LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว S/2551

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายสุธีอายุ  21  ปี  ทำสัญญาหมั้น  น.ส.รัศมี  อายุ  17  ปี  ด้วยแหวนเพชร  1  วง  โดยบิดามารดาให้ความยินยอมถูกต้อง น.ส.รัศมีได้แอบไปเที่ยวเตร่กับนายสมบัติอายุ  21  ปี  ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายสุธีด้วย  จนเกินเลยมีความสัมพันธ์ทางเพศกันและตั้งครรภ์  นายสมบัติเห็นว่า  น.ส.รัศมีตั้งครรภ์แล้วจึงตัดสินใจจดทะเบียนสมรสด้วย  แต่บิดามารดาของ  น.ส.รัศมีไม่เห็นด้วย  จึงต้องการฟ้องศาลให้เพิกถอนการสมรส  เช่นนี้  นายสุธีต้องการฟ้องเรียกแหวนหมั้นคืนและฟ้องเรียกค่าทดแทนจากนายสมบัติ  และบิดาของ  น.ส.รัศมีจะฟ้องเพิกถอนการสมรสได้หรือไม่  เพราะเหตุใด  จงอธิบาย

Advertisement

ธงคำตอบ

มาตรา  1435  การหมั้นจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว  การหมั้นที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติวรรคหนึ่งเป็นโมฆะ

มาตรา  1436  ผู้เยาว์จะทำการหมั้นได้ต้องได้รับความยินยอมของบุคคลดังต่อไปนี้

(1) บิดาและมารดา  ในกรณีที่มีทั้งบิดามารดา

การหมั้นที่ผู้เยาว์ทำโดยปราศจากความยินยอมดังกล่าวเป็นโมฆียะ

มาตรา  1437  วรรคแรก  การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น

มาตรา  1439  เมื่อมีการหมั้นแล้ว  ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทน  ในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นแก่ฝ่ายชายด้วย

มาตรา  1445  ชายหรือหญิงคู่หมั้นอาจเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งได้ร่วมประเวณีกับคู่หมั้นของตนโดยรู้หรือควรจะรู้ถึงการหมั้นนั้น  เมื่อได้บอกเลิกสัญญาหมั้นตามมาตรา  1442  หรือมาตรา  1443  แล้วแต่กรณี

มาตรา  1454  ผู้เยาว์จะทำการสมรสให้นำความในมาตรา  1436 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา  1509  การสมรสที่มิได้รับความยินยอมของบุคคลดังกล่าวในมาตรา 1454  การสมรสนั้นเป็นโมฆียะ

มาตรา  1510  วรรคแรกและวรรคสอง  การสมรสที่เป็นโมฆียะเพราะมิได้รับความยินยอมของบุคคลดังกล่าวในมาตรา  1454  เฉพาะบุคคลที่อาจให้ความยินยอมตามมาตรา  1454  เท่านั้น  ขอให้เพิกถอนการสมรสได้

สิทธิขอเพิกถอนการสมรสตามมาตรานี้เป็นอันระงับเมื่อคู่สมรสนั้นมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์หรือเมื่อหญิงมีครรภ์

วินิจฉัย

การที่นายสุธีอายุ  21  ปี  ทำสัญญาหมั้น  น.ส.รัศมีอายุ  17  ปี  โดยบิดามารดาให้ความยินยอมถูกต้องตามมาตรา  1435  วรรคแรกและมาตรา  1436(1)  และมีการส่งมอบแหวนเพชร  1  วง  เป็นของหมั้น  ถือเป็นสัญญาหมั้นที่สมบูรณ์ตามมาตรา  1437  วรรคแรก  เพราะมีการส่งมอบของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น

เมื่อมีการหมั้นแล้ว  การที่  น.ส.รัศมีไปจดทะเบียนสมรสกับนายสมบัติ  จึงเป็นการกระทำอันเป็นการผิดสัญญาหมั้น  ผลทางกฎหมายคือ

1       นายสุธี  คู่หมั้นสามารถฟ้องเรียกแหวนเพชนอันเป็นของหมั้นคืนได้  เพราะเป็นกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น  กฎหมายบังคับให้ฝ่ายหญิงคืนของหมั้นแก่ฝ่ายชาย  ตามมาตรา  1439  (ส่วนนายสุธีจะเรียกค่าทดแทน  ตามมาตรา  1440  ได้หรือไม่นั้น  ไม่อยู่ในประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย)  และ

2       การที่  น.ส.รัศมีได้แอบไปเที่ยวเตร่กับนายสมบัติ  ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายสุธีจนเกินเลยมีความสัมพันธ์ทางเพศกันและตั้งครรภ์  นายสุธีสามารถเรียกค่าทดแทนจากนายสมบัติได้  ตามมาตรา  1445  เพราะนายสมบัติเป็นเพื่อนของนายสุธีจึงควรจะรู้ได้ว่า  น.ส.รัศมีหมั้นกับนายสุธีอยู่แล้วยังไปร่วมประเวณีด้วยอีก  แต่ทั้งนี้นายสุธีจะต้องบอกเลิกสัญญาหมั้น  ตามมาตรา  1442  ก่อน

สำหรับการจดทะเบียนสมรสระหว่างนายสมบัติและ  น.ส.รัศมี  โดยบิดามารดาของ  น.ส.รัศมีไม่เห็นด้วย  จึงเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา  1454  ประกอบมาตรา  1436(1)  การสมรสนี้จึงมีผลเป็นโมฆียะตามมาตรา  1509  ซึ่งมาตรา  1510  วรรคแรก  กำหนดให้บุคคลดังกล่าวในมาตรา  1451  ประกอบมาตรา  1436  เท่านั้น  ขอให้เพิกถอนการสมรสได้  ดังนั้น  โดยหลักแล้วบิดามารดาของ  น.ส.รัศมีสามารถฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการสมรสที่เป็นโมฆียะได้  แต่กรณีนี้เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า  น.ส.รัศมีตั้งครรภ์  สิทธิขอเพิกถอนการสมรสที่เป็นโมฆียะ  ตามมาตรา  1509  จึงเป็นอันระงับสิ้นไป  ทั้งนี้ไม่ว่า  น.ส.รัศมีจะมีอายุครบ  20  ปีบริบูรณ์หรือไม่ก็ตาม  การสมรสจึงสมบูรณ์ตลอดไป

สรุป  นายสุธีฟ้องเรียกแหวนหมั้นคืนจาก  น.ส.รัศมีได้และเรียกค่าทดแทนจากนายสมบัติได้  ส่วนบิดามารดาของ  น.ส.รัศมีจะฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการสมรสไม่ได้

Advertisement