LAW3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง1 1/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. (ก) ให้ท่านอธิบายหลักกฎหมายเรื่อง “อํานาจฟ้องคดี” โดยสังเขป

Advertisement

(ข) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 นายงามมีภูมิลําเนาที่จังหวัดตรัง ได้ซื้อที่ดิน น.ส. 3 ก. ในจังหวัดแพร่ราคา 700,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 นายงามกู้ยืมเงินจาก นางหล่อซึ่งมีภูมิลําเนาที่จังหวัดตรังจํานวน 800,000 บาท กําหนดชําระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืน ในวันที่ 9 ธันวาคม 2560 โดยนายงามได้มอบ น.ส. 3 ก. ให้นางหล่อยึดไว้เป็นหลักประกัน ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2560 นายงามยังได้ทําสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน แปลงดังกล่าวที่จังหวัดตากให้แก่บริษัท อ้วนพีพี จํากัด ซึ่งสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดตาก ราคา 1,000,000 บาท มีกําหนดจดทะเบียนโอนในวันที่ 10 ธันวาคม 2560 โดยที่บริษัท อ้วนพีพี จํากัด ผู้จะซื้อได้วางเงินมัดจําในวันทําสัญญาจะซื้อจะขายจํานวน 300,000 บาท หากมีการ ผิดสัญญาจะซื้อจะขายโดยผู้จะขาย ผู้จะขายต้องถูกปรับ 3 เท่าของเงินมัดจํา ทั้งนี้ นางหล่อ ก็ได้ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้แล้วในขณะทําสัญญากู้ยืมเงิน โดยที่นายงามเป็นผู้แจ้งให้ทราบ ต่อมาในวันที่ 9 ธันวาคม 2560 นางหล่อได้ซื้อรถยนต์จากนายงามที่จังหวัดตากราคา 800,000 บาท โดยตกลงหักกลบลบหนี้กันถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม นางหล่อยังไม่ยอมคืน น.ส. 3 ก. ให้นายงาม และยังถูกนางหล่อมีหนังสือทวงหนี้อีกหลายครั้ง

ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายงามจะยื่นฟ้องนางหล่อต่อศาล ขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่านายงาม และนางหล่อมิได้มีหนี้สินใด ๆ ต่อกัน และขอให้บังคับให้นางหล่อส่งคืนเอกสาร น.ส. 3 ก. ที่นางหล่อยึดไว้ และขอเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 55 “เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอํานาจได้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้”

(ก) คําว่า “อํานาจฟ้อง” หมายถึงอํานาจในการเสนอคดีต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอํานาจตามที่ บัญญัติไว้ในกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั่นเอง ซึ่งเป็นสิทธิของบุคคลที่ถูกโต้แย้ง เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ที่จะนําคดีมาสู่ศาลหรือไม่ก็ได้

ในการนําคดีเสนอต่อศาลนั้นมิใช่บุคคลใด ๆ จะทําได้เสมอไป ผู้ที่จะนําคดีเสนอต่อศาลได้ จะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น ซึ่งเมื่อพิจารณาตามบทบัญญัติมาตรา 55 แล้วได้กําหนดให้บุคคล มีสิทธิเสนอคดีต่อศาลได้ 2 กรณี กล่าวคือ

1 กรณีที่มีการโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิ์หรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่งก็ให้ เสนอเป็นคดีมีข้อพิพาทโดยทําเป็นคําฟ้องยื่นต่อศาลตามมาตรา 55 และมาตรา 172

2 กรณีที่ต้องใช้สิทธิทางศาล ในกรณีเป็นเรื่องที่ต้องใช้สิทธิทางศาลเพราะเหตุว่า มีความจําเป็นเกิดขึ้นจากกฎหมายบัญญัติไว้ตามกฎหมายสารบัญญัติให้เสนอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทโดยทําเป็นคําร้องยื่นต่อศาลตามมาตรา 55 และมาตรา 188 (1)

คดีมีข้อพิพาท การที่จะเสนอคดีต่อศาลเป็นคดีมีข้อพิพาทโดยทําเป็นคําฟ้องตามมาตรา 55 นั้น จะต้องมีหลักเกณฑ์ดังนี้

1 โจทก์และจําเลยจะต้องเป็นบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้

2 มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง ซึ่งกรณีที่จะถือว่า มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่งนั้น จะต้องประกอบด้วย

(1) โจทก์มีสิทธิหรือหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ตามกฎหมายแพ่ง

(2) จําเลยได้โต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์

3 โจทก์ได้ฟ้องคดีต่อศาลแพ่งที่มีเขตอํานาจ

คดีไม่มีข้อพิพาท การที่จะเสนอคดีต่อศาลเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทโดยทําเป็นคําร้องตามมาตรา 55 นั้น จะต้องมีหลักเกณฑ์คือ

1 บุคคลที่จะยื่นคําร้องขอต่อศาลจะต้องเป็นบุคคลเช่นเดียวกับการยืนฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท

2 บุคคลนั้นมีความจําเป็นที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล

3 บุคคลนั้นได้ยื่นคําร้องต่อศาลแพ่งที่มีเขตอํานาจ

(ข) วินิจฉัย

ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55 บุคคลผู้ที่อ้างว่าตนถูกโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่และจะเสนอคดีต่อ ศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอํานาจได้นั้น จะต้องปรากฏว่าบุคคลผู้นั้นได้ถูกโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่อย่างแท้จริงด้วย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

1 การที่นายงามได้กู้ยืมเงินจากนางหล่อจํานวน 800,000 บาท และต่อมานางหล่อได้ซื้อ รถยนต์จากนายงามราคา 800,000 บาท โดยหนี้ทั้งสองรายถึงกําหนดชําระและทั้งสองตกลงหักกลบลบหนี้กัน ถูกต้องตามกฎหมายทําให้หนี้ทั้งสองรายระงับไปแล้วนั้น เป็นเรื่องที่นายงามชอบที่จะหยิบยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ เมื่อถูกนางหล่อฟ้องเป็นคดีขึ้นในอนาคต มิใช่เป็นเรื่องที่นายงามจะมายื่นฟ้องนางหล่อต่อศาล เพื่อขอให้ศาล พิพากษาแสดงว่านายงามและนางหล่อมิได้มีหนี้สินใด ๆ ต่อกัน ดังนั้น กรณีนี้นายงามจึงไม่มีอํานาจฟ้อง เพราะไม่ต้องด้วย ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55 (คําพิพากษาฎีกาที่ 1475/2532)

2 การที่นายงามได้ยื่นฟ้องนางหล่อต่อศาลเพื่อให้นางหล่อส่งคืนเอกสาร น.ส. 3 ก. ที่ นางหล่อยึดไว้นั้น เมื่อนายงามได้กู้ยืมเงินจากนางหล่อโดยมอบเอกสาร น.ส. 3 ก. ให้นางหล่อยึดไว้เป็นหลักประกัน และเมื่อนายงามได้ชําระหนี้เงินกู้เสร็จสิ้นแล้ว (โดยการหักกลบลบหนี้) นางหล่อจึงไม่มีอํานาจยึดเอกสาร น.ส. 3 ก. ของนายงามไว้อีกต่อไป การที่นางหล่อยึดเอกสาร น.ส. 3 ก. ของนายงามไว้จึงถือเป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ ระหว่างนายงามและนางหล่อตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55 แล้ว ดังนั้น กรณีนี้นายงามจึงมีอํานาจฟ้องให้นางหล่อ ส่งคืนเอกสาร น.ส. 3 ก. แก่นายงามได้ (คําพิพากษาฎีกาที่ 1475/2532)

3 การที่นายงามได้ทําสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแปลงที่มี น.ส. 3 ก. ดังกล่าวให้แก่บริษัท อ้วนพีพี จํากัด โดยมีกําหนดจดทะเบียนโอนในวันที่ 10 ธันวาคม 2560 โดยบริษัท อ้วนพีพี จํากัด ได้วางเงินมัดจํา ไว้แล้วจํานวน 300,000 บาท และถ้านายงามผู้จะขายผิดสัญญาจะต้องถูกปรับ 3 เท่าของเงินมัดจํา ดังนั้น การที่ นางหล่อไม่ยอมคืน น.ส. 3 ก. ให้แก่นายงาม ทําให้นายงามไม่สามารถจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่บริษัท อ้วนพีพี จํากัด ได้ ทําให้นายงามเป็นผู้ผิดสัญญาและถูกปรับเงิน 3 เท่าของเงินมัดจํา ย่อมถือว่านายงามถูกโต้แย้งสิทธิ และหน้าที่ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55 แล้ว นายงามจึงมีอํานาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนางหล่อได้

สรุป

นายงามจะยื่นฟ้องเพื่อให้ศาลพิพากษาแสดงว่านายงามและนางหล่อมิได้มีหนี้สินใด ๆต่อกันไม่ได้

นายงามสามารถฟ้องศาลเพื่อบังคับให้นางหล่อส่งคืนเอกสาร น.ส. 3 ก. ได้

นายงามสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนางหล่อได้

 

Advertisement