มละลายของลูกหนี้ให้เริ่มต้นมีผลตั้งแต่วันที่ศาลมี คําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 62 ประกอบกับมาตรา 6 กล่าวคือ

1 ถ้าศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว การล้มละลายก็จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว

2 ถ้าศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด (โดยไม่มีการพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว) การล้มละลาย ก็จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

ดังนั้นเมื่อในคดีดังกล่าว ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว และมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

จึงถือว่าในคดีนี้ลูกหนี้จะเริ่มต้นล้มละลายตั้งแต่วันที่ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว

สรุป

ข้าพเจ้าเป็นศาล จะสั่งยกเลิกการประนอมหนี้ และสิ่งให้ลูกหนี้ล้มละลาย และให้ถือว่าลูหนี้เริ่มต้นล้มละลายตั้งแต่วันที่ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว

Advertisement