LAW3005 กฎหมายวีพิจารณาความแพ่ง การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา2552

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2552

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง1

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. สักและศุขอยู่กินฉันสามีภริยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน มีบุตรด้วยกัน 3 คนคือ เสก สัน และสน ซึ่งมีอายุ 17 ปี 15 ปี และ 14 ปี ตามลำดับ โดยสักได้เลี้ยงดูและรับรองว่าทั้งสามคนเป็นบุตร วันหนึ่งสักได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางถูกรถยนต์ซึ่งดำขับมาชนจนถึงแก่ความตาย เสกโดยศุขมารดาได้เป็นโจทก์ฟ้องคดีหนึ่งเป็นจำเลยเรียกค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปกระและค่าเสียหายของรถจักรยนต์เป็นคดีที่หนึ่ง ระหว่างที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น

Advertisement

สันและสนโดยศุขมารดาได้เป็นโจทก์ฟ้องดำเป็นจำเลยที่ 1

แดงซึ่งเป็นเจ้าของรถและนายจ้างของดำเป็นจำเลยที่ 2

และบริษัทผู้รับประกันภัยรถยนต์เป็นจำเลยที่ 3

เรียกค่าปลงศพค่าขาดอุปการะและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์เช่นเดียวกันเป็นคดีที่สอง ต่อมาศาลชั้นต้นในคดีแรกได้พิพากษาให้ดำใช้ค่าปลงศพ ค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์ และค่าขาดไร้อุปการะให้แก่เสก สัน และสน จำเลยทั้งสามในคดีที่สองต่อสู้ว่า สันและสนได้รับค่าขาดอุปการะตามคำพิพากษาในคดีที่หนึ่งแล้ว

และการฟ้องคดีของสันและสนในคดีที่สองเป็นฟ้องซ้ำขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ท่านเห็นด้วยกับคำให้การของจำเลยทั้งสามในคดีที่สองหรือไม่

ธงคำตอบ

            หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

            มาตรา 144 เมื่อศาลใดมีคำพิพากษา หรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือในประเด็นข้อใดแห่งคดีแล้ว ห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยแล้วนั้น…

            มาตรา 145 วรรคแรก ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการอุทธรณ์ฎีกา และการพิจารณาใหม่ คำพิพากษาหรือคำสั่งใดๆ ให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือคำสั่ง นับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือคำสั่ง จนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี

            มาตรา 148 คดีที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้วห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน…

            มาตรา 173 วรรคสอง นับแต่เวลาที่ได้ยื่นฟ้องแล้ว คดีนั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณา และผลแห่งการนี้

(1)       ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกัน หรือต่อศาลอื่นและ…

วินิจฉัย 

การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำมีบัญญัติไว้ในมาตรา 144 ซึ่งประกอบด้วยหลักเกณฑ์ดังนี้

1.        ดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องทำในศาลนั้นเอง

2.        ดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในศาลนั้น อันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว

3.        เป็นคู่ความเดียวกันกับคู่ความในคดีเดิม

4.        ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว

การฟ้องซ้ำมีบัญญัติไว้ในมาตรา 148 ซึ่งประกอบด้วยหลักเกณฑ์ดังนี้

1.        คดีนั้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว

2.        คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นจะต้องถึงที่สุด

3.        ห้ามคู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก

4.        ห้ามเฉพาะประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยไปแล้ว

5.        ประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยไปแล้วโดยอาศัยเหตุใด ก็ห้ามฟ้องเฉพาะอ้างเหตุนั้นอีก

กรณีตามอุทาหรณ์ ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการแรกมีว่า สันและสนได้รับค่าขาดไร้อุปการะตามคำพิพากษาในคดีที่หนึ่งแล้วหรือไม่ เห็นว่า การที่เสกฟ้องคดีในฐานะบุตรของผู้ตายเรียกค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดของดำ สำหรับค่าปลงศพและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์ถือว่าเป็นการฟ้องเพื่อประโยชน์ของทายาทผู้ตายทุกคนรวมทั้งสันและสนด้วย ส่วนค่าขาดไร้อุปการะนั้นถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทแต่ละคนที่ได้รับความเสียหายและตามคำฟ้องในคดีที่หนึ่งก็ไม่ปรากฏว่าเสกฟ้องแทนสันและสนด้วย แม้ต่อมาศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้ดำใช้ค่าขาดไร้อุปการะของสันและสน ก็เป็นการพิพากษาคดีโดยไม่ชอบไม่ผูกพันสันและสน ซึ่งไม่ใช่คู่ความในคดีดังกล่าวตามมาตรา 145 ดังนั้น สันและสนสามารถใช้สิทธิของตนฟ้องคดีนี้ได้

            ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการต่อมามีว่า การฟ้องคดีของสันและสนในคดีที่สองเป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ เห็นว่า เมื่อได้ความว่าขณะที่สันและสนฟ้องดำเป็นจำเลยที่ 1 เรียกค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์ อันเป็นเรื่องเดียวกันกับคดีแรกที่เสกฟ้องดำและคดีแรกอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีระหว่างสันและสนกับดำ ในส่วนของการเรียกค่าปลงศพและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์จึงเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามมาตรา 173 วรรคสอง (1)

            เมื่อต่อมาศาลชั้นต้นได้พิพากษาในคดีที่หนึ่งให้ดำใช้ค่าปลงศพและค่าเสียหายของจักรยานยนต์แก่เสก อันเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องค่าปลงศพและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์เรื่องเดียวกันกับคดีที่สันและสนฟ้อง ฟ้องของสันและสนเกี่ยวกับดำในประเด็นดังกล่าวจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามมาตรา 144 ไม่ใช่ฟ้องซ้ำ สันและสนคงฟ้องดำได้เฉพาะประเด็นเรื่องค่าขาดไร้อุปการะเท่านั้น

            แต่สำหรับแดงและบริษัทผู้รับประกันภัย ศาลชั้นต้นยังไม่ได้มีคำพิพากษาให้ทั้งคู่ความต้องร่วมกับดำรับผิดในค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์หรือไม่เพียงใด ทั้งแดงและบริษัทประกันภัยก็ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีที่หนึ่ง คดีในส่วนของแดงและบริษัทประกันภัยจึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ (ฎ. 3341/2548)

สรุป สันและสนยังไม่ได้รับค่าขาดไร้อุปการะตามคำพิพากษาในคดีที่หนึ่ง สันและสนจึงสามารถใช้สิทธิของตนฟ้องคดีนี้ได้ และการฟ้องคดีของสันและสนเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ไม่ใช่ฟ้องซ้ำ

Advertisement